ตู้บัตรรายการ: ฐานข้อมูลเชิงกายภาพแห่งห้องสมุด
ก่อนที่โลกจะก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลและระบบการสืบค้นออนไลน์ ห้องสมุดเคยมี “หัวใจหลัก” ในการนำทางนักอ่านเข้าสู่โลกของหนังสือ สิ่งนั้นคือ ตู้ไม้สีน้ำตาลที่เต็มไปด้วยลิ้นชักขนาดเล็ก หรือที่เรียกว่า “ตู้บัตรรายการ” (Card Catalog) นิทรรศการออนไลน์ชุดนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับเครื่องมือสืบค้นสุดคลาสสิกชิ้นนี้กัน

(ถ่ายเมื่อ 25 มี.ค. 69)
มากกว่าแค่ที่เก็บของ
ตู้บัตรรายการ เป็นเครื่องมือดั้งเดิมที่สำคัญของห้องสมุด ในยุคก่อนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ มีลักษณะทางกายภาพเป็นตู้ไม้โบราณหรือตู้โลหะที่ประกอบไปด้วยช่องลิ้นชักขนาดเล็กจำนวนมากเรียงรายกัน (พิมพา สุธัญญาวัชชัย, ม.ป.ป.; สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 2568)
- การจัดเรียง หน้าลิ้นชักแต่ละช่องจะระบุตัวอักษร ก-ฮ, A-Z หรือคำสั้น ๆ เพื่อจัดเรียงตามลำดับตัวอักษร (หนังสือข้างบ้าน, 2562)
- ตัวชี้วัดขนาดห้องสมุด ปริมาณของตู้บัตรรายการยังเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงจำนวนทรัพยากรหนังสือที่มีในห้องสมุดนั้น ๆ ด้วย (Thammasat University Library, 2567)
- กลไกภายใน ภายในลิ้นชักจะเก็บบัตรกระดาษแข็งขนาดมาตรฐาน 3×5 นิ้ว (หรือ 7.5×12.5 เซนติเมตร) โดยเจาะรูกลมขนาด 1/4 นิ้วไว้ที่ขอบด้านล่างตรงกลาง เพื่อร้อยแกนเหล็กยึดบัตรไว้กับลิ้นชัก ป้องกันไม่ให้บัตรหลุดร่วงหรือเรียงสลับที่ (จุฑามาศ ปานคีรี, 2561; พรอนันต์ เอี่ยมขจรชัย, 2551; หนังสือข้างบ้าน, 2562)

ณ ห้องจัดแสดงนิทรรศการ ชั้น 4 อาคาร 3 สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง (หัวหมาก)
(ถ่ายเมื่อ 25 มี.ค. 69)

จากบัตรรายการ ที่สำนักหอสมุดกลาง
มหาวิทยาลัยรามคำแหง (หัวหมาก)
เมื่อปี พ.ศ. 2521

จากบัตรรายการ ที่สำนักหอสมุดกลาง
มหาวิทยาลัยรามคำแหง (หัวหมาก)
เมื่อปี พ.ศ. 2521
ฐานข้อมูลฉบับกระดาษ
บรรณารักษ์ได้ใช้บัตรรายการเป็นตัวแทนของหนังสือ แต่ละเล่มในการบันทึกรายละเอียดทางบรรณานุกรมอย่างเป็นระบบ โดยบัตรรายการ 1 ใบ ประกอบด้วยโครงสร้างข้อมูลที่สำคัญ 4 ส่วน ได้แก่ (พรอนันต์ เอี่ยมขจรชัย, 2551)
- เลขเรียกหนังสือ (Call Number) สัญลักษณ์บอกตำแหน่งของหนังสือบนชั้น ประกอบด้วยเลขหมู่และเลขผู้แต่ง ถือเป็น “ลายแทง” ที่สำคัญที่สุดที่ชี้เป้าหมายให้ผู้ใช้บริการหาหนังสือพบ (พรอนันต์ เอี่ยมขจรชัย, 2551; หนังสือข้างบ้าน, 2562)
- รายการหัวบัตร (Heading) คือ “คำค้นหลัก” ที่อยู่บรรทัดบนสุดของบัตร ทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้ใช้นำมาสืบค้นหาหนังสือเล่มนั้นได้ง่ายขึ้น เช่น ชื่อผู้แต่ง หรือชื่อเรื่อง (พรอนันต์ เอี่ยมขจรชัย, 2551)
- รายการทางบรรณานุกรม (Description) คือ ส่วนที่ระบุรายละเอียดสำคัญของหนังสือทั้ง 7 ด้านไว้อย่างครบถ้วน ได้แก่ ชื่อเรื่องและผู้รับผิดชอบ, ครั้งที่พิมพ์, ข้อมูลการพิมพ์และเผยแพร่, ลักษณะรูปเล่ม, ชื่อชุดหนังสือ, หมายเหตุเพิ่มเติม และเลขมาตรฐานสากล (พรอนันต์ เอี่ยมขจรชัย, 2551)
- แนวสืบค้น (Tracing) คือ ส่วนที่ระบุว่าห้องสมุดได้จัดทำ “บัตรเพิ่ม” ประเภทใดให้กับหนังสือเล่มนี้บ้าง เช่น หัวเรื่อง, ผู้แต่งร่วม, ชื่อเรื่อง, ชื่อชุด เป็นต้น เพื่อใช้เป็นจุดเชื่อมโยงให้ผู้ใช้สามารถขยายผลการค้นหาข้อมูลได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น (พรอนันต์ เอี่ยมขจรชัย, 2551) ซึ่งทำงานคล้ายคลึงกับการติดแฮชแท็ก (#) ในโซเชียลมีเดียยุคปัจจุบัน (หนังสือข้างบ้าน, 2562)

(ถ่ายเมื่อ 26 มี.ค. 69)
ประเภทของบัตรรายการ
เพื่อรองรับพฤติกรรมการค้นหาที่หลากหลาย บัตรรายการจึงถูกออกแบบและแบ่งตามลักษณะการใช้งานออกเป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้ (พรอนันต์ เอี่ยมขจรชัย, 2551)
- บัตรหลัก (Main Card) บัตรตั้งต้นที่เปรียบเสมือนเสาหลักของข้อมูล มักใช้ “ชื่อผู้แต่ง” เป็นจุดเริ่มต้นในการสืบค้น
- บัตรเพิ่ม (Added Card) บัตรที่จัดทำเสริมขึ้นเพื่อขยายช่องทางการเข้าถึงหนังสือเล่มเดียวกัน ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาเจอได้ง่ายขึ้นจาก “ชื่อเรื่อง” หรือ “หัวเรื่อง”
- บัตรแจ้งหมู่หนังสือ (Shelflist Card) บัตรที่มีรายละเอียดคล้ายบัตรหลัก แต่จะระบุเลขทะเบียนหนังสือเพิ่มเติม เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำหรับบรรณารักษ์ในการตรวจสอบและจัดการทรัพยากร
- บัตรโยง (Reference Card) บัตรที่ทำหน้าที่เสมือน “ป้ายบอกทาง” คอยเชื่อมโยงคำหรือข้อความที่เกี่ยวข้องกัน เพื่อแนะนำและนำทางผู้ใช้ไปยังจุดค้นหาอื่น ๆ

ที่ห้องจัดแสดงนิทรรศการ ชั้น 4 อาคาร 3
สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง (หัวหมาก)
(ถ่ายเมื่อ 25 มี.ค. 69)
จากสมุดข่อยสู่มาตรฐานสากล
ในประเทศไทย การทำบัตรรายการเริ่มต้นขึ้นที่ “หอสมุดสำหรับพระนคร” โดยพัฒนาจากการจดลงสมุดบัญชีมาเป็นการเขียนลงบนบัตรแข็ง ต่อมาเมื่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เปิดสอนวิชาการจัดห้องสมุดในปี พ.ศ. 2494 จึงเริ่มมีการนำมาตรฐานสากลเข้ามาใช้ อย่างไรก็ตาม บริบทของรายชื่อคนไทยมีความซับซ้อน ศาสตราจารย์สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์ จึงได้จัดทำหลักเกณฑ์การทำบัตรรายการหนังสือภาษาไทยฉบับสมบูรณ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2509 เพื่อแก้ปัญหาการลงรายการชื่อผู้แต่งชาวไทยที่มีทั้ง เจ้านาย ผู้มีบรรดาศักดิ์ และพระสงฆ์ (จุฑามาศ ปานคีรี, 2561)
การส่งไม้ต่อสู่ระบบ OPAC
จากการทบทวนวรรณกรรมพบความสอดคล้องว่า “ตู้บัตรรายการ” ไม่ได้เป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์เก็บกระดาษ แต่เป็น “ฐานข้อมูลเชิงกายภาพ” (Physical Database) ที่ถูกออกแบบมาอย่างเป็นระบบระเบียบ แม้ในปัจจุบันเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น ตู้บัตรรายการจะถูกแทนที่ด้วยระบบห้องสมุดอัตโนมัติ หรือ OPAC (Online Public Access Catalog) (สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 2568)
ฐานข้อมูลทรัพยากรห้องสมุด (WebPAC) : https://library.lib.ru.ac.th
แต่ถึงกระนั้น หลักการพื้นฐานในการจัดหมวดหมู่ การกำหนดคำค้นหา (หัวเรื่อง/ผู้แต่ง) และเลขเรียกหนังสือ ที่ริเริ่มมาจากตู้บัตรรายการ ล้วนเป็นรากฐานสำคัญที่ถูกส่งต่อและหล่อหลอมรวมอยู่ในฐานข้อมูลห้องสมุดออนไลน์ที่เราใช้งานกันอย่างสะดวกสบายในทุกวันนี้

(ถ่ายเมื่อ 25 มี.ค. 69)
บรรณานุกรม:
จุฑามาศ ปานคีรี. (2561). ใบความรู้ที่ 4 บัตรรายการหนังสือ (ตอนที่ 1). GoToKnow. https://www.gotoknow.org/posts/440939
พรอนันต์ เอี่ยมขจรชัย. (2551). บัตรรายการ (Card Cataloging). ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. http://sutir.sut.ac.th:8080/sutir/bitstream/123456789/8844/1/204213_cardcatalog.pdf
พิมพา สุธัญญาวัชชัย. (ม.ป.ป.). ตู้บัตรรายการ. หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่. https://finearts.go.th/chiangmailibrary/view/46192-ตู้บัตรรายการ
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. (2568, 9 กรกฎาคม). รู้ไหมว่า…ก่อนยุคดิจิทัล นักอ่านต้องใช้ “บัตรกระดาษ” เพื่อค้นหาหนังสือในห้องสมุด. https://lib.bru.ac.th/2025/07/09/%E0%B8%B4brulib-cardcatalog-meaning/
หนังสือข้างบ้าน. (2562, 29 มิถุนายน). ตู้บัตรรายการ มหัศจรรย์ห้องสมุด [Facebook post]. Facebook. https://www.facebook.com/booknextdoor/posts/710301406066141/
Thammasat University Library. (2567, 24 มิถุนายน). ตู้บัตรรายการหนังสือ [Photograph]. Facebook. https://www.facebook.com/photo?fbid=879070824261362


