บารมีพ่อขุนปกเกล้า ชาวราม
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
ความเป็นมาของมหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2514 ในขณะนั้นประเทศไทยประสบปัญหาเรื่องสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ที่จะเข้ารับการศึกษา โดยเฉพาะผู้ที่สำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทั้งสายสามัญและสายอาชีพเป็นจำนวนมาก ที่ไม่มีโอกาสได้ศึกษาต่อ เพราะมหาวิทยาลัยต่างๆ ของไทยสมัยนั้นมีสถานที่เรียนจำกัด และไม่สามารถรับผู้ที่จะศึกษาต่อ ในระดับอุดมศึกษาได้ทั้งหมด จากความจำเป็นดังกล่าวจึงเกิดมีแนวคิดที่จะจัดตั้งมหาวิทยาลัยในลักษณะที่เป็นตลาดวิชาขึ้น มหาวิทยาลัยแบบตลาดวิชา คือ มหาวิทยาลัยที่เปิดรับสมัครนักศึกษาโดยไม่จำกัดจำนวน และไม่มีการสอบคัดเลือก มีการจัดการเรียนการสอน แต่ไม่บังคับให้มาเข้าชั้นเรียน โดยถือว่าผู้ที่เข้าชั้นเรียน และไม่เข้าชั้นเรียน ก็มีสิทธิ์ในการสอบไล่ได้เหมือนกัน ปรากฏว่าแนวคิดเช่นนี้ มีกระแสผู้ให้การสนับสนุนเป็นจำนวนมากเพราะตรงกับความต้องการของสังคม แต่ก็มีผู้มีความคิดเห็นคัดค้านเป็นจำนวนไม่น้อย โดยให้เหตุผลต่างๆ เช่น “การจัดตั้งมหาวิทยาลัยตลาดวิชา ถ้าคำนึงถึงภูมิปัญญาของผู้ที่ศึกษาจริงๆ ก็น่าจะอนุโมทนา แต่ถ้าสักแต่ว่าทำพอให้เป็นที่มั่วสุม ตลาดวิชาทำนองนี้ก็จะเป็น เพียง ที่รวมของเด็กที่ผิดหวังทั้งหลาย” (หนังสือพิมพ์ประชาธิปไตย 2515, 16) อย่างไรก็ตาม นายประมวล กุลมาตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร สังกัดพรรคสหประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรคแกนนำของรัฐบาลสมัยนั้น เห็นความจำเป็นที่จะต้อง มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ขึ้น จึงได้ทำการเคลื่อนไหวร่วมกับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกจำนวนหนึ่ง เสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2512 (ขณะนั้นยังไม่มีชื่อมหาวิทยาลัย) ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อก่อตั้งมหาวิทยาลัยแบบตลาดวิชา สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงมติรับหลักการในที่ประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ 17/2512 วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2512 และได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณา จำนวน 15 คน ได้แก่ นายศักดิ์ ผาสุกนิรันต์ นายสุกิจ นิมมานเหมินทร์ นายประมวล กุลมาตย์ พลโทแสวง เสนาณรงค์ เป็นต้น คณะกรรมการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วเสร็จ ในวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ.2513 และได้นำเสนอตามขั้นตอน จนกระทั่งสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบ ในการประชุมสมัยวิสามัญ ครั้งที่ 8/2514 วันที่ 21 มกราคม พ.ศ. …