ทำไมคนเมืองถึงเรียก “จ้อง” ถอดรหัสคำถิ่นและหัตถกรรมไม้ไผ่เคลื่อนที่

ถ่ายเมื่อ 6 พ.ย. 68
“จ้อง” เป็นคำศัพท์ในภาษาถิ่นล้านนาที่ใช้เรียก “ร่ม” ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นอุปกรณ์กันแดดกันฝนในวิถีชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังเป็นวัตถุทางวัฒนธรรมที่สะท้อนสถานภาพทางสังคมของชาวล้านนามาอย่างยาวนาน (หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ เชียงใหม่, ม.ป.ป.; ธันวดี สุขประเสริฐ, 2564) ลักษณะเด่นของจ้องอยู่ที่การเป็นงานหัตถกรรมที่ประดิษฐ์ขึ้นจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น ผ่านกระบวนการเชิงช่างชั้นสูงที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น การทบทวนวรรณกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้จากเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์ความสอดคล้องของแนวคิดในมิติของภาษาที่ใช้เรียกขานและพลวัตของวัสดุที่เปลี่ยนแปลงไป

ถ่ายเมื่อ 6 พ.ย. 68

ถ่ายเมื่อ 6 พ.ย. 68
การถอดรหัสคำถิ่นจาก “ร่ม” สู่ “จ้อง”
จากการศึกษาเอกสาร พบประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับความแตกต่างของการใช้ภาษาที่สะท้อนสถานะทางสังคมและวัฒนธรรม โดยสามารถวิเคราะห์ความสอดคล้องได้ดังนี้
คำว่า “จ้อง” เป็นคำถิ่นที่ทำหน้าที่แบ่งแยกวัตถุทางวัฒนธรรมออกจากร่มสากลทั่วไป จากแนวคิด การนิยามศัพท์เฉพาะท้องถิ่นของ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ เชียงใหม่ (ม.ป.ป.) ที่ระบุว่า “จ้อง” คือคำเรียกขานร่มในภาษาล้านนา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในพิธีกรรม สอดคล้องกับแนวคิด การจำแนกประเภทศิลปหัตถกรรมของ ธันวดี สุขประเสริฐ (2564) และ นฤทธิ์ วัฒนภู (2555, น. 60) ที่อธิบายว่า จ้องเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งรูปทรงและวัสดุ ซึ่งแตกต่างจากร่มสมัยใหม่ การใช้คำว่า “จ้อง” จึงเป็นกลไกทางภาษาที่ชุมชนใช้เพื่อยืนยันรากเหง้าและรักษาพื้นที่ทางวัฒนธรรมของตนเองไว้
นอกเหนือจากมิติทางภาษา ข้อมูลจากเอกสารยังแสดงให้เห็นความสอดคล้องในด้านกระบวนการผลิตและการปรับตัวของวัสดุ จากแนวคิด โครงสร้างทางวิศวกรรมพื้นถิ่นของ Thai PBS (2564) ที่กล่าวถึงเครือข่ายการผลิตระหว่างหมู่บ้าน โดยเฉพาะบทบาทของ “บ้านสันต้นแหน” ในการผลิตโครงร่มไม้ไผ่ที่ซับซ้อน สอดคล้องกับแนวคิด ขั้นตอนการประดิษฐ์ที่ปราณีตของ เทศบาลตำบลแม่วาง (2564) ที่อธิบายถึงการเตรียมไม้ไผ่ การเหลาไม้กลอน และการประกอบโครงสร้างที่ต้องอาศัยความชำนาญสูง อย่างไรก็ตาม ในด้านวัสดุหุ้มผิว พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงตามบริบทของยุคสมัย จากแนวคิด การใช้วัสดุดั้งเดิม ได้แก่ กระดาษสา น้ำมันมะพอก และยางตะโก ของ ธันวดี สุขประเสริฐ (2564) สอดคล้องกับแนวคิด การปรับวัสดุเพื่อความอยู่รอด ของ เทศบาลตำบลแม่วาง (2564) ที่ระบุถึงการหันมาใช้ “ผ้า” และ “สีน้ำมัน” ทดแทน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า แม้วัสดุจะเปลี่ยนไปตามพลวัตของเศรษฐกิจ แต่อัตลักษณ์ของ “จ้อง” ยังคงดำรงอยู่ผ่านโครงสร้างไม้ไผ่และชื่อเรียกขานเดิม

ภาพจำลองหญิงสาวกำลังกางจ้องสีแดง ท่ามกลางบรรยากาศวิถีชีวิตบนถนนคนเดินย่านเมืองเก่า ซึ่ง “จ้อง” เป็นภาษาถิ่นภาคเหนือที่ใช้เรียกร่มพื้นเมือง มักประดิษฐ์จากโครงไม้ไผ่บุด้วยกระดาษสาหรือผ้าทอ ถือเป็นงานศิลปหัตถกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวล้านนาที่ใช้สำหรับกันแดด กันฝน และสะท้อนถึงวิถีชีวิตทางวัฒนธรรมที่งดงาม
การสังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับ “จ้อง” แสดงให้เห็นว่า ภาษาถิ่นมีบทบาทสำคัญยิ่งในการธำรงรักษามรดกทางวัฒนธรรม คำว่า “จ้อง” ไม่ได้เป็นเพียงหน่วยเสียงที่ใช้สื่อความหมาย แต่เป็นเครื่องมือในการสร้างอัตลักษณ์ที่ทำให้หัตถกรรมชิ้นนี้มีความศักดิ์สิทธิ์และแตกต่างจากสินค้าอุตสาหกรรม แหล่งข้อมูล (Thai PBS, 2564; ธันวดี สุขประเสริฐ, 2564; เทศบาลตำบลแม่วาง, 2564; Knowledge Box, 2566) นำเสนอข้อมูลที่สอดคล้องกันว่า แม้ปัจจัยภายนอกด้านวัสดุจะเปลี่ยนแปลงไป แต่แก่นแท้ของภูมิปัญญาที่ถูกบันทึกไว้ใน “ถ้อยคำ” และ “โครงสร้างไม้ไผ่” ยังคงทำหน้าที่เชื่อมโยงอดีตสู่ปัจจุบันได้อย่างเข้มแข็ง
นักศึกษาสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่
อ้างอิงข้อมูลจาก:
เทศบาลตำบลแม่วาง. (2564, 6 พฤษภาคม). ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น (ด้านหัตถกรรม) จ้องแดง (ร่มโบราณ) บ้านดอนเปา. https://www.maewang.go.th/travel_view.php?cateid=7&id=12
ธันวดี สุขประเสริฐ, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). (2564). จ้อง. https://traditional-objects.sac.or.th/th/equipment-detail.php?ob_id=244
นฤทธิ์ วัฒนภู. (2555). ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านไทย. วาดศิลป์.
หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ เชียงใหม่. (ม.ป.ป.). จ้อง. https://www.finearts.go.th/chiangmaiarchives/view/30221-จ้อง
Knowledge Box. (2566, 5 เมษายน). แหล่งเรียนรู้การทำจ้องแดง สล่าเหน่ง สุวัฒน์ วรรณขันต์ [วิดีโอ]. YouTube. https://www.youtube.com/watch?v=ZjuKlVzJiS8
Thai PBS. (2564, 30 มีนาคม). ตำนานและที่มาของ “ร่มบ่อสร้าง” [วิดีโอ]. YouTube. https://www.youtube.com/watch?v=_G3YW831g4s

