ประวัติความเป็นมา
กีฬาพื้นเมืองไทยเป็นกิจกรรมที่มีการเล่นสืบทอดต่อกันมาแต่สมัยโบราณตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยประมาณ พ.ศ. 1781 ถึง พ.ศ.1912 การเล่นกีฬาพื้นเมืองไทยในสมัยกรุงสุโขทัยมีจุดมุ่งหมายเพื่อฝึกฝนการต่อสู้ป้องกันตัวทั้งในลักษณะมือเปล่าและการใช้อาวุธโบราณ เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการสงคราม นอกจากนี้ ยังเล่นเพื่อเป็นการสนุกสนานรื่นเริงในงานประเพณีต่างๆ
โอกาสที่เล่นมักเป็นการสมโภชงานพระราชพิธี
ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินจะเป็นผู้ทรงโปรดให้มีการเล่นขึ้น
นอกจากนั้นจะเล่นกันในงานเทศกาลรื่นเริง
และเล่นในยามว่างจากงานสมัยกรุงสุโขทัย เรียกการเล่นกีฬาพื้นเมืองไทยว่า
"การเล่น"
ซึ่งเป็นคำเรียกรวมไปกับการเล่นร้องรำทำเพลง
และขับระบำฟ้อนต่างๆ

ชักเย่อ ที่มา : http://www.kanchanapisek.or.th
สมัยกรุงศรีอยุธยา
ประมาณ พ.ศ. 1893 ถึง พ.ศ. 2310 จุดมุ่งหมายในการเล่นยังคงเป็นการเล่นเพื่อฝึกฝนการต่อสู้ป้องกันตัว
เตรียมพร้อมไว้ในสงคราม เล่นเพื่อความสนุกสนานรื่นเริงและความสามัคคีในงานเทศกาลและงานประเพณีต่างๆ
และเล่นเพื่อความเพลิดเพลินในยามว่างงานโอกาสที่เล่นมักเล่นเป็นการฉลองในงานพระราชพิธีต่างๆ ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินทรงโปรดให้มีขึ้นเพื่อเป็นเกียรติ เช่น พระราชพิธีโสกัณฑ์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังเล่นในงานรื่นเริงตามประเพณีของชาวบ้าน และเล่นในยามว่างจากงานประจำ สมัยกรุงศรีอยุธยาเรียกการเล่นกีฬาพื้นเมืองไทยว่า
"การมหรสพ" ซึ่งมีความหมายรวมถึงการเล่นร้องรำทำเพลงและขับระบำรำฟ้อนต่างๆ
สมัยกรุงธนบุรี
พ.ศ. 2310 ถึง พ.ศ.2324
มีช่วงระยะเวลาสั้นมากการเล่นกีฬาพื้นเมืองไทย
เป็นการเล่นที่สืบทอดมาจากสมัยกรุงศรีอยุธยาจึงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
สมัยกรุงรัตนโกสินทร์
พ.ศ. 2325 ถึงปัจจุบัน
การเล่นกีฬาพื้นเมืองไทยมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงไปมาก
ช่วงสมัยราชกาลที่ 1 พ.ศ. 2325
ถึงรัชกาลที่ 4 พ.ศ. 2511 นับได้ว่าเป็นช่วงสืบทอดการเล่นกีฬาพื้นเมืองไทยจากสมัยก่อน
โดย
ยังคงมีจุดมุ่งหมายในการเล่น และโอกาสที่เล่นคล้ายกับในสมัยกรุงศรีอยุธยา
เนื่องจากสภาพบ้านเมืองยังมีลักษณะคล้ายคลึงกับสมัยกรุงศรีอยุธยา
แต่มีความสงบมากกว่าจึงมีการเล่นกีฬาพื้นเมืองไทยเพื่อเป็นการเพลิดเพลินในยามว่างมากขึ้น
และมีชนิดการเล่นเพิ่มขึ้นด้วย
ช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2411 ถึง ช่วงเริ่มการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
นับได้ว่าเป็นช่วงฟื้นฟ
ูและพัฒนาการเล่นกีฬาพื้นเมืองไทยอย่างแท้จริง
เพราะนิยมเล่นกันทั้งประเทศ
โดยมีจุดมุ่งหมายในการเล่นกีฬาพื้นเมืองไทยช่วงนี้มิได้มุ่งเน้นที่การต่อสู้ป้องกันตัวเพื่อการสงคราม
แต่มุ่งเน้นเพื่อเป็นการเล่นออกกำลังกาย
เพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน
และเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดจากงานเป็นสำคัญ
นิยมเล่นในงานเทศกาลตามประเพณีของชาวบ้านโดยทั่วไปแทบทุกจังหวัด เช่น เล่นในงานเทศกาล ตรุษสงกรานต์ งานบุญต่างๆ งานประจำปี และงานเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นต้น ในช่วงนี้ แม้ว่ากีฬาของชาวต่างประเทศจะเข้ามาแพร่หลายในประเทศไทยมากขึ้นก็ตาม แต่ด้วยความรักในขนบธรรมเนียม ประเพณี การเล่นแบบไทย และความเฉลียวฉลาดของคนไทยในสมัยนั้น ก็รู้จักปรับปรุงดัดแปลงการเล่นแบบไทยให้สอดคล้องกับแบบสากล
และปรับปรุงการเล่นแบบสากลมาเป็นแบบไทย
จึงทำให้กีฬาพื้นเมืองไทยยังคงนิยมเล่นอยู่โดยทั่วไป และมักจะเรียกการเล่นกีฬาพื้นเมืองไทยว่าเป็น
"การเล่นออกกำลังกาย"
ในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
แม้ประเทศจะมีการพัฒนาเจริญรุ่งเรืองขึ้นแต่การเล่นกีฬาพื้นเมืองไทยกลับซบเซาลง ปัจจุบันกีฬาพื้นเมืองไทยบางชนิดเหลืออยู่แต่ชื่อ
ไม่สามารถค้นหาลักษณะรูปแบบและวิธีการเล่นได้
กีฬาพื้นเมืองไทยที่ยังพอมีเล่นอยู่ก็มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะรูปแบบและวิธีการเล่นไปมากมาย
และยังคงมีเล่นกันอยู่ก็แต่เฉพาะในท้องถิ่นเท่านั้น
กีฬาพื้นเมืองของไทยมีทุกภาคทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้แต่รูปแบบ มีวิธีการเล่นที่แตกต่างกัน
ดังนี้

บรรณานุกรม
รองศาสตราจารย์ชัชชัย โกมารทัต. (2549ก).
กีฬาพื้นเมืองไทยภาคเหนือ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์.
รองศาสตราจารย์ชัชชัย โกมารทัต. (2549ข).
กีฬาพื้นเมืองไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์.
รองศาสตราจารย์ชัชชัย โกมารทัต. (2549ค).
กีฬาพื้นเมืองไทยภาคใต้. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์.
สุภักดิ์ อนุกูล.(2545). การละเล่นพื้นบ้านภาคกลาง. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ชมรมเด็ก.
Njoy. การละเล่นพื้นบ้าน. ค้นเมื่อ 21 กันยายน 2552, จาก
http://www.openbase.in.th/taxonomy/term/5865
ประเพณีไทย. การละเล่นพื้นบ้าน. ค้นเมื่อ 21 กันยายน 2552, จาก
http://www.prapayneethai.com/th/amusement/
ภาพประกอบ
ชักเย่อ. ค้นเมื่อ
วันที่ 2 กันยายน 2552 , จาก
http://www.ruammitra.890m.com/im-pet-siamesecat5.jpg
รวบรวมข้อมูลโดย :
เตือนจิต ทองแก้ว นักศึกษาช่วยงาน งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด
สนเทศน่ารู้
ขึ้นด้านบน
|