กระต่ายขูดมะพร้าว: ทำไมภาคกลางเรียก “กระต่าย” แต่ภาคเหนือเรียก “แมว”
“กระต่ายขูดมะพร้าว” เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือนไทยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในอดีต โดยมีหน้าที่หลักในการขูดเนื้อมะพร้าวเพื่อนำไปคั้นกะทิ ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในวัฒนธรรมอาหารไทย (มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต, ม.ป.ป.; พจนก กาญจนจันทร, ม.ป.ป.) อุปกรณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของภูมิปัญญา งานฝีมือ และความหลากหลายทางภาษาในแต่ละภูมิภาค (กมลวรรณ ยุทธศิลป์, 2567) การทบทวนวรรณกรรมนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้จากเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์แนวคิดที่สอดคล้องกันในมิติของความเป็นมา ที่มาของชื่อ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และพลวัตการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน

ถ่ายเมื่อ 4 พ.ย. 68

ถ่ายเมื่อ 4 พ.ย. 68

ถ่ายเมื่อ 4 พ.ย. 68
ความเป็นมาของชื่อ “กระต่ายขูดมะพร้าว”
ก่อนที่จะมี “กระต่ายขูดมะพร้าว” ดังเช่นในปัจจุบัน การขูดมะพร้าวในอดีตมีวิวัฒนาการมาจากวัสดุที่เรียบง่ายกว่า แหล่งข้อมูลจากงานศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล (2563) และ กระทรวงวัฒนธรรม (2555) ระบุสอดคล้องกันว่า เดิมทีมีการใช้ “ช้อนที่ทำจากกะลามะพร้าว” ขูดเนื้อมะพร้าวให้เป็นฝอย หรือในบางแห่งใช้ “ซีกไม้ไผ่” ที่บากรอยเป็นซี่สำหรับขูด จนกระทั่งเมื่อมีการนำเหล็กเข้ามาใช้ในครัวเรือน จึงเกิดนวัตกรรมการตีเหล็กแผ่นบางให้มีรูปโค้งมนและใช้ตะไบถูจนเกิดเป็นซี่คม เรียกว่า “ฟันกระต่าย” (งานศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล, 2563) นี่คือจุดเริ่มต้นของเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประเด็นสำคัญที่แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่กล่าวถึงสอดคล้องกัน คือ ที่มาของชื่อ “กระต่ายขูดมะพร้าว” ซึ่งเป็นชื่อเรียกที่นิยมใช้ในภาคกลาง (ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2564; กมลวรรณ ยุทธศิลป์, 2567) โดยสามารถสังเคราะห์แนวคิดเกี่ยวกับที่มาของชื่อได้เป็น 2 สมมติฐานหลักที่มักถูกนำเสนอควบคู่กัน
- แนวคิดที่มาจากลักษณะทางกายภาพของใบมีด แหล่งข้อมูลหลายแห่ง (กระทรวงวัฒนธรรม, 2555; งานศิลปวัฒธรรม มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล, 2563; พจนก กาญจนจันทร, ม.ป.ป.; พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, 2560; มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต, ม.ป.ป.; ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2564) สันนิษฐานว่า แผงฟันเหล็กที่เป็นซี่แหลมคมสำหรับขูดเนื้อมะพร้าวนั้น มีลักษณะคล้ายกับ “ฟันกระต่าย”
- แนวคิดที่มาจากรูปทรงของฐาน คือ โครงไม้ซึ่งเป็นฐานสำหรับนั่งและเสียบฟันขูดนั้น ในอดีต นิยมแกะสลักเป็นรูปกระต่าย มากกว่าสัตว์ชนิดอื่น (ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2564; กระทรวงวัฒนธรรม, 2555; กมลวรรณ ยุทธศิลป์, 2567; พจนก กาญจนจันทร, ม.ป.ป.)
จากแนวคิด ทั้ง 2 นี้ สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ที่ว่า แม้ในภายหลังโครงไม้จะถูกแกะสลักเป็นรูปสัตว์ชนิดอื่น ๆ เช่น แมว สุนัข สิงห์ เต่า ตะกวด (ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2564; กระทรวงวัฒนธรรม, 2555) หรือแม้แต่มีรูปแบบที่สะท้อนอารมณ์ขันและสัญลักษณ์ทางเพศ (ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2564; พจนก กาญจนจันทร, ม.ป.ป.) ผู้คนโดยส่วนใหญ่ก็ยังคงเรียกเครื่องมือชนิดนี้ว่า “กระต่ายขูดมะพร้าว” ตามความคุ้นเคย (ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2564)
ความหลากหลายทางภาษา
ประเด็นที่แหล่งข้อมูลทั้งหมดเห็นพ้องต้องกัน คือ “กระต่ายขูดมะพร้าว” เป็นชื่อเรียกที่ไม่ได้เป็นสากลทั่วประเทศไทย แต่มีความหลากหลายทางภาษาที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคอย่างชัดเจน
ภาคเหนือ: เรียกว่า “แมวขูดมะพร้าว” หรือ “งอง” (กมลวรรณ ยุทธศิลป์, 2567; กระทรวงวัฒนธรรม, 2555; พจนก กาญจนจันทร, ม.ป.ป.; พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่, ม.ป.ป.; ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2564; หอจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ, ม.ป.ป.)
ภาคใต้: เรียกว่า “เหล็กขูด” หรือ “แหล็กขูด” (กระทรวงวัฒนธรรม, 2555; กมลวรรณ ยุทธศิลป์, 2567; งานศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล, 2563; พจนก กาญจนจันทร, ม.ป.ป.; พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่, ม.ป.ป.; ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2564)
จากแนวคิด การเรียกชื่อตามรูปสัตว์ที่นิยมแกะสลัก เช่น กระต่ายในภาคกลาง เป็นต้น สอดคล้องกับแนวคิด การเรียกชื่อในภาคเหนือว่า “แมวขูดมะพร้าว” เนื่องจากในล้านนานิยมทำฐานเป็นรูปแมว (กมลวรรณ ยุทธศิลป์, 2567; กระทรวงวัฒนธรรม, 2555; พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่, ม.ป.ป.) นอกจากนี้ จากแนวคิดการเรียกชื่อตามลักษณะใบมีด “ฟันกระต่าย” ก็ยังสอดคล้องกับการเรียกในภาคเหนือเช่นกัน โดยมีการตีความต่างมุมมองว่าซี่เหล็กแหลมนั้นคล้าย “เล็บแมว” (กมลวรรณ ยุทธศิลป์, 2567; พจนก กาญจนจันทร, ม.ป.ป.; พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่, ม.ป.ป.) หรือเรียกว่า “งอง” ซึ่งอาจมาจากลักษณะที่งอของเหล็กขูด (กระทรวงวัฒนธรรม, 2555; พจนก กาญจนจันทร, ม.ป.ป.; หอจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ, ม.ป.ป.) ส่วนภาคใต้ที่เรียกว่า “เหล็กขูด” สะท้อนถึงการเรียกชื่อที่เน้นหน้าที่และวัสดุของใบมีดโดยตรง
การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน
แนวคิดสำคัญประการสุดท้ายที่แหล่งข้อมูลทั้งหมดนำเสนอตรงกัน คือ “การลดบทบาทลง” ของกระต่ายขูดมะพร้าวในครัวเรือนปัจจุบัน (กมลวรรณ ยุทธศิลป์, 2567; กระทรวงวัฒนธรรม, 2555; พจนก กาญจนจันทร, ม.ป.ป.; พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่, ม.ป.ป.; มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต, ม.ป.ป.; ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2564; หอจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ, ม.ป.ป.)
จากแนวคิด การเป็นเครื่องมือที่จำเป็นในอดีต (มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต, ม.ป.ป.) สอดคล้องกับแนวคิด การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและวิถีชีวิต (พจนก กาญจนจันทร, ม.ป.ป.) โดยมีสาเหตุหลัก 2 ประการที่ทุกแหล่งข้อมูลยืนยันตรงกัน คือ
- การแทนที่ด้วยเทคโนโลยี: การเข้ามาของเครื่องขูดมะพร้าวไฟฟ้า ทั้งแบบมือหมุนและเครื่องยนต์ ที่รวดเร็วและสะดวกกว่า (กมลวรรณ ยุทธศิลป์, 2567; มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต, ม.ป.ป.; ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2564)
- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค: ความนิยมใช้กะทิสำเร็จรูป ในลักษณะบรรจุกระป๋องหรือกล่อง หรือมะพร้าวขูดสำเร็จรูปที่หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด (กมลวรรณ ยุทธศิลป์, 2567; ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2564; หอจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ, ม.ป.ป.)
การสังเคราะห์วรรณกรรมชี้ให้เห็นว่า “กระต่ายขูดมะพร้าว” เป็นวัตถุทางวัฒนธรรมที่มีความหมายลึกซึ้ง โดยมี ความเป็นมา จากการพัฒนาเครื่องมือง่ายๆ ได้แก่ กะลา และ ไม้ไผ่ สู่การใช้ใบมีดเหล็กที่มีประสิทธิภาพ แหล่งข้อมูลทั้งหมดสอดคล้องกันว่า ชื่อ “กระต่าย” เกิดจากสมมติฐาน 2 ประการคือ รูปทรงของใบมีดที่คล้ายฟันกระต่าย และรูปทรงของฐานที่นั่งที่นิยมแกะสลักเป็นรูปกระต่าย ความแตกต่างของชื่อเรียกในแต่ละภูมิภาค เช่น แมวขูดมะพร้าว, งอง, เหล็กขูด สะท้อนถึงอัตลักษณ์ทางภาษาและศิลปะท้องถิ่นที่แตกต่างกัน แม้ว่าในอดีตจะเคยมีวิวัฒนาการทางศิลปะที่สร้างสรรค์ ในงานแกะสลัก แต่ในปัจจุบัน แหล่งข้อมูลทั้งหมดสรุปตรงกันว่าบทบาทของกระต่ายขูดมะพร้าวได้ลดน้อยลงอย่างมาก อันเป็นผลมาจากเทคโนโลยีสมัยใหม่และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้เครื่องมือชิ้นนี้กำลังย้ายสถานะจาก “เครื่องใช้ในครัว” ไปสู่ “วัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์” ในฐานะมรดกแห่งความทรงจำทางวัฒนธรรม (พจนก กาญจนจันทร, ม.ป.ป.)
อ้างอิงข้อมูลจาก:
กมลวรรณ ยุทธศิลป์. (2567, 8 มกราคม). แมวขูดมะพร้าว เครื่องครัวไทยดั้งเดิมสู่ความทรงจำ. ศิลปวัฒนธรรม. https://www.silpa-mag.com/culture/article_146142
กระทรวงวัฒนธรรม. (2555, 27 สิงหาคม). แมวขูดมะพร้าว. http://m-culture.in.th/album/view/153037/
กระทรวงวัฒนธรรม. (2555, 12 พฤศจิกายน). กระต่ายขูดมะพร้าว. http://www.m-culture.in.th/album/167994/js/
งานศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล. (2563, 23 กรกฎาคม). “ กระต่ายขูดมะพร้าว ” เครื่องจักสานภูมิปัญญาชาวบ้านพื้นบ้านอีสาน. https://culture.vu.ac.th/wpevi/2020/07/23/กระต่ายขูดมะพร้าว-เค/
พจนก กาญจนจันทร. (ม.ป.ป.). แมว กระต่าย และต้นไม้แห่งชีวิต. พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. https://museum.socanth.tu.ac.th/wp-content/uploads/2017/09/-2_บทที่-3_แมว-กระต่าย-และต้นไม้แห่งชีวิต.pdf
พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. (2560, 24 กันยายน). กระต่ายขูดมะพร้าว. https://museum.socanth.tu.ac.th/collection/กระต่ายขูดมะพร้าว/
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่. (ม.ป.ป.). แมวขูดมะพร้าว. https://www.finearts.go.th/chiangmaimuseum/view/48408-แมวขูดมะพร้าว
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. (ม.ป.ป.). ทำความรู้จัก “กระต่ายขูดมะพร้าว”. https://gastronomy.pkru.ac.th/thai-traditional-coconut-grater/
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). (2564, 12 พฤษภาคม). กระต่ายขูดมะพร้าว. https://traditional-objects.sac.or.th/th/equipment-detail.php?ob_id=30
หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ เชียงใหม่. (ม.ป.ป.). งองขูดมะพร้าว. https://www.finearts.go.th/chiangmaiarchives/view/30471–งองขูดมะพร้าว
