เพียงแค่คุณนำอบเชย (ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายสมุนไพรจีน) มาหัก ให้เป็นท่อนเล็กลงแล้วนำไปใส่ไว้ในกระปุก หรือขวดน้ำตาล เท่านี้มดแมลงต่างๆ ก็จะไม่กล้าเข้ามาตอมน้ำตาลของคุณ แถมยังทำให้น้ำตาลมีกลิ่นหอมเวลานำไปปรุงอาหาร หรือชงกาแฟดื่มก็จะได้รสชาติดีขึ้น หากนำอบเชยไปวางในตู้กับข้าว หรือตู้เสื้อผ้าก็จะกันแมลงสาบหรือแมลงกินผ้าได้ด้วย ที่มา: นิตยสาร Lisa vol.5 no.28 วันที่ 23.9.2004 รวบรวมข้อมูลโดย: งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด
Month: September 2011
หลังจากทำอาหารเสร็จแล้ว กลิ่นของอาหารมักจะยังคงติดอยู่ตามผนัง และที่ต่างๆ ในครัว วิธีแก้ไขให้กลิ่นหมดไปแถมช่วยเปลี่ยนให้ห้องครัวมีกลิ่นหอม ทำได้ด้วยการนำเปลือกส้มหรือเปลือกมะนาวไปอบในเตาไฟอ่อนประมาณ 200-300 องศาฟาเรนไฮต์ นาน 4 นาที แล้วเปิดเตาอบออกให้กลิ่นหอมของส้มหรือมะนาวกระจายไปทั่วครัว วิธีนี้นอกจากทำให้ครัวหอมสดชื่นแล้ว ยังช่วยไล่ยุงและแมลงต่างๆ ได้อีกด้วย (หากไม่มีเตาอบนำเปลือกส้มหรือเปลือกมะนาวไปคั่วในกระทะด้วยไฟอ่อนๆ ก็ได้) ที่มา: นิตยสาร Lisa vol.5 no.33 วันที่ 28.10.2004 รวบรวมข้อมูลโดย: งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด
หากคุณต้องไปงานเลี้ยงกาลาดินเนอร์สุดหรู แต่ยังรู้สึกประหม่า ไม่รู้ว่าจะใช้ช้อนส้อมคู่ไหนก่อนดี เพราะว่ามีวางอยู่หลายคู่บนโต๊ะอาหาร หรือไม่แน่ใจว่าแก้วใบไหนคือแก้วไวน์แดง ฯลฯ ฉะนั้น การเรียนรู้สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ต่อไปนี้ไว้ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคุณได้มากขึ้น จาน – จานเล็กที่อยู่บนสุดคือ จานสลัด – จานใหญ่คือ จานสำหรับอาหารหลัก ช้อน – ในการรับประทานอาหารให้ใช้ช้อนที่วางอยู่นอกสุดสำหรับอาหารชุดเล็กก่อน จากนั้นค่อยๆ ใช้ช้อนเข้ามาหาตัวเรื่อยๆ กับอาหารชุดต่อไป – ช้อนอาหารหวาน จะวางไว้เหนือจานอาหารหลัก – ถ้ามีการแจกช้อนส้อมกับของหวานสามารถเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือใช้ร่วมกันได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของหวาน ส้อม – ส้อมที่ใช้กับอาหารจานหลัก จะมีขนาดใหญ่สุด โดยวางอยู่ด้านซ้าย และใกล้จานมากที่สุด – ส้อมที่ใช้กับสลัด จะอยู่ด้านซ้ายมือนอกสุด และมีขนาดเล็กกว่าส้อมที่ใช้กับอาหารจานหลัก มีด – มีดที่ใช้กับอาหารจานหลัก จะวางไว้ด้านขวาใกล้สุดกับจาน และสามารถใช้กับสลัดได้ด้วย แก้วไวน์ – แก้วไวน์ขาว จะวางอยู่ด้านขวาสุดของแก้วอื่นๆ – แก้วไวน์แดง จะตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างแก้วทั้งหมดบนโต๊ะ ผ้าเช็ดปาก – เมื่อใช้ผ้าเช็ดปากแล้ว ควรวางไว้ด้านซ้ายของจานอาหารหลัก ที่มา: นิตยสาร Lisa vol.5 no.33 วันที่ 28.10.2004 รวบรวมข้อมูลโดย: งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด
ตามความเข้าใจของคนทั่วไป เห็บนั้นจะเกิดกับสัตว์บกและประเภทที่มีขน เช่น แมว หรือ สุนัข แต่คุณคงไม่ทราบว่าเห็บนั้น สามารถเกิดขึ้นกับปลาได้เช่นกัน นั่นคือ เจ้าเห็บระฆังซึ่งเป็นสัตว์ขนาดเล็กที่เรียกว่า โปรโตซัว รูปร่างคล้ายระฆังคว่ำส่วนประกอบที่สำคัญ คือ ขนขนาดเล็กใช้ในการเคลื่อนที่ และตะขอรอบปาก สำหรับเกาะยึดกับผิวหนังหรือเหงือกของปลา เห็บระฆังอาศัยเซลล์ผิวนอกที่ลอกหลุด และเมือกเป็นอาหาร ปลาจะระคายเคืองจากขนและตะขอโดยเฉพาะที่เหงือก หากสังเกตอาการของปลา จะพบว่าซึมลง ว่ายน้ำถูกับหินหรือตู้ หายใจลำบาก เมือกมากผิดปกติ ซึ่งอาจมีการติดเชื้อแทรกซ้อนจากแบคทีเรียได้ ถ้าเช่นนี้ก็ควรรักษาโดยด่วนด้วยการ นำเกลือ ผสมน้ำให้ได้ความเข้มข้น 1% แล้วแช่ปลาไว้นาน 30 นาที ก็จะสามารถกำจัดเจ้าเห็บระฆังนี้ได้ ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ ที่มา: นิตยสาร Lisa vol.5 no.25 วันที่ 2.9.2004 รวบรวมข้อมูลโดย: งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด
มีความเชื่อที่บอกว่าหากจับเนื้อต้องตัวกบหรือคางคก คุณจะเป็นหูดตะปุ่มตะป่ำ ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย แต่คุณจะเป็นหูดแน่นอนหากคุณได้รับเชื้อไวรัสบางชนิดที่ผิวหนัง ไม่ใช่จากการจับถูกตัวสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอย่างกบ หรือคางคกท้าวแสนปมแม้แต่น้อย อันที่จริงผิวหนังที่เป็นมันลื่นของกบ มีหน้าที่ป้องกันไม่ให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้นในเวลาที่กบไม่ได้อยู่ในน้ำเท่านั้นเอง ส่วนผิวปุ่มๆ ของคางคกหรือกบบางชนิดนั้นใช้สำหรับการพรางตัวให้พ้นจากการล่า หรือถูกจับกิน หรือซ่อนตัวเพื่อหาอาหารโดยปลอมแปลงสีให้ดูคล้ายกับใบไม้ กิ่งไม้ หรือสิ่งแวดล้อมที่เขาอยู่ แต่สารที่หลั่งจากต่อมบริเวณกระหม่อมของกบและคางคก อาจมีพิษระคายเคืองต่อผิวหนังของคุณ และอาจมีพิษต่อสัตว์เลี้ยงเช่นสุนัขของคุณได้ ถ้าหากไปคาบคางคกเข้าละก็ปากจะบวมเป่งจนน่ากลัว ต้องพาเจ้าตูบไปหาหมอฉีดยาโดยด่วนเลยค่ะ ที่มา: นิตยสาร Lisa vol.5 no.25 วันที่ 2.9.2004 รวบรวมข้อมูลโดย: งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด
