17 ต.ค. 2559 พิธีถวายราชสักการะและลงนามถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

17 ตุลาคม 2559 เวลา 10.00 น. บุคลากรสำนักหอสมุดกลาง นำโดยผู้อำนวยการสำนักหอสมุดกลาง รองศาสตราจารย์ทศพร คล้ายอุดม ร่วมพิธีถวายราชสักการะและลงนามถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ซึ่งมหาวิทยาลัยรามคำแหงได้จัดขึ้นเพื่อถวายราชสักการะและลงนามถวายความอาลัย ทั้งนี้มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตสดุดีพระเกียรติคุณแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นผู้นำคณะผู้บริหาร บุคลากร ศิษย์เก่า นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง และนักเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวสดุดีฯ โดยพร้อมเพรียงกัน มีใจความว่า

ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ห้องประชุม อาคารพอขุนรามคำแหงมหาราช
ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ห้องประชุม อาคารพอขุนรามคำแหงมหาราช

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 ในพระราชพิธีบรมราชภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 ได้พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”  ตลอดเวลาได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ เพื่อความผาสุกของอาณาประชาราษฎร์ รวมเวลาที่ทรงดำรงอยู่ในสิริราชสมบัติได้ 70 ปี

ในรัชสมัยแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าปกกระหม่อมชาวรามคำแหงมาตลอด 45 ปี  เริ่มจากพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามพ่อขุนรามคำแหงมหาราชมาเป็นชื่อของมหาวิทยาลัย ทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศตั้งมหาวิทยาลัยรามคำแหงเมื่อพุทธศักราช 2514 และเปิดการเรียนการสอนครั้งแรกในปีพุทธศักราช 2514

เมื่อมหาวิทยาลัยรามคำแหงนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่าได้ผลิตบัณฑิตรุ่นแรกสำเร็จแล้ว ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ณ พลับพลาพิธีหน้าสำนักหอสมุดกลาง เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2518  และทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชในโอกาสนั้นด้วย มหาวิทยาลัยจึงได้ถือเอาวันมหามงคลนี้เป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัย นับแต่นั้นมา

แม้ต่อมาจะมิได้เสด็จฯ มาพระราชทานปริญญาบัตรด้วยพระองค์เอง ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทุกๆ ปีจนถึงปัจจุบัน รวมบัณฑิตที่ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรไปแล้ว จำนวน 41 รุ่น ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ ชาวรามคำแหงมายาวนาน จนกระทั่งสำนักพระราชวังได้ประกาศเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ว่า
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต ยังความโศกเศร้าโทมนัสยิ่งของชาวรามคำแหงทั้งมวล

บัดนี้ หัวใจคนไทยทั้งชาติวิปโยค หัวใจชาวรามคำแหงก็ยังความวิปโยคมิผิดกัน แต่พระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ ที่มีต่อมหาวิทยาลัยรามคำแหงนั้น ยังคงสถิตอยู่ในใจของชาวรามคำแหงทั้งมวลตราบนิจนิรันดร์

อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินชั้นครูด้านดนตรีไทย ร่วมบรรเลงเพลงถวายความอาลัยในบทเพลงพระราชนิพนธ์ “แสงเทียน” และ “ความฝันอันสูงสุด”
อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินชั้นครูด้านดนตรีไทย ร่วมบรรเลงเพลงถวายความอาลัยในบทเพลงพระราชนิพนธ์ “แสงเทียน” และ “ความฝันอันสูงสุด”

จากนั้น ยังได้รับเกียรติจาก อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินชั้นครูด้านดนตรีไทย ร่วมเป่าขลุ่ยบรรเลงเพลงถวายความอาลัยในบทเพลง “แสงเทียน” และ “ความฝันอันสูงสุด” สร้างความซาบซึ้งจนชาวรามคำแหงกลั้นน้ำตาไม่อยู่ สะอื้นทั้งน้ำตา ต่อด้วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง นำบุคลากรและผู้เข้าร่วมงาน ลงนามถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

รองศาสตราจารย์ทศพร คล้ายอุดม นำบุคลากรสำนักหอสมุดกลางร่วมพิธีถวายราชสักการะและลงนามถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
รองศาสตราจารย์ทศพร คล้ายอุดม นำบุคลากรสำนักหอสมุดกลางร่วมพิธีถวายราชสักการะและลงนามถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดให้บุคลากร นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้ร่วมถวายสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น. ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคารหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช

ภาพและรายงาน : หน่วยพัฒนาเว็บไซต์ งานเทคโนโลยีสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีห้องสมุด