ชวนไปดูหินที่พิพิธภัณฑ์หินแปลก

ชวนไปดูหินที่พิพิธภัณฑ์หินแปลก

ธรรมชาติได้เสกสรรค์ปั้นแต่งก้อนหินบางก้อนให้มีรูปทรง ลวดลาย และสีสันดูงดงามแปลกตา เป็นความมหัศจรรย์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง จนมีผู้หลงใหลในเสน่ห์ของก้อนหินเหล่านั้นและได้เก็บสะสมรวบรวมหินแปลก ๆ ไว้จำนวนมาก ซึ่งได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ขึ้น เพื่อแบ่งปันให้คนอื่น ๆ มีโอกาสได้ชื่นชมด้วย

พิพิธภัณฑ์หินแปลกนี้เกิดจากความชื่นชอบเป็นการส่วนตัวในความสวยงามของหิน ที่คุณบรรยง เลิศนิมิตร เจ้าของพิพิธภัณฑ์ ได้เก็บสะสมไว้เป็นจำนวนนับแสนก้อน มีตั้งแต่ขนาดเล็กเท่าฝ่ามือจนถึงขนาดใหญ่ที่ต้องใช้คนโอบ แต่ละก้อนมีน้ำหนักเป็นร้อย ๆ กิโลกรัม และส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เป็นหินที่มีอยู่ในประเทศไทย มีที่มาจากทุกภาคของประเทศโดยเฉพาะในแถบจังหวัดสระบุรี กาญจนบุรี และชลบุรี บางส่วนคุณบรรยงเก็บมาเอง แต่ส่วนใหญ่จะซื้อมาจากชาวบ้าน หินเหล่านี้เมื่อได้มาต้องนำมาทำความสะอาด เพื่อขัดล้างสิ่งสกปรกที่ติดมากับหิน และเพื่อขับให้ลวดลายของหินเด่นชัดขึ้น บางก้อนใช้เครื่องขัดเงาขัดผิวหินเพื่อขับให้หินเงาวาวสวยงาม จากนั้นทำฐานรองเพื่อตั้งโชว์ ฐานรองออกแบบให้รับกับสัณฐานของก้อนหิน ทำให้หินนั้นดูโดดเด่นสวยงามยิ่งนัก

เสน่ห์ของหินอยู่ที่ความสวยงามของรูปทรง ลวดลาย และสีสัน หลากหลายแตกต่างกันไป สุดแต่ละจินตนาการ ดังตัวอย่างเช่น หินที่มีรูปทรงภายนอกเหมือนสัตว์ต่างๆ เช่น หมี เต่า นก ช้าง งู สุนัข สิงห์โต ฯลฯ หินหลายก้อนที่มีลักษณะเป็นแผ่นำแพงซ้อนลดหลั่นกันเป็นชั้น ๆ ดูราวกับภูเขาในจิตรกรรมของศิลปินจีน หรือหินอีกจำพวกหนึ่งมีลวดลายบนแผ่นหินซึ่งเป็นดังภาพวาดบนกระดาษบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ กันปอย่างน่าพิศวง เช่นบางก้อนเป็นภาพของพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า บางก้อนเป็นภาพกาแล็กซี่ บางก้อนดูคล้ายศาลา บางก้อนเหมือนนกเพกวินที่กำลังจุมพิตกัน หรือบางก้อนเป็นภาพนางฟ้าเริงระบำ ยิ่งเพ่งพินิจ ก็ยิ่งมีเรื่องราวให้จินตนาการไปได้อีกมากมายน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก และก้อนหินทุกก้อนจะมีชื่อที่ตั้งจากจินตนาการ โดยดูจากรูปทรง และสีสันของก้อนหินแต่ละก้อน เช่นก้อนหินที่มีลักษณะเหมือนศาลา ชื่อว่า “ศาลาหลบฝน” เป็นต้น

การได้ชมหินนอกจากจะได้รับความเพลิดเพลิน เกิดซาบซึ้งในธรรมชาติและศิลปะแล้วยังเป็นแนวทางศึกษาค้นคว้าความรู้ในเชิงธรณีวิทยาของหินต่อไป และการชมหินทำให้เข้าถึงปรัชญาของการดำรงตนอยู่ได้ของหินนั้น ๆ ผ่านกาลเวลามานานนับหมื่น นับแสน นับล้านปี ย่อมทำให้ผู้ชมได้เข้าถึงสัจธรรมของการดำรงตนของมนุษย์รำได้เช่นกัน หินเป็นสัญลักษณ์ของความมีอายุยืน หนักแน่น สงบนิ่ง ความอดทน เยือกเย็น และสง่างาม หินดำรงตนอยู่ได้แม้ต้องอยู่ท่ามกลางแสงแดดกล้า ลมการะโชก หรือสายน้ำที่คอยกัดเซาะอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ต้องผ่านร้อนผ่านหนาว และความผันแปรของฤดูกาลที่เปลี่ยนหมุนเวียนไปไม่รู้จบ อาจเปรียบได้กับชีวิตคนเราที่ย่อมต้องผ่านอุปสรรค หรือมรสุมชีวิตนานาประการ แล้วแต่ประสบการณ์ของแต่ละคน ในแนวคิดของจีนหินยังหมายถึงความมีโชคลาภ และอายุยืนอีกด้วย

เนื่องจากมีหินที่สะสมไว้เป็นจำนวนนับแสนก้อน แต่อาคารของพิพิธภัณฑ์ซึ่งดัดแปลงมาจากอาคารพาณิชย์ขนาดสามชั้น มีพื้นที่จำกัดสามารถจัดแสดงได้เพียงครั้งละประมาณสองพันก้อน การจะนำมาจัดแสดงพร้อมกันทั้งหมดนั้นไม่ได้จึงต้องใช้วิธีหมุนเวียนกันมาจัดแสดงทุก ๆ 6 เดือน จึงน่าเสียดายที่บางคนต้องพลาดโอกาสได้ชมก้อนหินอื่น ๆ ไป

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงมีบทบาทไม่น้อยเลย เป็นแหล่งความรู้ ให้ความเพลิดเพลิน ให้ความเข้าใจในวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ปลุกจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งดี ๆ ไว้มิให้สูญหายไป

ท่านผู้อ่านที่สนใจต้องการไปชมหินแปลกที่พิพิธภัณฑ์หินแปลกแห่งนี้ เดินทางไปได้สะดวก

มีรถประจำทาง สาย 1, 35, 36, 75, 93 และ ปอ.พ. 6, 16 ผ่านพิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง เขตบางรัก เปิดให้ชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.11-17.30 น. ค่าเข้าชม เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 30 บาท (ข้อมูลเมื่อปี พ.ศ. 2546)

บรรณานุกรม

  • จุมพล เหมะศิรินทร์. “พิพิธภัณฑ์หินแปลก” อัพเดท 15, 152(เม.ย. 43): 61-63.
  • ชุมพล บัวแย้ม. “ไปดูหินแปลก ที่พิพิธภัณฑ์หินแปลก ไม่แปลกคน” ศิลปวัฒนธรรม 24, 6 (เม.ย. 46): 32-33. http:// www.kapook.com จักวาล ก้อนกรวด และคนบ้าหิน

ภาพประกอบ
ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). (2557, 2 มกราคม). พิพิธภัณฑ์หินแปลก. ค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561, http://www.sac.or.th/databases/museumdatabase/review_inside_ByMember_Detail.php?id=262&CID=66119

บทความโดย วิสาขา รามสมภพ
ข่าวรามคำแหง ปีที่ 33 ฉบับที่ 19 วันที่ 1-7 กนยายน 2546