ฟลอปปี้ดิสก์ (Floppy Disk): สื่อบันทึกข้อมูลแม่เหล็กยุคบุกเบิก

ภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการ
ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักหอสมุดกลาง
มหาวิทยาลัยรามคำแหง (หัวหมาก)
(ถ่ายเมื่อ 27 ส.ค. 69)
ฟลอปปี้ดิสก์ (Floppy Disk) หรือที่เรียกกันอย่างคุ้นหูในยุคนั้นว่า “ดิสเกตต์” (Diskette) หรือบางครั้งเรียกว่า “ดิสก์แบบยืดหยุ่น” (Flexible Disks) (Elsevier, n.d.; Museum of Obsolete Media, n.d.)
ฟลอปปี้ดิสก์ (Floppy Disk) คือ นวัตกรรมชิ้นสำคัญที่เข้ามาปฏิวัติวงการคอมพิวเตอร์ยุคแรกเริ่ม โดยถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาความยุ่งยากในการจัดเก็บและเคลื่อนย้ายข้อมูล ก่อนการมาถึงของยุคแผ่นซีดีและแฟลชไดรฟ์ (Moonlightkz, 2564) แม้ในปัจจุบันความนิยมของสื่อชนิดนี้จะเลือนหายไปตามกาลเวลา แต่ภาพจำของรูปทรงตลับสี่เหลี่ยมนี้ก็ยังคงถูกส่งต่อและมีชีวิตอยู่ในโลกยุคดิจิทัล ในฐานะ “ไอคอนปุ่มบันทึก (Save)” ที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวัน (Edwards, 2021)
รูปทรงภายนอกของฟลอปปี้ดิสก์ (Floppy Disk) เป็นตลับพลาสติกสี่เหลี่ยมแบน ภายในบรรจุแผ่นจานแม่เหล็กทรงกลมที่มีความบางและยืดหยุ่นสูง ซึ่งคุณสมบัติความอ่อนนุ่มนี้เองที่เป็นที่มาของคำว่า “Floppy” (Edwards, 2021) ขนาดของแผ่นที่ได้รับความนิยมมีวิวัฒนาการตั้งแต่ขนาด 8 นิ้ว, 5.25 นิ้ว มาจนถึง 3.5 นิ้ว (Museum of Obsolete Media, n.d.) จุดเด่นที่สำคัญ คือ เป็นสื่อบันทึกข้อมูลแบบพกพา (Removable Media) ที่มีน้ำหนักเบาและเคลื่อนย้ายได้สะดวก แม้จะมีความจุน้อยมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานเทคโนโลยีในปัจจุบัน (Moonlightkz, 2564)
การอ่านและบันทึกข้อมูลจะต้องสอดแผ่นดิสก์เข้าไปในช่องที่เรียกว่า “ฟลอปปี้ดิสก์ไดรฟ์” (Floppy Disk Drive) บนเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้หัวอ่านทำงานบนพื้นผิวของจานแม่เหล็กด้านใน (Elsevier, n.d.) นิยมใช้สำหรับการบันทึกเอกสาร โอนถ่ายข้อมูลขนาดเล็ก หรืองานพิมพ์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้จำเป็นต้องระมัดระวังในการเก็บรักษา เนื่องจากตัวแผ่นมีความบอบบางและไวต่อความชื้น ฝุ่นละออง รวมถึงสนามแม่เหล็ก ซึ่งอาจส่งผลให้ข้อมูลสูญหายได้ง่าย (Moonlightkz, 2564)
ฟลอปปี้ดิสก์ขนาด 5.25 นิ้ว (5.25-inch Floppy Disk)
สื่อบันทึกข้อมูลแม่เหล็กยอดนิยมแห่งยุคบุกเบิก (ค.ศ. 1976 – ต้นทศวรรษ 1990) ตัวตลับมีสัดส่วน 133.3 × 133.3 มิลลิเมตร และความบาง 1.6 มิลลิเมตร ห่อหุ้มด้วยซองพลาสติกที่มีความยืดหยุ่น ยุคนั้นมีความจุเก็บข้อมูลตั้งแต่ 110 KB ถึง 1.2 MB ถือเป็นนวัตกรรมสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนผ่านการจัดเก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์จากการใช้บัตรเจาะรูมาสู่สื่อบันทึกแบบพกพา (Museum of Obsolete Media, n.d.)

(5.25-inch Floppy Disk)
(ถ่ายเมื่อ 1 เม.ย. 69)

(5.25-inch Floppy Disk)
(ถ่ายเมื่อ 1 เม.ย. 69)
จุดเริ่มต้นของฟลอปปี้ดิสก์ขนาด 5.25 นิ้ว (Minifloppy) เกิดจากการที่บริษัท Shugart Associates ได้เปิดตัวดิสก์ขนาดนี้ขึ้นในปี ค.ศ. 1976 เพื่อทดแทนแผ่นดิสก์ขนาด 8 นิ้วเดิมที่มีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับเครื่องพีซีตั้งโต๊ะ (Moonlightkz, 2564, 24 กรกฎาคม; Museum of Obsolete Media, n.d.) ในส่วนของโครงสร้าง ตัวดิสก์ทำจากแผ่นแม่เหล็กบางยืดหยุ่น ห่อหุ้มด้วยซองพลาสติกบุผ้ากำจัดฝุ่นภายใน (Museum of Obsolete Media, n.d.) ทว่ามีความไวต่อความเสียหายทางกายภาพสูงมาก หากถูกงอ มีฝุ่นละออง หรือสัมผัสรอยนิ้วมือ ข้อมูลภายในจะเสียหายทันที (Elsevier, n.d.)
ด้านวิวัฒนาการความจุ ในยุคแรกดิสก์ชนิดนี้มีความจุเพียง 88 KB ถึง 110 KB (Moonlightkz, 2564, 24 กรกฎาคม; Museum of Obsolete Media, n.d.) ก่อนจะได้รับการพัฒนาเป็นรุ่นความหนาแน่นสองเท่า (Double Density: 360 KB) ในปี ค.ศ. 1978 (Museum of Obsolete Media, n.d.) จากนั้นจึงพัฒนาเป็นรุ่นความหนาแน่นสี่เท่า (720 KB) ในช่วงต้นทศวรรษ 1980 (Moonlightkz, 2564, 24 กรกฎาคม; Museum of Obsolete Media, n.d.) และก้าวสู่รุ่นความหนาแน่นสูง (High Density: 1.2 MB) บนเครื่อง IBM PC AT ในปี ค.ศ. 1984 (Museum of Obsolete Media, n.d.)

(5.25-inch Floppy Disk)
(ถ่ายเมื่อ 1 เม.ย. 69)
สำหรับเทคนิคการอ่านข้อมูล ผู้ใช้ในยุคแรกได้แก้ปัญหาไดรฟ์ที่อ่านข้อมูลได้เพียงหน้าเดียวด้วยการเจาะรอยบากเพิ่มเพื่อนำมาใช้งานได้ทั้งสองด้าน ซึ่งเรียกว่า “ฟลิปปี้ดิสก์” (Flippy disk) ก่อนที่จะมีการผลิตไดรฟ์แบบสองหัวอ่านที่สามารถอ่านทั้งสองด้านได้พร้อมกันในเวลาต่อมา (Museum of Obsolete Media, n.d.) ท้ายที่สุด บทบาทของแผ่นดิสก์ขนาด 5.25 นิ้ว ได้เริ่มลดลงและถูกเลิกใช้งานหลังจากแผ่นขนาด 3.5 นิ้วเข้ามารับความนิยมแทนที่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1988 และสูญหายไปจากตลาดอย่างสมบูรณ์ในช่วงกลางทศวรรษ 1990 (Museum of Obsolete Media, n.d.)
ไมโครฟลอปปี้ดิสก์
ขนาด 3.5 นิ้ว รุ่น HD
(3.5-inch High Density Microfloppy Disk)
สื่อบันทึกข้อมูลยอดนิยมแห่งยุคที่เปิดตัวในปี ค.ศ. 1987 เริ่มใช้งานครั้งแรกในตระกูล IBM PS/2 และ Macintosh IIx ก่อนจะแพร่หลายเป็นสื่อมาตรฐานหลักของพีซีและแมคอินทอช มีสัดส่วนทางกายภาพ 94 × 90 × 3.3 มิลลิเมตร ให้ความจุฟอร์แมตมาตรฐานที่ 1.44 MB มีจุดสังเกต คือ รูเจาะที่สองบริเวณมุมตรงข้ามกับปุ่มป้องกันการเขียนและตราสัญลักษณ์ HD ถือเป็นสื่อบันทึกข้อมูลหลักที่ครองความนิยมยาวนานตลอดทศวรรษ 1990 ก่อนจะเริ่มถูกเลิกใช้งานอย่างเป็นทางการตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 2000 เป็นต้นมา (Museum of Obsolete Media, n.d.)

(3.5-inch High Density Microfloppy Disk)
(ถ่ายเมื่อ 1 เม.ย. 69)

(3.5-inch High Density Microfloppy Disk)
(ถ่ายเมื่อ 1 เม.ย. 69)
ฟลอปปี้ดิสก์ขนาด 3.5 นิ้ว (Microfloppy) ได้รับการออกแบบเชิงกลไกขึ้นจากความร่วมมือของบริษัท Maxell, Hitachi และ Matsushita ในปี ค.ศ. 1982 (Moonlightkz, 2564, 24 กรกฎาคม) โดยพัฒนาโครงสร้างภายนอกให้เปลี่ยนมาใช้ตลับพลาสติกแข็งแรงและเพิ่มแผ่นโลหะเลื่อนปิด-เปิด (Sliding metal shutter) เพื่อปกป้องพื้นผิวจานแม่เหล็กภายในจากฝุ่นและรอยขีดข่วน (Elsevier, n.d.) อีกทั้งยังปรับเปลี่ยนระบบป้องกันข้อมูลจากการเขียนทับ โดยใช้สวิตช์เลื่อนปุ่มพลาสติก (Write-protect switch) บริเวณมุมของแผ่นดิสก์ เพื่อป้องกันการบันทึกทับโดยไม่ตั้งใจ (Elsevier, n.d.)

(3.5-inch High Density Microfloppy Disk)
(ถ่ายเมื่อ 1 เม.ย. 69)
สำหรับประเภทและความจุของฟลอปปีดิสก์ขนาด 3.5 นิ้ว สามารถแบ่งออกเป็นรุ่นความหนาแน่นสองเท่า (Double Density: DD) ที่มีความจุ 720 KB (Elsevier, n.d.; Moonlightkz, 2564, 24 กรกฎาคม) และรุ่นความหนาแน่นสูง (High Density: HD) มีความจุ 1.4 MB ซึ่งให้ความน่าเชื่อถือสูงกว่า โดยมีจุดสังเกตคือตราสัญลักษณ์ HD หรือรอยบากพิเศษบริเวณตรงข้ามปุ่มป้องกันการเขียน (Elsevier, n.d.) ซึ่งรุ่น HD ถือเป็นรุ่นมาตรฐานที่ได้รับความนิยมยาวนานจนถึงช่วงปลายทศวรรษ 2000 (Museum of Obsolete Media, n.d.) นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 1991 ได้มีการเปิดตัวรุ่นความหนาแน่นพิเศษ (Extra-high Density: ED) บนเครื่อง NeXTcube และ IBM PS/2 Model 57 ซึ่งเคลือบสารออกไซด์พิเศษทำให้มีความจุเพิ่มเป็น 2.88 MB และมีรอยบากระบุตัวตนสูงกว่ารุ่น HD เล็กน้อย ทว่ารุ่น ED กลับไม่ได้รับความนิยมแพร่หลาย เนื่องจากมีความจุที่เพิ่มขึ้นน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่วางจำหน่ายในขณะนั้น (Museum of Obsolete Media, n.d.)
ในอดีต สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ให้บริการโสตทัศนวัสดุและเครื่องมือระบบอนาล็อกเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน ซึ่งรวมถึงการใช้งานสื่อบันทึกข้อมูลยุคแรกเริ่มเพื่อการจัดเก็บข้อมูล(คณะกรรมการจัดทำหนังสือ ๑๕ ปี สำนักหอสมุดกลาง, ๒๕๒๙; มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ๒๕๒๙)
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนผ่าน อุปกรณ์เหล่านี้จึงถูกลดบทบาทลง เพื่อป้องกันไม่ให้รากฐานของเทคโนโลยีการศึกษาเลือนหายไป สำนักหอสมุดกลางจึงได้นำประวัติศาสตร์ที่เข้าใจยากเหล่านี้มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และแปรรูปให้อยู่ในรูปแบบ “สารสนเทศนิทรรศการ” (Information Exhibition) ที่จับต้องได้ (สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ม.ป.ป.)
นักศึกษาสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่
คลิ๊กเพื่อเข้าสู่ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ
ชื่อเรื่อง “สถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์” (อีบุ๊ค)
Link ที่เกี่ยวข้อง: หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book)
ข้อมูลเกี่ยวกับการผลิต เชียงใหม่ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2564
เลขเรียกหนังสือ: QA76.9.A73 ป214 2564
แจ้งความประสงค์รับรหัสผ่านเข้าใช้งานฟรีได้ที่ https://bit.ly/rulibrary-seedelibrary-database
บรรณานุกรม
คณะกรรมการจัดทำหนังสือ ๑๕ ปี สำนักหอสมุดกลาง. (2529). ๑๕ ปี สำนักหอสมุดกลาง. แสงจันทร์.
ปัทมา ลงกานี. (2564). สถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
มหาวิทยาลัยรามคำแหง. (2529). ๑๕ ปี รามคำแหง. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง. (ม.ป.ป.). นิทรรศการออนไลน์. https://www.lib.ru.ac.th/onlineexhibition/
Edwards, B. (2021, July 19). From idea to icon: 50 years of the floppy disk. How-To Geek. https://www.howtogeek.com/740436/from-idea-to-icon-50-years-of-the-floppy-disk/
Elsevier. (n.d.). Floppy disk. ScienceDirect. https://www.sciencedirect.com/topics/engineering/floppy-disk
Moonlightkz. (2564, 24 กรกฎาคม). ย้อนอดีต ความเป็นมาของแผ่น Floppy Disk. Thaiware. https://review.thaiware.com/2069.html#floppy-disk-standard
Museum of Obsolete Media. (n.d.). Floppy Disks. https://obsoletemedia.org/data/floppy/


