Saturday, November 29, 2025

นิทรรศการและสื่อส่งเสริมการศึกษา

ผลิตและพัฒนาโดย หน่วยเทคโนโลยีส่งเสริมการศึกษา ฝ่ายเทคโนโลยีห้องสมุด สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง

การทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมถ้อยคำถิ่น สื่อสร้างสรรค์: เรื่องเล่าผ่านเครื่องใช้ในท้องถิ่นนิทรรศการ

ปลาตะเพียนสาน: จาก ใบลาน สู่ โมบายมีชีวิต

“ปลาตะเพียนสาน” เป็นหนึ่งในศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านไทยประเภทเครื่องจักสาน ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม (นฤทธิ์ วัฒนภู, 2555, น. 141-142) และเป็นเครื่องสะท้อนภูมิปัญญาที่ผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทย (ธนากรณ์ มณีกุล, ม.ป.ป.) การทบทวนวรรณกรรมนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้จากเอกสารและสื่อที่เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์แนวคิดที่สอดคล้องกันในมิติของหน้าที่ใช้สอยเชิงสัญลักษณ์ วิวัฒนาการของวัสดุและรูปแบบ ตลอดจนบริบททางประวัติศาสตร์และสังคมของหัตถกรรมชิ้นนี้

“ปลาตะเพียนสาน”
ถ่ายเมื่อ 30 ต.ค. 68
แนวคิดด้านหน้าที่ใช้สอย และสัญลักษณ์

จากการทบทวนวรรณกรรม พบว่า แหล่งข้อมูลทุกชิ้นระบุหน้าที่ใช้สอยดั้งเดิมของปลาตะเพียนสานไว้ตรงกันอย่างชัดเจน กล่าวคือ เป็น “เครื่องแขวนเหนือเปลเด็ก” หรือของเล่นสำหรับเด็กทารก (วิบูลย์ ลี้สุวรรณ, 2553, น. 259; นฤทธิ์ วัฒนภู, 2555, น. 142; ธนากรณ์ มณีกุล, ม.ป.ป.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กนอนดูเล่นเพลิดเพลินยามลมพัด (ธนากรณ์ มณีกุล, ม.ป.ป.)

จากแนวคิด การเป็นเพียงของเล่นเด็กที่เรียบง่ายดังกล่าว สอดคล้องกับแนวคิด เชิงสัญลักษณ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดย มิวเซียมไทยแลนด์ (ม.ป.ป.) และ ธนากรณ์ มณีกุล (ม.ป.ป.) ต่างระบุสอดคล้องกันว่า ปลาตะเพียนเป็นสัญลักษณ์ของ “ความอุดมสมบูรณ์”

แนวคิดเชิงสัญลักษณ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากบริบททางสังคมเกษตรกรรม ที่วิถีชีวิตผูกพันกับสายน้ำและความอุดมสมบูรณ์ของข้าวปลาอาหาร ดังคำกล่าว “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” (ธนากรณ์ มณีกุล, ม.ป.ป.) นอกจากนี้ มิวเซียมไทยแลนด์ (ม.ป.ป.) ยังเชื่อมโยงสัญลักษณ์นี้เข้ากับวงจรธรรมชาติ โดยระบุว่าช่วงเวลาที่ปลาตะเพียนเจริญเติบโตเต็มที่ เป็นช่วงเดียวกับที่ข้าวในนากำลังตกรวง การแขวนปลาตะเพียนเหนือเปลเด็กจึงมีนัยของการ “อวยพร” ให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรงและเติบโตอย่างอุดมสมบูรณ์

“ปลาตะเพียนสาน”
ถ่ายเมื่อ 3 ต.ค. 68
วิวัฒนาการด้านวัสดุ รูปแบบ และสุนทรียศาสตร์

แนวคิดการปรับใช้ทรัพยากรธรรมชาติสะท้อนผ่านวัสดุที่ใช้ โดยแหล่งข้อมูลหลายแห่ง (วิบูลย์ ลี้สุวรรณ, 2553, น. 260; มิวเซียมไทยแลนด์, ม.ป.ป.; ธนากรณ์ มณีกุล, ม.ป.ป.) ยืนยันว่าในยุคแรกเริ่มมีการใช้วัสดุธรรมชาติที่หลากหลายในท้องถิ่น เช่น ใบตอง ใบกล้วย ใบมะพร้าว หรือใบตาล ก่อนที่จะพัฒนามาสู่การใช้ “ใบลาน” เป็นวัสดุหลักในปัจจุบัน (นฤทธิ์ วัฒนภู, 2555, น. 141) เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหนียวและแข็งแรง (มิวเซียมไทยแลนด์, ม.ป.ป.)

ด้านวิวัฒนาการของรูปแบบ ก็มีความสอดคล้องกันอย่างชัดเจน โดย วิบูลย์ ลี้สุวรรณ (2553, น. 259) และ มิวเซียมไทยแลนด์ (ม.ป.ป.) ระบุว่า เดิมปลาตะเพียนสานมีลักษณะเรียบง่าย อาจเป็นเพียงปลาตัวเดียว หรือที่เรียกว่า “ปลาโบราณ” ขนาดเล็ก 1-3 ตัว ก่อนจะพัฒนามาสู่รูปแบบ “โมบาย” (นฤทธิ์ วัฒนภู, 2555, น. 141) หรือการสานรวมกันเป็น “พวง”

โครงสร้างของพวงปลาตะเพียนนี้ มีองค์ประกอบที่แหล่งข้อมูลระบุตรงกัน คือ ประกอบด้วย “แม่ปลา” (ปลาตัวใหญ่) และ “ลูกปลา” (ปลาตัวเล็ก) จำนวนต่าง ๆ กัน เช่น 6, 9, 12 หรือ 15 ตัว (วิบูลย์ ลี้สุวรรณ, 2553, น. 260; นฤทธิ์ วัฒนภู, 2555, น. 142; ธนากรณ์ มณีกุล, ม.ป.ป.) นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มส่วนประกอบอื่น ๆ เพื่อความสวยงาม เช่น กระโจม, ปักเป้า, ใบโพธิ์ หรือกระทงเกลือ (วิบูลย์ ลี้สุวรรณ, 2553, น. 260; นฤทธิ์ วัฒนภู, 2555, น. 141)

ด้านสุนทรียศาสตร์ แหล่งข้อมูลต่าง ๆ ชี้ตรงกันว่าปลาตะเพียนในยุคแรกเริ่มจะไม่ระบายสี (ธนากรณ์ มณีกุล, ม.ป.ป.) หรืออาจทาเพียงสีเหลืองซีด ๆ จากวัตถุดิบธรรมชาติที่เรียกว่า “รงค์” (มิวเซียมไทยแลนด์, ม.ป.ป.) ต่อมาในยุคหลัง (มีการอ้างถึงสมัยรัชกาลที่ 5) จึงเริ่มมีการระบายสีสันให้สวยงาม โดยเฉพาะสีแดงสดใส (นฤทธิ์ วัฒนภู, 2555, น. 142; มิวเซียมไทยแลนด์, ม.ป.ป.) และมีการพัฒนาเทคนิคการ “ฉลุ” ใบลานในเวลาต่อมา (มิวเซียมไทยแลนด์, ม.ป.ป.)

หมายเหตุ. จาก “ช่างสานปลาตะเพียนใบลาน” อนุรักษ์ของเล่นพื้นบ้านภูมิปัญญาไทย | ช่างสืบสาน [วิดีโอ], โดย THAI PBS, 2566, YouTube (https://www.youtube.com/watch?v=94DvxH5xazY).

บริบททางประวัติศาสตร์และการสืบสาน

ในเชิงประวัติศาสตร์ แหล่งข้อมูลต่างสอดคล้องกันว่าหัตถกรรมนี้มีอายุยาวนานกว่า 100 ปี (นฤทธิ์ วัฒนภู, 2555, น. 141; มิวเซียมไทยแลนด์, ม.ป.ป.) โดยมีจุดกำเนิดในบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา (นฤทธิ์ วัฒนภู, 2555, น. 141) และมักสันนิษฐานว่าริเริ่มโดย ชาวไทยมุสลิม ที่อาศัยหรือค้าขายทางเรือในกรุงเก่า (นฤทธิ์ วัฒนภู, 2555, น. 141; มิวเซียมไทยแลนด์, ม.ป.ป.) นอกจากนี้ ยังปรากฏหลักฐานการค้าขายปลาตะเพียนใบลานในพงศาวดาร “คำให้การขุนหลวงหาวัด” ซึ่งยืนยันการมีอยู่ของหัตถกรรมนี้ในสังคมอยุธยา (ธนากรณ์ มณีกุล, ม.ป.ป.)

แหล่งข้อมูลหลายแห่ง (นฤทธิ์ วัฒนภู, 2555, น. 142; มิวเซียมไทยแลนด์, ม.ป.ป.; ธนากรณ์ มณีกุล, ม.ป.ป.; Thai PBS, 2566) ยืนยันว่า ปลาตะเพียนสานได้ถูกยกระดับจากการเป็นเพียงของเล่นเด็ก สู่การเป็นสินค้า OTOP ที่สร้างรายได้, เป็นของฝากของที่ระลึก และกลายเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม้ว่าช่างฝีมือจะเหลือน้อยลง แต่ก็ยังคงมีความพยายามในการสืบสานโดยคนรุ่นใหม่ (Thai PBS, 2566)

การสังเคราะห์วรรณกรรมแสดงให้เห็นว่า “ปลาตะเพียนสาน” เป็นหัตถกรรมที่มีวิวัฒนาการซับซ้อนและมีความหมายในหลายมิติ แหล่งข้อมูลทั้งหมดมีความสอดคล้องกันในประเด็นหลัก 4 ประการ ได้แก่

  1. หน้าที่ใช้สอยดั้งเดิม คือ เป็นเครื่องแขวนเหนือเปลเด็ก
  2. ความหมายเชิงสัญลักษณ์ ที่สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์
  3. วิวัฒนาการของรูปแบบ จากปลาตัวเดียวสีธรรมชาติ สู่โมบายสีสันสดใส
  4. บริบททางประวัติศาสตร์ ที่มีจุดกำเนิดจากชาวไทยมุสลิมในลุ่มน้ำเจ้าพระยา และปัจจุบันเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม้ว่าหน้าที่ใช้สอยดั้งเดิมในฐานะของเล่นเด็กจะลดน้อยลง แต่ปลาตะเพียนสานได้ปรับตัวและดำรงอยู่ต่อไปในฐานะมรดกภูมิปัญญา, ของที่ระลึก และสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของไทย
นักศึกษาสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่
หมายเหตุ. จากปกนอกของ นามานุกรมเครื่องจักสาน, โดย วิบูลย์ ลี้สุวรรณ, 2553, เมืองโบราณ.

อ้างอิงข้อมูลจาก:

ธนากรณ์ มณีกุล. (ม.ป.ป.). ปลาตะเพียนสาน. กรมศิลปากร: กลุ่มจดหมายเหตุและเอกสารโบราณ. https://clah.finearts.go.th/content/269

นฤทธิ์ วัฒนภู. (2555). ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านไทย. วาดศิลป์.

มิวเซียมไทยแลนด์. (ม.ป.ป.). ปลาตะเพียนสาน. https://www.museumthailand.com/th/4435/storytelling/ปลาตะเพียนสาน

วิบูลย์ ลี้สุวรรณ. (2553). นามานุกรมเครื่องจักสาน. เมืองโบราณ.

Thai PBS. (2566, 3 สิงหาคม). “ช่างสานปลาตะเพียนใบลาน” อนุรักษ์ของเล่นพื้นบ้านภูมิปัญญาไทย | ช่างสืบสาน. [วิดีโอ]. YouTube. https://www.youtube.com/watch?v=94DvxH5xazY

ขอความร่วมมือทุกท่านร่วมทำแบบประเมินความพึงพอใจ เพื่อนำผลที่ได้ไปปรับปรุงและพัฒนางานให้ตรงกับความต้องการของทุกท่านให้ได้มากที่สุด ขอบคุณครับ

We would appreciate your assistance in filling out the satisfaction survey, which is available in both Thai and English. The results will be utilized to enhance and expand our work to better serve everyone’s requirements. Click this link.