Friday, September 25, 2026
นิทรรศการและสื่อส่งเสริมการศึกษา

นิทรรศการและสื่อส่งเสริมการศึกษา

ผลิตและพัฒนาโดย หน่วยเทคโนโลยีส่งเสริมการศึกษา ฝ่ายเทคโนโลยีห้องสมุด สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง

สไลด์ทางการศึกษา ทัศนวัสดุโปร่งแสง

นิทรรศการนิทรรศการสื่อส่งเสริมการศึกษาหมวดที่ 6: เทคโนโลยีสารสนเทศและการผลิตสื่อ (QA)หมวดหมู่ L.C.อนาล็อกทัศนา: วิวัฒนาการสื่อโสตทัศน์ก่อนยุคดิจิทัล

การศึกษาค้นคว้าและจัดแสดงนิทรรศการในครั้งนี้ มุ่งเน้นการย้อนรอยวิวัฒนาการของสื่อโสตทัศนศึกษาในยุคอนาล็อก (Analog) โดยได้รวบรวมแนวคิด ทฤษฎี และหลักการดำเนินงานจากเอกสารและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถจำแนกเนื้อหาตามบริบททางโสตทัศนศึกษาออกเป็นมิติสำคัญได้ดังนี้

สไลด์ หรือ แผ่นภาพเลื่อน
(ถ่ายเมื่อ 1 เม.ย. 69)

ในทาง โสตทัศนศึกษา (Audiovisual Education) การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเกิดจากการที่ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรงผ่านประสาทสัมผัส โดยเฉพาะการฟัง (โสต) และการมองเห็น (ทัศน) เพื่อเปลี่ยนนามธรรมให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน มนุษย์จึงมีพัฒนาการในการนำสื่อประเภทต่าง ๆ มาใช้ประกอบการพูดบรรยายเพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสารมาอย่างยาวนาน ซึ่งสื่อประเภทหนึ่งที่ได้รับการยอมรับและเป็นตัวแทนของรากฐานงานโสตทัศนศึกษาอย่างเด่นชัด คือ“สไลด์” (Slide) หรือ “แผ่นภาพเลื่อน” (อัญชลี วิมลศิลป์, 2564, น. 2)

สไลด์มีขนาดกรอบภาพ 2×2 นิ้ว
(ถ่ายเมื่อ 1 เม.ย. 69)

สไลด์จัดเป็น “ทัศนวัสดุ” (Visual Materials) ประเภทโปร่งแสง ผลิตโดยการถ่ายภาพลงบนฟิล์ม Positive ขนาดกรอบภาพ 2×2 นิ้ว ด้วยฟิล์มขนาด 35 มิลลิเมตร (ฟิล์มเบอร์ 135) ที่เรียกว่า ฟิล์มสไลด์สี (Color Slide Film) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นตามหลักโสตทัศนศึกษา คือ การให้สีสันที่สวยงาม คมชัด และตรงตามความเป็นจริงมากที่สุด ทำให้ผู้เรียนเกิดการรับรู้ทางตาอย่างถูกต้อง (อัญชลี วิมลศิลป์, 2564, น. 2; ตวงแสง ณ นคร และศยามน อินสะอาด, 2558, น. 112)

ภาพที่แสดงให้เห็นเมื่อดูผ่านเครื่องอ่านสไลด์
(ถ่ายเมื่อ 1 เม.ย. 69)

ตามหลักการของโสตทัศน์ สื่อสไลด์เป็นสื่อที่เน้นให้ผู้ฟังหรือผู้ชม “เห็น” ภาพหรือสารที่ถ่ายทอดออกมา ไม่ใช่สื่อที่ทำขึ้นเพื่อให้ผู้ฟังต้อง “อ่าน” การผลิตสไลด์จึงต้องมุ่งเน้นการใช้คำ ข้อความสั้น ๆ หรือสื่อกราฟิก เช่น รูปภาพ แผนผัง แผนภูมิ หรือกราฟที่เข้าใจง่าย ทำหน้าที่สนับสนุนความสำคัญในสิ่งที่นำเสนอ โดยไม่ใช้พื้นที่จัดวางข้อความที่ซ้ำซ้อนกับการบรรยายทางเสียง (โสต) ของผู้พูด (อัญชลี วิมลศิลป์, 2564, น. 2)

คุณลักษณะทางโสตทัศนศึกษาของสไลด์ในการนำเสนอ

จากการศึกษาเอกสารทางวิชาการ พบว่า คุณลักษณะของสไลด์ในมิติโสตทัศนศึกษามีทั้งข้อเด่นและข้อจำกัดในการจัดกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งสามารถสรุปเปรียบเทียบเชิงวิเคราะห์ได้ดังนี้

สไลด์ประกอบเสียง
(ถ่ายเมื่อ 28 ธ.ค. 2555)

กระบวนการผลิตและคุณลักษณะทางกายภาพ สไลด์เป็นสื่อที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีซับซ้อนในเชิงระบบอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ใช้ง่าย แต่ในมิติการจัดเตรียมงานต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน ตั้งแต่การวางบทแนวคิด การถ่ายภาพด้วยฟิล์มเคมี จนถึงกระบวนการล้างและตัดแบ่งบรรจุเข้ากรอบมาตรฐาน (Standard) ทำให้มีต้นทุนการผลิตที่สูงในอดีต แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะมีความประณีตและเป็นระเบียบ (ยศระวี วายทองคำ, 2555, น. 96; ตวงแสง ณ นคร และศยามน อินสะอาด, 2558, น. 112)

สไลด์ประกอบเสียง
(ถ่ายเมื่อ 1 เม.ย. 69)

ข้อดีในมิติการถ่ายทอดสาร สไลด์ช่วยลดเครื่องมือคั่นกลางระหว่างผู้ฟังและภาพบนจอฉาย สามารถแสดงผลภาพขนาดใหญ่ในห้องประชุมหรือห้องเรียนขนาดใหญ่ได้โดยไม่เกิดการบิดเบี้ยวผิดสัดส่วน ทำให้ผู้บรรยายมั่นใจได้ว่าเสียงบรรยาย (โสต) และภาพบนจอ (ทัศน) มีความสัมพันธ์สอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์ (ยศระวี วายทองคำ, 2555, น. 97)

ตัวอย่างการทำเครื่องหมาย
เพื่อป้องกันภาพกลับหัว
(ถ่ายเมื่อ 28 ธ.ค. 2555)

ข้อจำกัดเชิงเทคนิค: การใช้สไลด์ฉายผ่านเครื่องฉายในอดีต จำเป็นต้องควบคุมสภาพแวดล้อมให้ห้องค่อนข้างมืดเพื่อรักษาคุณภาพความคมชัดของแสงและสี และมีความเสี่ยงสูงหากบรรจุสไลด์เข้าเครื่องฉายหรือถาดบรรจุผิดทิศทาง ซึ่งหลักโสตทัศนศึกษาจำเป็นต้องแก้ไขด้วยเทคนิคการทำเครื่องหมาย เพื่อป้องกันภาพกลับหัวบนจอฉาย (ยศระวี วายทองคำ, 2555, น. 97; ตวงแสง ณ นคร และศยามน อินสะอาด, 2558, น. 113)

เครื่องฉายสไลด์

ในขอบข่ายของโสตทัศนูปกรณ์ ระบบการทำงานของเครื่องฉายสไลด์มีการพัฒนาเพื่อตอบสนองต่อรูปแบบการเรียนการสอนเป็นสำคัญ

ระบบเปลี่ยนภาพด้วยมือ (Manual System) ที่ใช้วิธีดึงสลับฉายทีละช่อง
เครื่องอ่านสไลด์รายบุคคล
(Individual Slide Viewer)
เครื่องอ่านสไลด์รายบุคคล
รุ่น KAISER diascop 50 N
เครื่องอ่านสไลด์รายบุคคล
รุ่น KAISER diascop 50 N
สาธิตการใช้เครื่องอ่านสไลด์รายบุคคล (Individual Slide Viewer)

สำหรับการจัดกระบวนการเรียนรู้รายบุคคล (Individualized Instruction) ถือเป็นอีกหนึ่งหมวดหมู่สำคัญของโสตทัศนศึกษา นวัตกรรมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์การเรียนรู้ด้วยตนเองคือ “เครื่องอ่านสไลด์รายบุคคล” (Individual Slide Viewer) ดังภาพและวิดีโอสาธิตการใช้งานเครื่องอ่านสไลด์รายบุคคล รุ่น KAISER diascop 50 N อุปกรณ์ชิ้นนี้สะท้อนกลไกการทำงานระบบเปลี่ยนภาพด้วยมือ (Manual System) อย่างเด่นชัด โดยผู้เรียนสามารถบรรจุฟิล์มสไลด์ ลงในช่องด้านบน จากนั้นใช้การดึงและดันคานเลื่อนด้านข้าง ระบบกลไกแฮนด์เมดจะเลื่อนแผ่นฟิล์มผ่านชุดเลนส์ขยายและหลอดไฟส่องสว่างภายใน ปรากฏเป็นภาพสีสันคมชัดขนาดกะทัดรัดบนหน้าจอด้านหน้า เครื่องมือนี้ทำให้ผู้เรียนสามารถศึกษาเนื้อหาและสังเกตรายละเอียดภาพ (ทัศนวัสดุ) ได้อย่างอิสระตามความเร็วที่ตนเองต้องการ โดยระบบจะดึงแผ่นสไลด์ที่ชมแล้วไปจัดเก็บอีกฝั่งโดยอัตโนมัติ ถือเป็นต้นแบบของการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Paced Learning) ก่อนการกำเนิดของคอมพิวเตอร์และแท็บเล็ตในยุคปัจจุบัน

ระบบควบคุมระยะไกล (Remote Control System) ที่ใช้รีโมตเปลี่ยนภาพจากถาดบรรจุ
เครื่องฉายสไลด์แบบตั้งโต๊ะที่มีจอรับภาพในตัว
หมายเหตุ. สื่อชิ้นนี้ไม่มีจัดแสดงในสถานที่จริง
(ถ่ายเมื่อ 27 พ.ค. 52)
เครื่องฉายสไลด์แบบตั้งโต๊ะที่มีจอรับภาพในตัว
หมายเหตุ. สื่อชิ้นนี้ไม่มีจัดแสดงในสถานที่จริง
(ถ่ายเมื่อ 27 พ.ค. 52)

เครื่องฉายสไลด์แบบตั้งโต๊ะที่มีจอรับภาพในตัว

การใช้งานแบบทู-อิน-วัน (2-in-1) ความพิเศษของตระกูล DIAMATOR AFM คือ เป็นเครื่องฉายสไลด์ที่สามารถกางฝาขึ้นมาเพื่อใช้เป็น “จอรับภาพด้านหลัง” ในตัวได้ทันที เหมาะสำหรับให้อาจารย์ใช้ตรวจเช็กสไลด์ ซักซ้อมคำบรรยายก่อนสอน หรือให้ผู้เรียนใช้ศึกษาค้นคว้าเนื้อหาเป็นรายบุคคลหรือกลุ่มย่อยโดยไม่ต้องปิดไฟห้องจนมืดสนิท

ระบบเปลี่ยนภาพ จากโครงสร้างด้านบนตัวเครื่อง จะมีรางสำหรับใส่ถาดสไลด์ชนิดกล่องยาว และมีรีโมตคอนโทรลแบบมีสาย สีดำปุ่มส้ม วางอยู่ด้านข้าง ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม ระบบการเปลี่ยนภาพโดยใช้เครื่องควบคุม ช่วยให้ผู้ใช้งานกดเปลี่ยนภาพเดินหน้า-ถอยหลังได้อย่างสะดวกสบาย

เครื่องฉายสไลด์ระบบถาดบรรจุทรงกลม
เครื่องฉายสไลด์ระบบถาดบรรจุทรงกลม
หมายเหตุ. สื่อชิ้นนี้ไม่มีจัดแสดงในสถานที่จริง
(ถ่ายเมื่อ 19 พ.ค. 52)

เครื่องฉายสไลด์ระบบถาดกลมนี้ ถือเป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ไขข้อจำกัดของเครื่องฉายแบบแมนนวลรุ่นเก่าที่ต้องคอยเปลี่ยนฟิล์มทีละช่อง โดยช่วยให้อาจารย์ผู้สอนสามารถดำเนินกระบวนการเรียนรู้สำหรับกลุ่มใหญ่ ได้อย่างต่อเนื่อง แม่นยำ และน่าสนใจ โดยให้ภาพและแสงที่มีสีสันตรงตามความเป็นจริงบนหน้าจอขนาดใหญ่

ถาดบรรจุสไลด์ทรงกลม ส่วนบนของตัวเครื่องที่ครอบด้วยพลาสติกใส คือ ถาดสำหรับใส่แผ่นภาพเลื่อน (ฟิล์มสไลด์) โดยการจัดวางสไลด์ในถาดทรงกลมนี้ช่วยให้สามารถบรรจุสไลด์ต่อเนื่องได้เป็นจำนวนมากและมีข้อดี คือ ถาดจะหมุนวนกลับมาที่ภาพแรกได้โดยอัตโนมัติเมื่อฉายจนครบรอบ

ชุดเลนส์ฉาย ส่วนทรงกลมด้านซ้ายหน้า คือ เลนส์ฉาย ทำหน้าที่ขยายภาพจากแผ่นฟิล์มสไลด์ขนาดเล็ก 35 มิลลิเมตร ให้ไปปรากฏบนจอฉายขนาดใหญ่ในห้องเรียนหรือห้องประชุม โดยสามารถหมุนเพื่อปรับระยะโฟกัสให้ภาพคมชัดได้

ปุ่มควบคุมด้านข้าง ใช้สำหรับควบคุมระดับความสูง-ต่ำของตัวเครื่อง และระบบกลไกการเลื่อนแผ่นภาพ ซึ่งเครื่องประเภทนี้มักจะรองรับการต่อสายรีโมตคอนโทรลเพื่อกดเปลี่ยนภาพจากระยะไกล หรือเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นเทปเพื่อผสานสัญญาณเสียงบรรยายเข้ากับกลไกการเปลี่ยนภาพโดยอัตโนมัติ

คุณค่าของสื่อสไลด์ต่อการพัฒนางานโสตทัศนศึกษา

แม้ว่าในปัจจุบันสื่ออนาล็อกจะถูกแทนที่ด้วยระบบดิจิทัล แต่ในเชิงทฤษฎีเทคโนโลยีและการสื่อสารการศึกษา สไลด์มีคุณค่าอย่างยิ่งในการวางรากฐานงานโสตทัศนศึกษา สอดคล้องตามแนวคิดของ ตวงแสง ณ นคร และศยามน อินสะอาด (2558, น. 115) ดังนี้

  1. ความยืดหยุ่นและการเรียนรู้เฉพาะบุคคล: สามารถบูรณาการใช้กับการเรียนการสอนได้ทั้งรูปแบบกลุ่มใหญ่ กลุ่มย่อย และรายบุคคล (ผ่านเครื่องอ่านสไลด์รายบุคคล) ผู้สอนสามารถสลับ ปรับปรุง หรือจัดเรียงลำดับภาพเข้า-ออกได้ตามความเหมาะสมของเนื้อหา
  2. การเร้าความสนใจและประสิทธิผลการจดจำ: เทคนิคการถ่ายภาพสไลด์ที่ให้แสงและสีสันตรงตามความเป็นจริง ช่วยเร้าความสนใจและรวมจุดสนใจของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้เกิดความคงทนในการเรียนรู้ (Retention of Learning) ดีกว่าหรือเทียบเท่ากับวิธีสอนตามปกติ
  3. การลดขนาดและเพิ่มการเข้าถึง: สไลด์ช่วยย่อขนาดของวัสดุอุปกรณ์ในโลกความจริงที่ไม่สะดวกต่อการนำมาแสดงในห้องเรียน เช่น แผนที่ขนาดใหญ่ หรือภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์ ให้มาอยู่บนแผ่นฟิล์มขนาดเล็กที่จัดเก็บง่าย ไม่สิ้นเปลืองพื้นที่ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกับเครื่องบันทึกเสียงเพื่อสร้างบทเรียนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้
นักศึกษาสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่

คลิ๊กเพื่อเข้าสู่ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ

บรรณานุกรม

ตวงแสง ณ นคร และศยามน อินสะอาด. (2558). การใช้สื่อการเรียนรู้. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

ยศระวี วายทองคำ. (2555). เทคนิคการนำเสนอสื่อการศึกษาเบื้องต้น. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

อัญชลี วิมลศิลป์. (2564). การผลิตสไลด์อิเล็กทรอนิกส์. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

ขอความร่วมมือทุกท่านร่วมทำแบบประเมินความพึงพอใจ เพื่อนำผลที่ได้ไปปรับปรุงและพัฒนางานให้ตรงกับความต้องการของทุกท่านให้ได้มากที่สุด ขอบคุณครับ

We would appreciate your assistance in filling out the satisfaction survey, which is available in both Thai and English. The results will be utilized to enhance and expand our work to better serve everyone’s requirements. Click this link.