กระบวย บวย หรือ น้ำบวย: ถอดรหัสถ้อยคำถิ่นจากกะลาตักน้ำ
“กระบวย” เป็นภาชนะพื้นบ้านสำหรับตักน้ำ ซึ่งมีองค์ประกอบหลักที่สอดคล้องกันในทุกแหล่งข้อมูล คือ ส่วนภาชนะที่ทำจาก “กะลามะพร้าว” และ “ด้ามจับ” ที่ทำจากไม้ (กระทรวงวัฒนธรรม, 2556; งานศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล, 2563; ชุมชนไทญ้อ บ้านโพน, ม.ป.ป.) การทบทวนวรรณกรรมนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับกระบวย โดยวิเคราะห์แนวคิดที่สอดคล้องกันในมิติของวัฒนธรรมการใช้งานและวิวัฒนาการเชิงศิลปะ และมุ่งเน้นการวิเคราะห์ “ประเด็นความแตกต่างด้านภาษา” หรืออัตลักษณ์ถ้อยคำถิ่นของเครื่องใช้ชนิดนี้




ภูมิปัญญาวัสดุและวัฒนธรรมน้ำใจ
จากการทบทวนวรรณกรรม พบแนวคิดร่วมที่สำคัญ 2 ประการที่ทุกแหล่งข้อมูลกล่าวถึงตรงกัน ดังนี้
ประการแรก คือ ภูมิปัญญาด้านวัสดุ แหล่งข้อมูลทั้งหมด (กระทรวงวัฒนธรรม, 2556; ชุมชนไทญ้อ บ้านโพน, ม.ป.ป.) ยืนยันว่ากระบวยเป็นภูมิปัญญาจากการนำวัสดุในท้องถิ่นที่หาง่าย คือ “กะลามะพร้าว” ที่เหลือใช้จากการทำอาหาร (นคเรศ รังควัต, 2551) มาสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์
ประการที่สอง คือ วัฒนธรรมการต้อนรับ แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ (กระทรวงวัฒนธรรม, 2556; งานศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล, 2563; ฐานข้อมูลเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้าน, 2564; นคเรศ รังควัต, 2551) ต่างเชื่อมโยงกระบวยเข้ากับเอกลักษณ์ของคนไทยและคนอีสาน คือ ความมีน้ำใจ
จากแนวคิด การเป็นเครื่องใช้ที่หาง่ายในท้องถิ่น (ฐานข้อมูลเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้าน, 2564) สอดคล้องกับแนวคิด การเป็นสัญลักษณ์ของการแบ่งปัน โดยกระบวยมักถูกวางไว้คู่กับ ตุ่มน้ำ หรือ โอ่งน้ำเย็น บริเวณหน้าบ้าน เพื่อให้ผู้คนที่สัญจรไปมาได้แวะดื่มน้ำดับกระหาย (กระทรวงวัฒนธรรม, 2556; นคเรศ รังควัต, 2551) ซึ่งสะท้อนถึงวิถีชีวิตและ น้ำจากใจของชุมชน (นคเรศ รังควัต, 2551)
การวิเคราะห์ประเด็นความแตกต่างด้านภาษา
แม้ว่าแหล่งข้อมูลส่วนใหญ่จะใช้คำเรียกในภาษาไทยถิ่นกลางว่า “กระบวย” (กระทรวงวัฒนธรรม, 2556; ฐานข้อมูลเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้าน, 2564) แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือความหลากหลายทางภาษาศาสตร์ของเครื่องใช้ชนิดนี้
จากแนวคิด การเรียกชื่อวัตถุในภาษาไทยถิ่นกลางว่า “กระบวย” สอดคล้องกับแนวคิด ความหลากหลายทางภาษาชาติพันธุ์ในพื้นที่อื่น ๆ อย่างชัดเจน แหล่งข้อมูลหลายแห่งยืนยันการเรียกชื่อที่แตกต่างกันไปตามกลุ่มวัฒนธรรม ดังนี้
- ชาวล้านนา (ภาคเหนือ): เรียกว่า “น้ำบวย” (คลังเอกสารสาธารณะ, 2551; นคเรศ รังควัต, 2551)
- ชาวไทลื้อ: เรียกว่า “น้ำโบย” (พิพิธภัณฑ์ไทลื้อฯ, ม.ป.ป.)
- ชาวอีสานและลาว: เรียกว่า “บวย” (นิวัติ กองเพียร, 2564)
- ชาวลาวเหนือ: เรียกว่า “โบย” (นิวัติ กองเพียร, 2564)
ความแตกต่างของถ้อยคำถิ่นเหล่านี้ “กระบวย”, “บวย”, “โบย”, “น้ำบวย”, “น้ำโบย” สะท้อนให้เห็นถึงรากศัพท์และการปรับเสียงที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่มวัฒนธรรม แม้ว่าจะหมายถึงเครื่องใช้ชนิดเดียวกันที่ทำจากกะลามะพร้าวก็ตาม
จากเครื่องใช้สู่ศิลปหัตถกรรม
เชิงสร้างสรรค์
นอกเหนือจากหน้าที่หลัก แหล่งข้อมูลหลายแห่งยังระบุตรงกันถึงวิวัฒนาการของกระบวยจากเครื่องใช้พื้นฐานไปสู่ศิลปะ จากแนวคิด การเป็นภาชนะตักน้ำทั่วไป (ชุมชนไทญ้อ บ้านโพน, ม.ป.ป.) สอดคล้องกับแนวคิด การยกระดับสู่ “ศิลปหัตถกรรมทรงคุณค่า” (งานศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล, 2563) โดยมีการตกแต่งประดิดประดอยด้ามจับด้วยลวดลายต่าง ๆ เช่น รูปคน รูปสัตว์ หรือลงรักปิดทอง (งานศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล, 2563; นิวัติ กองเพียร, 2564)
จากแนวคิด การตกแต่งเพื่อความงามนี้ ยังสอดคล้องกับแนวคิด การออกแบบโดยชาวบ้านที่พัฒนาไปสู่ “งานออกแบบ” ที่มีความซับซ้อนและมีอารมณ์ขัน ดังที่ นิวัติ กองเพียร (2564) ได้นำเสนอเรื่อง “กระบวยสังวาส” ซึ่งเป็นกระบวยกลไกที่แสดงท่วงท่าเคลื่อนไหวของชายหญิง อันสะท้อนถึงอัจฉริยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของช่างพื้นบ้านที่ไปไกลกว่าประโยชน์ใช้สอยเดิม
การสังเคราะห์วรรณกรรมแสดงให้เห็นว่า “กระบวย” เป็นวัตถุทางวัฒนธรรมที่มีภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ร่วมกันในหลายมิติ แหล่งข้อมูลทั้งหมดสอดคล้องกันว่ากระบวยคือภาชนะจาก “กะลามะพร้าว” และเป็นสัญลักษณ์ของ “วัฒนธรรมน้ำใจ” ของชุมชน (กระทรวงวัฒนธรรม, 2556; นคเรศ รังควัต, 2551) อย่างไรก็ตาม ในประเด็นด้านภาษา (ซึ่งเป็นจุดเน้นของการศึกษานี้) พบความแตกต่างที่ชัดเจน โดยมีอัตลักษณ์ถ้อยคำถิ่นที่หลากหลาย เช่น กระบวย (ภาคกลาง), น้ำบวย (ล้านนา), น้ำโบย (ไทลื้อ), บวย (อีสาน/ลาว) (คลังเอกสารสาธารณะ, 2551; นิวัติ กองเพียร, 2564; พิพิธภัณฑ์ไทลื้อฯ, ม.ป.ป.) นอกจากนี้ ทุกแหล่งข้อมูลยังสนับสนุนแนวคิดการยกระดับคุณค่าของกระบวย จากเครื่องใช้ในครัวเรือน ไปสู่การเป็นศิลปหัตถกรรมที่ผ่านการตกแต่งลวดลาย และสูงสุดคือการเป็นงานออกแบบเชิงกลไกที่สะท้อนอารมณ์ขันและความคิดสร้างสรรค์ เช่น กระบวยสังวาส (นิวัติ กองเพียร, 2564)
อ้างอิงข้อมูลจาก:
กระทรวงวัฒนธรรม. (2556, 14 มีนาคม). “กระบวย” กระบวยตักน้ำ. http://www.mculture.in.th/album/146196/”กระบวย”_กระบวยตักน้ำ/
คลังเอกสารสาธารณะ. (2551, 22 ตุลาคม). เครื่องมือของใช้ล้านนา – น้ำบวย. https://www.openbase.in.th/node/6840
งานศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล. (2563, 2 กรกฎาคม). “ กระบวย ” เครื่องจักสานภูมิปัญญาชาวบ้านพื้นบ้านอีสาน. https://culture.vu.ac.th/wpevi/2020/07/02/กระบวย-เครื่องจักสาน/
ชุมชนไทญ้อ บ้านโพน. (ม.ป.ป.). กระบวยตักน้ำ. https://www.navanurak.in.th/taiyorbanpone/site/theme/muse_show_cat1.php?refcode=ty01010507&catid=10
ฐานข้อมูลเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้าน. (2564, 24 เมษายน). กระบวย. https://traditional-objects.sac.or.th/th/equipment-detail.php?ob_id=164
นคเรศ รังควัต. (2551). ต่างหม้อ กระบวยตักน้ำ. วารสารแม่ใช้ปริทัศน์, (มีนาคม – เมษายน), 63-66. http://mdc.library.mju.ac.th/article/90984/173407/214940.pdf
นิวัติ กองเพียร. (2564, 5 มกราคม). “กระบวยสังวาส” เคลื่อนไหวท่วงท่าชายหญิงได้! งานออกแบบโดยชาวบ้าน. ศิลปวัฒนธรรม. https://www.silpa-mag.com/culture/article_22696
พิพิธภัณฑ์ไทลื้อ ศูนย์การเรียนรู้บ้านใบบุญ. (ม.ป.ป.). กระบวย / น้ำโบย (ภาษาไตลื้อ). https://www.navanurak.in.th/thailue/site/theme/muse_show_cat1.php?refcode=2561-06
