สไลด์ทางการศึกษา ทัศนวัสดุโปร่งแสง
การศึกษาค้นคว้าและจัดแสดงนิทรรศการในครั้งนี้ มุ่งเน้นการย้อนรอยวิวัฒนาการของสื่อโสตทัศนศึกษาในยุคอนาล็อก (Analog) โดยได้รวบรวมแนวคิด ทฤษฎี และหลักการดำเนินงานจากเอกสารและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถจำแนกเนื้อหาตามบริบททางโสตทัศนศึกษาออกเป็นมิติสำคัญได้ดังนี้

(ถ่ายเมื่อ 1 เม.ย. 69)
ในทาง โสตทัศนศึกษา (Audiovisual Education) การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเกิดจากการที่ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรงผ่านประสาทสัมผัส โดยเฉพาะการฟัง (โสต) และการมองเห็น (ทัศน) เพื่อเปลี่ยนนามธรรมให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน มนุษย์จึงมีพัฒนาการในการนำสื่อประเภทต่าง ๆ มาใช้ประกอบการพูดบรรยายเพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสารมาอย่างยาวนาน ซึ่งสื่อประเภทหนึ่งที่ได้รับการยอมรับและเป็นตัวแทนของรากฐานงานโสตทัศนศึกษาอย่างเด่นชัด คือ“สไลด์” (Slide) หรือ “แผ่นภาพเลื่อน” (อัญชลี วิมลศิลป์, 2564, น. 2)

(ถ่ายเมื่อ 1 เม.ย. 69)
สไลด์จัดเป็น “ทัศนวัสดุ” (Visual Materials) ประเภทโปร่งแสง ผลิตโดยการถ่ายภาพลงบนฟิล์ม Positive ขนาดกรอบภาพ 2×2 นิ้ว ด้วยฟิล์มขนาด 35 มิลลิเมตร (ฟิล์มเบอร์ 135) ที่เรียกว่า ฟิล์มสไลด์สี (Color Slide Film) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นตามหลักโสตทัศนศึกษา คือ การให้สีสันที่สวยงาม คมชัด และตรงตามความเป็นจริงมากที่สุด ทำให้ผู้เรียนเกิดการรับรู้ทางตาอย่างถูกต้อง (อัญชลี วิมลศิลป์, 2564, น. 2; ตวงแสง ณ นคร และศยามน อินสะอาด, 2558, น. 112)

(ถ่ายเมื่อ 1 เม.ย. 69)
ตามหลักการของโสตทัศน์ สื่อสไลด์เป็นสื่อที่เน้นให้ผู้ฟังหรือผู้ชม “เห็น” ภาพหรือสารที่ถ่ายทอดออกมา ไม่ใช่สื่อที่ทำขึ้นเพื่อให้ผู้ฟังต้อง “อ่าน” การผลิตสไลด์จึงต้องมุ่งเน้นการใช้คำ ข้อความสั้น ๆ หรือสื่อกราฟิก เช่น รูปภาพ แผนผัง แผนภูมิ หรือกราฟที่เข้าใจง่าย ทำหน้าที่สนับสนุนความสำคัญในสิ่งที่นำเสนอ โดยไม่ใช้พื้นที่จัดวางข้อความที่ซ้ำซ้อนกับการบรรยายทางเสียง (โสต) ของผู้พูด (อัญชลี วิมลศิลป์, 2564, น. 2)
คุณลักษณะทางโสตทัศนศึกษาของสไลด์ในการนำเสนอ
จากการศึกษาเอกสารทางวิชาการ พบว่า คุณลักษณะของสไลด์ในมิติโสตทัศนศึกษามีทั้งข้อเด่นและข้อจำกัดในการจัดกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งสามารถสรุปเปรียบเทียบเชิงวิเคราะห์ได้ดังนี้

(ถ่ายเมื่อ 28 ธ.ค. 2555)
กระบวนการผลิตและคุณลักษณะทางกายภาพ สไลด์เป็นสื่อที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีซับซ้อนในเชิงระบบอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ใช้ง่าย แต่ในมิติการจัดเตรียมงานต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน ตั้งแต่การวางบทแนวคิด การถ่ายภาพด้วยฟิล์มเคมี จนถึงกระบวนการล้างและตัดแบ่งบรรจุเข้ากรอบมาตรฐาน (Standard) ทำให้มีต้นทุนการผลิตที่สูงในอดีต แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะมีความประณีตและเป็นระเบียบ (ยศระวี วายทองคำ, 2555, น. 96; ตวงแสง ณ นคร และศยามน อินสะอาด, 2558, น. 112)

(ถ่ายเมื่อ 1 เม.ย. 69)
ข้อดีในมิติการถ่ายทอดสาร สไลด์ช่วยลดเครื่องมือคั่นกลางระหว่างผู้ฟังและภาพบนจอฉาย สามารถแสดงผลภาพขนาดใหญ่ในห้องประชุมหรือห้องเรียนขนาดใหญ่ได้โดยไม่เกิดการบิดเบี้ยวผิดสัดส่วน ทำให้ผู้บรรยายมั่นใจได้ว่าเสียงบรรยาย (โสต) และภาพบนจอ (ทัศน) มีความสัมพันธ์สอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์ (ยศระวี วายทองคำ, 2555, น. 97)

เพื่อป้องกันภาพกลับหัว
(ถ่ายเมื่อ 28 ธ.ค. 2555)
ข้อจำกัดเชิงเทคนิค: การใช้สไลด์ฉายผ่านเครื่องฉายในอดีต จำเป็นต้องควบคุมสภาพแวดล้อมให้ห้องค่อนข้างมืดเพื่อรักษาคุณภาพความคมชัดของแสงและสี และมีความเสี่ยงสูงหากบรรจุสไลด์เข้าเครื่องฉายหรือถาดบรรจุผิดทิศทาง ซึ่งหลักโสตทัศนศึกษาจำเป็นต้องแก้ไขด้วยเทคนิคการทำเครื่องหมาย เพื่อป้องกันภาพกลับหัวบนจอฉาย (ยศระวี วายทองคำ, 2555, น. 97; ตวงแสง ณ นคร และศยามน อินสะอาด, 2558, น. 113)
เครื่องฉายสไลด์
ในขอบข่ายของโสตทัศนูปกรณ์ ระบบการทำงานของเครื่องฉายสไลด์มีการพัฒนาเพื่อตอบสนองต่อรูปแบบการเรียนการสอนเป็นสำคัญ
ระบบเปลี่ยนภาพด้วยมือ (Manual System) ที่ใช้วิธีดึงสลับฉายทีละช่อง
เครื่องอ่านสไลด์รายบุคคล
(Individual Slide Viewer)

รุ่น KAISER diascop 50 N

รุ่น KAISER diascop 50 N
สำหรับการจัดกระบวนการเรียนรู้รายบุคคล (Individualized Instruction) ถือเป็นอีกหนึ่งหมวดหมู่สำคัญของโสตทัศนศึกษา นวัตกรรมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์การเรียนรู้ด้วยตนเองคือ “เครื่องอ่านสไลด์รายบุคคล” (Individual Slide Viewer) ดังภาพและวิดีโอสาธิตการใช้งานเครื่องอ่านสไลด์รายบุคคล รุ่น KAISER diascop 50 N อุปกรณ์ชิ้นนี้สะท้อนกลไกการทำงานระบบเปลี่ยนภาพด้วยมือ (Manual System) อย่างเด่นชัด โดยผู้เรียนสามารถบรรจุฟิล์มสไลด์ ลงในช่องด้านบน จากนั้นใช้การดึงและดันคานเลื่อนด้านข้าง ระบบกลไกแฮนด์เมดจะเลื่อนแผ่นฟิล์มผ่านชุดเลนส์ขยายและหลอดไฟส่องสว่างภายใน ปรากฏเป็นภาพสีสันคมชัดขนาดกะทัดรัดบนหน้าจอด้านหน้า เครื่องมือนี้ทำให้ผู้เรียนสามารถศึกษาเนื้อหาและสังเกตรายละเอียดภาพ (ทัศนวัสดุ) ได้อย่างอิสระตามความเร็วที่ตนเองต้องการ โดยระบบจะดึงแผ่นสไลด์ที่ชมแล้วไปจัดเก็บอีกฝั่งโดยอัตโนมัติ ถือเป็นต้นแบบของการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Paced Learning) ก่อนการกำเนิดของคอมพิวเตอร์และแท็บเล็ตในยุคปัจจุบัน
ระบบควบคุมระยะไกล (Remote Control System) ที่ใช้รีโมตเปลี่ยนภาพจากถาดบรรจุ

หมายเหตุ. สื่อชิ้นนี้ไม่มีจัดแสดงในสถานที่จริง
(ถ่ายเมื่อ 27 พ.ค. 52)

หมายเหตุ. สื่อชิ้นนี้ไม่มีจัดแสดงในสถานที่จริง
(ถ่ายเมื่อ 27 พ.ค. 52)
เครื่องฉายสไลด์แบบตั้งโต๊ะที่มีจอรับภาพในตัว
การใช้งานแบบทู-อิน-วัน (2-in-1) ความพิเศษของตระกูล DIAMATOR AFM คือ เป็นเครื่องฉายสไลด์ที่สามารถกางฝาขึ้นมาเพื่อใช้เป็น “จอรับภาพด้านหลัง” ในตัวได้ทันที เหมาะสำหรับให้อาจารย์ใช้ตรวจเช็กสไลด์ ซักซ้อมคำบรรยายก่อนสอน หรือให้ผู้เรียนใช้ศึกษาค้นคว้าเนื้อหาเป็นรายบุคคลหรือกลุ่มย่อยโดยไม่ต้องปิดไฟห้องจนมืดสนิท
ระบบเปลี่ยนภาพ จากโครงสร้างด้านบนตัวเครื่อง จะมีรางสำหรับใส่ถาดสไลด์ชนิดกล่องยาว และมีรีโมตคอนโทรลแบบมีสาย สีดำปุ่มส้ม วางอยู่ด้านข้าง ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม ระบบการเปลี่ยนภาพโดยใช้เครื่องควบคุม ช่วยให้ผู้ใช้งานกดเปลี่ยนภาพเดินหน้า-ถอยหลังได้อย่างสะดวกสบาย
เครื่องฉายสไลด์ระบบถาดบรรจุทรงกลม

หมายเหตุ. สื่อชิ้นนี้ไม่มีจัดแสดงในสถานที่จริง
(ถ่ายเมื่อ 19 พ.ค. 52)
เครื่องฉายสไลด์ระบบถาดกลมนี้ ถือเป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ไขข้อจำกัดของเครื่องฉายแบบแมนนวลรุ่นเก่าที่ต้องคอยเปลี่ยนฟิล์มทีละช่อง โดยช่วยให้อาจารย์ผู้สอนสามารถดำเนินกระบวนการเรียนรู้สำหรับกลุ่มใหญ่ ได้อย่างต่อเนื่อง แม่นยำ และน่าสนใจ โดยให้ภาพและแสงที่มีสีสันตรงตามความเป็นจริงบนหน้าจอขนาดใหญ่
ถาดบรรจุสไลด์ทรงกลม ส่วนบนของตัวเครื่องที่ครอบด้วยพลาสติกใส คือ ถาดสำหรับใส่แผ่นภาพเลื่อน (ฟิล์มสไลด์) โดยการจัดวางสไลด์ในถาดทรงกลมนี้ช่วยให้สามารถบรรจุสไลด์ต่อเนื่องได้เป็นจำนวนมากและมีข้อดี คือ ถาดจะหมุนวนกลับมาที่ภาพแรกได้โดยอัตโนมัติเมื่อฉายจนครบรอบ
ชุดเลนส์ฉาย ส่วนทรงกลมด้านซ้ายหน้า คือ เลนส์ฉาย ทำหน้าที่ขยายภาพจากแผ่นฟิล์มสไลด์ขนาดเล็ก 35 มิลลิเมตร ให้ไปปรากฏบนจอฉายขนาดใหญ่ในห้องเรียนหรือห้องประชุม โดยสามารถหมุนเพื่อปรับระยะโฟกัสให้ภาพคมชัดได้
ปุ่มควบคุมด้านข้าง ใช้สำหรับควบคุมระดับความสูง-ต่ำของตัวเครื่อง และระบบกลไกการเลื่อนแผ่นภาพ ซึ่งเครื่องประเภทนี้มักจะรองรับการต่อสายรีโมตคอนโทรลเพื่อกดเปลี่ยนภาพจากระยะไกล หรือเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นเทปเพื่อผสานสัญญาณเสียงบรรยายเข้ากับกลไกการเปลี่ยนภาพโดยอัตโนมัติ
คุณค่าของสื่อสไลด์ต่อการพัฒนางานโสตทัศนศึกษา
แม้ว่าในปัจจุบันสื่ออนาล็อกจะถูกแทนที่ด้วยระบบดิจิทัล แต่ในเชิงทฤษฎีเทคโนโลยีและการสื่อสารการศึกษา สไลด์มีคุณค่าอย่างยิ่งในการวางรากฐานงานโสตทัศนศึกษา สอดคล้องตามแนวคิดของ ตวงแสง ณ นคร และศยามน อินสะอาด (2558, น. 115) ดังนี้
- ความยืดหยุ่นและการเรียนรู้เฉพาะบุคคล: สามารถบูรณาการใช้กับการเรียนการสอนได้ทั้งรูปแบบกลุ่มใหญ่ กลุ่มย่อย และรายบุคคล (ผ่านเครื่องอ่านสไลด์รายบุคคล) ผู้สอนสามารถสลับ ปรับปรุง หรือจัดเรียงลำดับภาพเข้า-ออกได้ตามความเหมาะสมของเนื้อหา
- การเร้าความสนใจและประสิทธิผลการจดจำ: เทคนิคการถ่ายภาพสไลด์ที่ให้แสงและสีสันตรงตามความเป็นจริง ช่วยเร้าความสนใจและรวมจุดสนใจของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้เกิดความคงทนในการเรียนรู้ (Retention of Learning) ดีกว่าหรือเทียบเท่ากับวิธีสอนตามปกติ
- การลดขนาดและเพิ่มการเข้าถึง: สไลด์ช่วยย่อขนาดของวัสดุอุปกรณ์ในโลกความจริงที่ไม่สะดวกต่อการนำมาแสดงในห้องเรียน เช่น แผนที่ขนาดใหญ่ หรือภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์ ให้มาอยู่บนแผ่นฟิล์มขนาดเล็กที่จัดเก็บง่าย ไม่สิ้นเปลืองพื้นที่ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกับเครื่องบันทึกเสียงเพื่อสร้างบทเรียนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้
นักศึกษาสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่
คลิ๊กเพื่อเข้าสู่ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ
บรรณานุกรม
ตวงแสง ณ นคร และศยามน อินสะอาด. (2558). การใช้สื่อการเรียนรู้. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ยศระวี วายทองคำ. (2555). เทคนิคการนำเสนอสื่อการศึกษาเบื้องต้น. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
อัญชลี วิมลศิลป์. (2564). การผลิตสไลด์อิเล็กทรอนิกส์. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.





