บุปผาราชินี

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทรงอนุรักษ์พันธุ์ไม้และดอกไม้ที่ใกล้จะสูญพันธ์ไว้เป็นจำนวนมาก บุปผาราชินีนี้เป็นเรื่องราวของดอกไม้งาม 3 ประเภทที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ท่าน คือ ดอกไม้ที่เฉลิมพระเกียรติคุณพระองค์ท่าน ดอกไม้ที่พระองค์ท่านโปรด และดอกไม้ที่ทรงอนุรักษ์และพระราชทานชื่อ

ด้วยพระสิริโฉมอันงดงามของพระองค์ท่านจึงทรงได้รับพระเกียรติคุณจาก องค์กรและสถาบันในต่างประเทศ ขอพระราชทานพระนามาภิไธย “ควีนสิริกิติ์” ไปตั้งชื่อดอกไม้งาม 3 ชนิด เพื่อเฉลิมพระเกียรติคุณพระองค์ท่าน

ชนิดแรกคือ “กุหลาบควีนสิริกิติ์” มีความสวยงามระดับโลก มีการนำออกเผยแพร่ในปี พ.ศ. 2511 และในปี พ.ศ. 2513 ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดกุหลาบที่กรุง Belfast ประเทศไอร์แลนด์

ชนิดต่อมาคือ “กล้วยไม้แคทลียาควีนสิริกิติ์” ที่บริษัท Black & Flory ประเทศอังกฤษเป็นผู้ผสมใหม่ ซึ่งมีความสวยงามจนได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากสมาคมกล้วยไม้ชื่อดังในประเทศอังกฤษ

ชนิดสุดท้ายคือ “ดอนญ่าควีนสิริกิติ์” ที่มหาวิทยาลัยในประเทศฟิลิปปินส์ผสมขึ้นใหม่ และในปี พ.ศ. 2506 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนประเทศฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ ประเทศฟิลิปปินส์ จึงขอพระราชทานพระนามาภิไธยไปตั้งชื่อดอกไม้พันธุ์ใหม่นี้

ดอกไม้ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถโปรด มี 2 ชนิด คือ

ดอกบัว โปรดทั้งบัวสีชมพูชื่อสัตตบงกช และบัวสีขาวชื่อสัตตบุตย์ ซึ่งเป็นบัวหลวงพันธุ์ดอกที่มีกลีบซ้อน รูปทรงดอกตูม เป็นพันธุ์ไม้ที่รู้จักกันดี นิยมใช้ในพิธีทางศาสนา และแทบทุกส่วนของบัวหลวงใช้ประโยชน์ได้ ทั้งราก ใบ กลีบดอก เมล็ด และเกสร บัวทั้งสองสี เป็นพันธุ์ที่พบเฉพาะในประเทศไทย

กุหลาบมอญ เป็นดอกไม้อีกชนิดหนึ่งที่โปรด ด้วยมีกลิ่นหอม ซึ่งมีบันทึกไว้ว่า ได้มีการนำกุหลาบมอญเข้ามาปลูก ราวปีพุทธศักราช 2112 ถึงปีพุทธศักราช 2133 ในสมัยกรุงศรีอยุธยา กุหลาบมอญเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมมาก กลิ่นหอมสามารถนำไปสกัดเป็นน้ำหอมได้

ด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อทรงพบดอกไม้ หรือพันธุไม้ที่สวยงามจะทรงพระราชทานชื่อและจะทรงอนุรักษ์ไว้ ดอกไม้ที่ทรงอนุรักษ์และพระราชทานชื่อไว้ 7 ชนิด ดังนี้

ดุสิตา สร้อยสุวรรณา และทิพเกสร ดอกไม้ 3 ชื่อนี้ มีลักษณะใกล้เคียงกัน เป็นไม้ล้มลุกกินแมลง อายุปีเดียว ขึ้นเป็นกอเล็ก ออกดอกเป็นช่อ สูง 10 – 30 ซม. มีใบที่เปลี่ยนเป็นถุงสำหรับดักจับแมลงขนาดเล็ก สิ่งที่แตกต่างกันคือ ดุสิตา มีดอกสีม่วงเข้มออกเป็นช่อ สร้อยสุวรรณา มีดอกสีเหลือง ส่วนทิพเกสร มีลำต้นเล็กมากอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยว ดอกสีม่วงอ่อนแกมชมพู

ไม้ล้มลุกอีก 2 ชื่อที่พระราชทานชื่อคือ มณีเทวา และสรัสจันทร มีลักษณะเป็นกอขนาดเล็กคล้ายหญ้า ซึ่งมณีเทวานั้นมีดอกสีขาวออกเป็นช่อตั้งจากโคนกอสูง 5 – 15 ซม. ลักษณะเป็นก้อนกลมที่ปลายยอด ส่วนสรัสจันทร มีขนาดเล็กสูง 10 – 30 ซม. ลำต้นเล็ก เรียว ดอกสีชมพูจนถึงสีม่วงอ่อนอมฟ้า ส่วนปลายมีสีเหลืองหรือสีครีมออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายยอด

นอกจากนี้เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2534 ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรพรรณไม้ที่บริเวณโคกนกกะบา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย ได้พระราชทานชื่อ นิมมานรดี ให้กับกล้วยไม้อิงอาศัย ออกดอกเป็นช่อยาว 12 – 15 ซม. ก้านดอกมีขนนุ่มสีขาว กลีบเลี้ยงและกลีบดอกสีขาวมีขีดตามยาว สีแดงเข้ม กลีบปากที่ปลายมีพื้นสีเหลืองเข้มและมีแต้มสีแดงเข้มที่โคนกลีบ

โมกราชินี เป็นดอกไม้อีกประเภทที่พระราชทานชื่อ ซึ่งเป็นต้นไม้ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงได้ถึง 6 เมตร ดอกสีขาวออกเป็นช่อ เป็นไม้ถิ่นเดียว พบเฉพาะในประเทศไทยตามบริเวณเขาหินปูน ที่อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เป็นไม้หายากและใกล้สูญพันธุ์

กลิ่นหอมและความงามของดอกไม้จะช่วยแต่งแต้มสีสันของธรรมชาติให้สดชื่น สวยงาม ดังนั้นเราจึงควรดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการอนุรักษ์ดอกไม้และพันธุ์ไม้ที่ใกล้สูญพันธ์ให้อยู่คู่กับเราตลอดไป

บทความโดย สุพัตรา ศิริวัฒน์
ข่าวรามคำแหง ปีที่ 34 ฉบับที่ 18 วันที่ 23-29 สิงหาคม 2547