|
|
||||||||
| พระราชกรณียกิจ ด้านเศรษฐกิจและการคลัง | ||||||||
|
พระราชประวัติ
![]() "หอรัษฎากรพิพัฒน์" สร้างขึ้นเมื่อ พุทธศักราช ๒๔๑๖ ตั้งอยู่ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อเก็บรวบรวมเงินรายได้ของแผ่นดิน ตรวจนับและเก็บภาษีต่างๆ ของแต่ละกระทรวง รวมทั้งกำหนดเงินที่ใช้จ่ายในราชการแผ่นดิน ตราพระราชบัญญัติกรมพระคลังมหาสมบัติ จ.ศ. ๑๒๓๕ หลังจากประกาศใช้พระราชบัญญัติ สำหรับหอรัษฎากรพิพัฒน์ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๑๖ ได้ ๒ ปี โปรดเกล้าฯ ให้จัดระเบียบการกำหนดวิธีการส่งเงิน รับเงิน ตรวจเงิน รวมทั้งการประเมินเงินในปีข้างหน้า นับเป็นการเริ่มจัดวางแผนงบประมาณแผ่นดินเป็นครั้งแรก ยกฐานะกรมพระคลังมหาสมบัติเป็น "กระทรวง" รักษาพระราชทัรพย์ของแผ่นดินทั้งหมด เก็บเงินภาษีอากร คุมการจ่ายเงินของแผ่นดินยกเลิกเจ้าภาษีนายอากร โปรดให้เทศาภิบาลจัดการเก็บภาษีเอง ทำให้การเก็บภาษีดีขึ้น และเพิ่มขึ้นอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ระหว่างปีพุทธศักราช ๒๔๓๕-๒๔๔๗ รายได้ของประเทศเพิ่มขึ้นจาก ๑๕ ล้านบาทเป็น ๔๖ ล้านบาท พุทธศักราช ๒๔๓๘ โปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดทำงบประมาณแผ่นดินขึ้นเป็นครั้งแรก แยกเงินพระคลังข้างที่ซึ่งใช้สอยส่วนพระองค์ ออกจากงบประมาณแผ่นดิน ประกาศยกเลิกโรงบ่อนเบี้ย และปิดโรงหวยต่างๆ
![]() ภาษีการพนัน เน้นภาษีทางอ้อมที่รัฐจัดเก็บจากราษฎร เพื่อแก้ไขผลกระทบด้านการเงินการคลังหลังการใช้สนธิสัญญาบาวริ่ง เมื่อพุทธศักราช ๒๔๓๐ เพราะทรงเห็นว่า ทำให้ราษฎรหมกมุ่นอยู่กับอบายมุข ไม่เป็นอันทำมาหากิน เป็นการบ่อนทำลายฐานะการเงินของครอบครัว ซึ่งเป็นหน่วยงานพื้นฐานทางเศรษฐกิจของบ้านเมือง
เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการติดต่อซื้อขายได้โดยสะดวก พุทธศักราช ๒๔๔๕ โปรดเกล้าฯ ให้ทำธนบัตรเป็นกระดาษเรียกว่า "อัฐ"
มีมูลค่าเท่ากับเหรียญทองแดง ๑ อัฐ แต่ใช้เพียง ๑ ปีก็เลิกไปเพราะประชาชนไม่นิยมใช้
ต่อมาทรงตั้งกรมธนบัตรขึ้นมาเพื่อจัดทำเป็นตั๋วสัญญาขึ้นใช้แทนเงิน
กรมธนบัตรได้เริ่มใช้ตั๋วสัญญาเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๔๔๕ เป็นครั้งแรก
เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช ๒๔๕๑
ยกเลิกการใช้เงินพดด้วง เงินเหรียญที่มีมูลค่า เฟื้อง เสี้ยว ซีก อัฐ โสฬส เปลี่ยนมาใช้เหรียญสตางค์ซึ่งมี ๕ ชนิด
คือ ๕ บาท ๑๐ บาท ๑๐๐ บาท และ ๑,๐๐๐ บาทแทน ภายหลังออกธนบัตรฉบับ ๑ บาท ออกมาเพิ่มเติม
เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก
ทรงประจักษ์ถึงประโยชน์มหาศาลหากประเทศไทยจะมีระบบการเงิน และการธนาคารที่ดีเป็นของชาวไทยเอง
เช่นเดียวกับประเทศต่างๆ ที่ทรงเสด็จผ่าน พระองค์จึงทรงปรารถนาที่จะตั้งสถาบันการเงินเช่นนั้นในประเทศไทยบ้าง
อ้างอิง
รวบรวมข้อมูลโดย : งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด |
||||||||