> พระราชประวัติ 
 > พระราชบิดาแห่งอักษรไทย
 > พระเกียรติคุณแผ่ไพศาล 
 > ธรรมะในศิลาจารึก 
 > ปกิณกะ 
    .... พระบรมสาทิสลักษณ์  
    .... มุมมองนักวิทยาศาสตร์ 
    .... ไม่มีผู้ใดปลอมได้ 
    ....    
 > สัตยาธิษฐาน 

 > บรรณานุกรม 
 > คณะผู้จัดทำ 

 > หน้าแรก 

 

ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง หลักที่ ๑ ไม่มีปัญญาชนผู้ใดปลอมได้ 

          ท่านศาสตราจารย์ธวัช ปุณโณทก ได้เขียนบทความไว้ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนตุลาคม ๒๕๔๓ แสดงความไม่เห็นด้วยกับ คุณไมเคิล ไรท์ ที่เสนอว่าจารึกพ่อขุนรามคำแหงได้สร้างขึ้นเมื่อยุคต้นรัตนโกสินทร์ ราวรัชกาลที่ ๓-๔   คุณธวัช ได้กล่าวว่า เป็นเพราะความไขว้เขวของนักวิชาการหัวก้าวหน้า ที่ใช้หลักฐานไขว้เขวและสับสน   เพราะจารึกพ่อขุนรามคำแหงนั้น ไม่มีปัญญาชนผู้ใดปลอมแปลงได้...    เพื่อไม่ให้เป็นการเสียหายในความหมายของบทความ ดังนั้นจะขอยกเนื้อความที่ปรากฏในบทความมาพิมพ์ไว้ทั้งหมด โดยไม่แก้ไขแต่ประการใด 

          จากบทความเรื่อง "ศิลาจารึกหลักที่ ๑ กับปัญญาชนรุ่นรัชกาลที่ ๓-๔ พิมพ์เขียวสำหรับอนาคตที่นำมาใช้งานไม่ได้" ของคุณไมเคิล ไรท์ ในหนังสือศิลปวัฒนธรรม ปีที่ ๒๑ ฉบับเดือนกรกฎาคม ๒๕๔๓ 

          ใจความโดยสรุปก็คือ คุณไมเคิล ไรท์ ต้องการเสนอความเห็นว่า ศิลาจารึกหลักที่ ๑ สร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ ๓ โดยพระภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ (รัชกาลที่ ๔) กับผู้รู้และสานุศิษย์ของพระองค์ โดยนำเหตุการณ์การขยายอำนาจของจักรวรรดินิยมอังกฤษเข้ามาสู่ดินแดนประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ ๓ มาอธิบายว่าปัญญาชนและชนชั้นปกครองของไทยเริ่มกังวลถึงความมั่นคงของชาติ จึงได้สร้างรัฐในอุดมคติของไทยเรียกว่า "สุโขทัย" และบันทึกในศิลาจารึกหลักที่ ๑ 

          พูดง่ายๆ ว่า ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงสร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ ๓ นี่เอง

          เรื่องศิลาจารึกหลักที่ ๑ สร้างปลอมขึ้นสมัยรัชกาลที่ ๓ นั้นมีผู้เสนอมาเมื่อ ๑๐ กว่าปีมาแล้ว ในครั้งนั้นได้มีการจัดเวทีสัมมนาถกเถียงกันหลายครั้งหลายคราระหว่างนักวิชาการที่เห็นด้วยและคัดค้าน เรื่องราวก็น่าจะจบลงไปแล้ว (แต่ยังไม่มีผู้ใดสรุปได้ชัดเจน) ต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผลแต่ไม่มีหลักฐานด้านศิลาจารึก โดยเฉพาะรูปอักษรสมัยสุโขทัย (อักษรพ่อขุนรามฯ อักษรสมัยพระเจ้าลิไท อักษรภาคเหนืออักษรอีสานล้านช้าง อักษรมอญโบราณ และอักษรขอมโบราณ ที่เป็นอักษรต้นแบบของอักษรพ่อขุนรามฯ) เรื่องตัวอักษรนี้ผมจะกล่าวชี้แจงตอนท้าย

          ตอนนี้ผมจะกล่าวถึงการล่าอาณานิคมของจักรวรรดิ นิยมอังกฤษ ที่ คุณไมเคิล ไรท์ นำมาอธิบายเป็นเหตุผลว่า ปัญญาชนและชนชั้นผู้ปกครองไทยต้องการจะแสดงหลักฐานให้นานาชาติรู้ถึงความมีอารยธรรมของไทยมาช้านาน อย่างน้อยสมัยสุโขทัย โดยสร้างศิลาจารึกหลักที่ ๑ ไว้ และนำมาแสดงให้ฝรั่งรู้และเข้าใจว่าชนชาติไทยนั้น มีอารยธรรมอย่างทันสมัยมาเนิ่นนานเพื่อฝรั่งจะได้เกรงใจยับยั้งชั่งใจบ้าง ไม่ผลีผลามส่งกองทัพเข้ายึดเมืองไทยเหมือน ประเทศพม่าและมาเลเชีย

          เหตุผลข้างต้นนั้นเป็นความเห็นของคุณไมเคิล ไรท์ โดยใช้แนวความคิดของคนในปัจจุบันไปส่องหาอดีต ซึ่งนักวิชาการเราทำผิดพลาดกันมามากแล้ว ทำไมไม่อธิบายอดีตโดยวิธีคิดแบบโบราณว่าคนสมัยนั้นเขามีความคิดกันอย่างไร เขาเข้าใจเหตุการณ์ของเขาอย่างไร สังคมของเขาเป็นอย่างไร โดยใช้ข้อเขียนของคนสมัยนั้นเป็นหลักฐานในการอธิบาย ไม่ถูกต้องกว่าหรือ

          คุณไมเคิล ไรท์ ก็ทราบดีว่ากำลังกองทัพเรืออังกฤษสมัยพระนางเจ้าวิคตอเรียนั้นเกรียงไกรเพียงใด เพียงแต่ปัญญาชนไทยเสนอว่าชนชาติไทยมีอารยธรรมทันสมัย (ดังเนื้อความศิลาจารึกหลักที่ ๑) เพียงเท่านี้จะชะลอการปฏิบัติการของกองทัพเรือได้อย่างไร   ไม่มีเหตุผลพอเพียง ดังตัวอย่าง อังกฤษรู้จักชาวอียิปต์ว่ามีอารยธรรมรุ่งเรืองมาแต่โบราณเป็นอย่างดี ไม่เห็นว่ากองทัพเรืออังกฤษจะยกเว้น ยังปฏิบัติการช่วงชิงอียิปต์มาจากฝรั่งเศส ดังที่ทราบกันทั่วไป

          ฉะนั้นการที่ประเทศไทยพ้นปากเหยี่ยวปากกามาได้ในสมัยนั้น น่าจะด้วยเหตุผลอื่นๆ และที่แน่นอน ก็ไม่ใช่เพราะปัญญาชนไทยสร้างศิลาจารึกหลักที่ ๑ ดังที่คุณ ไมเคิล ไรท์ พยายามอธิบายโดยนำมาผูกพันกับศิลาจารึกหลักที่ ๑ ซึ่งไม่มีเหตุผลที่มีน้ำหนักพอจะรับฟังได้ ... 

 

         

อ่านหน้าที่ ๒ ......

  คัดลอกเนื้อหา จากบทความ "ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง หลักที่ ๑ ไม่มีปัญญาชนผู้ใดปลอมได้" โดย ธวัช ปุณโณทก
จากนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนตุลาคม ๒๕๔๓