> พระราชประวัติ 
 > พระราชบิดาแห่งอักษรไทย
 > พระเกียรติคุณแผ่ไพศาล 
 > ธรรมะในศิลาจารึก 
 > ปกิณกะ 
    .... พระบรมสาทิสลักษณ์  
    .... มุมมองนักวิทยาศาสตร์ 
    .... ไม่มีผู้ใดปลอมได้ 
    ....    
 > สัตยาธิษฐาน 

 > บรรณานุกรม 
 > คณะผู้จัดทำ 

 > หน้าแรก 

 

พระบรมสาทิสลักษณ์ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช

  
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช

          จาก เอกสารข่าวรามคำแหงฉบับวันที่ ๑๑ มกราคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๓๖ หน้า ๕ และจากรายงานพิเศษ นิตยสารศิลปวัฒนธรรม หน้า ๑๕๔-๑๕๗ ฉบับปีพระพุทธศักราช ๒๕๓๖ ได้กล่าวถึง "พระบรมสาทิสลักษณ์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช" หรือ ภาพเขียนพ่อขุนรามคำแหงมหาราช อยู่พอสมควรจึงใคร่ขออนุญาตนำข้อความบางตอนมาเรียบเรียง และเผยแพร่ไว้ ณ ที่นี้ 

          ในข่าวรามคำแหง ได้กล่าวเกี่ยวกับเรื่องมหาวิทยาลัยรามคำแหงได้จัดทำล็อกเกตที่ระลึกพ่อขุนรามคำแหง เนื่องในโอกาสครบรอบ ๒๐ ปี ของมหาวิทยาลัย โดยได้รับความอนุเคราะห์จากโรงเรียนไผทอุดมศึกษา ถนนวิภาวดีรังสิต เขตบางเขน กทม. ซึ่งเป็นผู้จัดเก็บพระบรมสาทิสลักษณ์ไว้ ให้ถ่ายเป็นต้นแบบในการทำล็อกเกตเพื่อให้อาจารย์ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้มีโอกาสเก็บรักษาไว้สักการบูชา

          เนื้อข่าวกล่าวไว้ว่า "พระบรมสาทิสลักษณ์นี้วาดจากภาพที่ปรากฏในสมาธิตามคำบอกเล่าของคุณศรีเพ็ญ จัตุทะศรี วาดโดยอาจารย์ลาวัณย์ ดาวราย ในลักษณะครึ่งพระองค์ ขณะที่ทรงมีพระชนมายุได้ ๓๕ พรรษา ในฉลองพระองค์ชุดที่ทรงโปรดสวมใส่อยู่เสมอๆ เวลาเสด็จไปในสถานที่ต่างๆ ที่ไม่ใช่งานพระราชพิธี  เริ่มลงมือวาด วันที่ ๖ ตุลาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๑๐ และได้นำเสนอ ฯพณฯ จอมพลถนอม กิตติขจร เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ปีพระพุทธศักราช ๒๕๑๐....." ยังมีความยาวกว่านี้ แต่ขอละไว้ไม่กล่าวถึง 

          ผู้เขียนรายงานพิเศษของนิตยสารศิลปวัฒนธรรมฉบับนี้ ได้มีความสนใจอยากทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด ทางมหาวิทยาลัยรามคำแหง จึงเชื่อถือศรัทธาเรื่องดังกล่าวและภาพพระบรมสาทิสลักษณ์จะมีหน้าตาอย่างไร มีภาพจริงหรือไม่  ทางสำนักพิมพ์ศิลปวัฒนธรรม จึงได้ติดต่อไปยังอาจารย์ลาวัณย์ ดาวราย อาจารย์ประจำคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อขอชมภาพดังกล่าว   ทางอาจารย์ลาวัณย์ ท่านก็ยินดีให้พบที่ห้องเรียนคณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ 

          คำบอกเล่าของอาจารย์ลาวัณย์ ที่ท่านได้กล่าวไว้นั้น จับใจความได้ว่า 

สมัยนั้น ท่านนายกฯ ถนอม คิดอยากจะทำอนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง  คุณศิริ พัฒนกำจร  เป็นคุณหมอที่รู้จักกับท่านนายกฯ ได้แนะนำเรื่องของอาจารย์พร รัตนสุวรรณ ซึ่งอยู่ที่สำนักค้นคว้าทางวิญญาณว่า มีลูกศิษย์ที่ชื่อ คุณศรีเพ็ญ สามารถติดต่อกับคนที่ตายไปแล้วได้  ปรากฏว่าท่านนายกฯ ให้ความสนใจ  อาจารย์พรจึงติดต่อมายังอาจารย์ลาวัณย์ เพื่อเป็นผู้ลงมือวาด 

แม้ว่าอาจารย์ลาวัณย์จะรู้สึกขบขันเมื่ออาจารย์พรมาชักชวน แต่ก็อยากลองดูในเวลาเดียวกัน การวาดรูปจึงเริ่มขึ้นที่สตูดิโอในคณะนั้นเองโดยอาจารย์ลาวัณย์ ใช้เวลาว่างจากการสอนในช่วงบ่ายกับคุณศรีเพ็ญ จัตุทะศรี ซึ่งในเวลานั้นยังเป็นนักเรียนโรงเรียนศึกษานารีมีอายุเพียง ๑๖ ปีเท่านั้น คุณศรีเพ็ญจะเข้าสมาธิแล้วออกมาบอกเค้าโครงที่เห็น ลักษณะเหมือนกับการบอกรูปพรรณคนร้ายให้ตำรวจทราบ   การเขียนเริ่มต้นจากโครงหน้าแล้วเข้าสู่รายละเอียดต่างๆ เพื่อให้ได้ภาพใกล้เคียงกับที่คุณศรีเพ็ญเห็นมากที่สุด

"เขียนรูปไปก็คุยกันไปนะคะ เวลาที่สงสัยอะไร คุณศรีเพ็ญจะเข้าสมาธิไปถามท่าน ท่านก็ทรงตอบให้ทราบ สื่อกันทางจิตน่ะค่ะ แรกๆ บอกได้เลยว่า ไม่เชื่อ คือ คุณศรีเพ็ญบอกว่าเวลาที่มองเห็นท่านเหมือนกับท่านมานั่งเป็นแบบให้ข้างหน้านี้แหละ แต่ไม่ใช่แบบนั้น คือ ท่านอยู่โลกทิพย์ภพไหนไม่ทราบ หลังจากได้เขียนไปสักพักจึงเริ่มเชื่อว่าคุณศรีเพ็ญคงไปเห็นอะไรมาจริงๆ จากสิ่งที่ท่านพูด"

          การถ่ายทอดข้อความที่พ่อขุนรามคำแหงมีพระราชดำรัสนั้น คุณศรีเพ็ญจะออกจากสมาธิแล้วพูดให้อาจารย์ฟังอีกทีหนึ่ง

"คือ ท่านพูดว่า เวลาทำอนุสาวรีย์ให้ทำรูปท่านกำลังยืน เอามือไขว้หลัง มือข้างหนึ่งถือเหล็กจาร แล้วต้องปั้นออกมาให้ได้อารมณ์นักปราชญ์ ไม่ใช่นักรบ อนุสาวรีย์จะต้องมีหอระฆัง ๔ ทิศ คือท่านบอกหมดทุกอย่างว่ารูปทรงหอระฆังเป็นอย่างไร ขนาดเท่าไร ห่างออกไปจากอนุสาวรีย์กี่ก้าว อนุสาวรีย์สูงเท่าไร ระฆังเป็นแบบทรงฉัตรมีลูกตุ้มข้างในมีเชือกห้อยยาวลงมา เพื่อว่าเวลาชาวต่างประเทศมาดูจะได้บอกให้ทราบว่า ในสมัยท่านปกครองระบบพ่อปกครองลูก"

"นี่คือสิ่งที่ท่านพูด แล้วเห็นไหมคะว่า นี่เป็นภาษาช่าง ต้องคนที่มีความรู้ด้านนี้จึงจะพูดได้แบบนี้ สัดส่วนอนุสาวรีย์ออกมาก็งามได้สัดส่วน คุณศรีเพ็ญอายุ ๑๖ ปี พูดแบบนี้ไม่ได้แน่ๆ"

 

         อ่านต่อหน้าถัดไป....


ธนกร ช่อไม้ทอง : เรียบเรียง 
เนื้อความส่วนใหญ่มาจากบทความ "เข้าทรงพ่อขุนรามคำแหงฯ ถกแถลงประวัติศาสตร์ไทย" 
นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ปีพระพุทธศักราช  ๒๕๓๖ 
ขณะให้สัมภาษณ์ เมื่อปีพระพุทธศักราช ๒๕๓๖ นั้น คุณศรีเพ็ญ อยู่ในวัย ๔๘ ปี     ให้เป็นวิจารณญาณของผู้อ่าน  เพราะการพิสูจน์ทราบ ผู้พิสูจน์ต้องสามารถฝึกปฏิบัติได้ตั้งแต่ระดับ มโนมยิทธิ หรือ วิชชาสาม หรือ ได้ในทิพยจักขุญาณ