สนเทศน่ารู้ :: กีฬาพื้นเมืองไทย


กีฬาพื้นเมืองของภาคเหนือ

ภาคเหนือพื้นที่เกือบทั้งหมดเป็นเทือกเขาเต็มไปด้วยป่าทึบ และป่าโปร่งมีที่ราบใหญ่น้อยระหว่างเขา ทำให้มีสายน้ำลำธารไหลผ่าน อันได้แก่ แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ผู้คนสามารถมาตั้งถิ่นฐานบ้านเมืองได้ ซึ่งจะมีลักษณะรวมตัวกันในระหว่างเขาเดียวกัน เป็นกระจุกตามแหล่งน้ำลำห้วยที่มีความอุดมสมบูรณ์ ภาคเหนือมีพื้นที่ติดต่อกับชนชาติอื่นอย่างหลากหลาย เช่น พม่า มอญ กะเหรี่ยง ละว้า ไทยใหญ่ และลาว เป็นต้น จึงเกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน ทั้งด้านภาษา ความเชื่อ ค่านิยม การแต่งกาย รวมถึงงานนักขัตฤกษ์ งานเทศกาล งานประเพณีต่างๆ การละเล่น เกมกีฬาพื้นเมือง และอื่นๆ ที่มีลักษณะตามแบบถิ่นเหนืออย่างหลากหลายด้วย เช่น

ปั่นหนังว้อง

การปั่นยางวงที่ใช้รัดของ เป็นการเล่นของเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย เล่นโดยการจับคู่เล่นบนพื้นราบที่ไม่สกปรก เช่น พื้นเรือน หรือบนโต๊ะ

ปั่นหนังว้อง

อุปกรณ์ : ยางรัดของจำนวนมากน้อย เท่าที่หาได้
วิธีเล่น : นำยางรัดของมาคนละเส้น ประกบกันแล้วให้ฝ่ายหนึ่งใช้ส้นมือถูยางรัดของ ที่ประกบกันนั้นโดยแรงให้ยางรัดทั้งสองเส้นบิดตัวพันกันจนแน่น แล้วให้อีกฝ่ายหนึ่งพยายามแกะให้คลายออกจากกัน ถ้าทำได้สำเร็จจะได้ยางรัดของไปเป็นของตน ถ้าทำไม่สำเร็จจะต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งทำแทน ผลัดกันเช่นนี้ไปจนกว่าจะมีผู้ทำสำเร็จ เมื่อเสร็จแล้วก็เริ่มต้นใหม่ไปเรื่อยๆ
กติกา : ผู้เล่นฝ่ายใดสามารถคลายยางรัดของออกจากกันเป็นเส้นปกติได้ ก็จะได้ยางรัดนั้นเป็นกรรมสิทธิ์
โอกาสที่เล่น : เป็นการละเล่นที่ใช้เล่นในยามว่าง
คุณค่า/แนวคิด/สาระ : เนื่องจากเล่นได้ทั้งเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง พ่อแม่สามารถให้ลูกเล่นในบ้านและคอยสังเกตพฤติกรรม นิสัยใจคอของลูก หากพบความผิดปกติจะแก้ไขได้ทันท่วงที นอกจากนี้ ยังเป็นการเก็บรักษายางรัดของไว้ใช้ในโอกาสต่อไปอีกทางหนึ่งด้วย

ซิกโก๋งเก๋ง

ซิกโก๋งเก๋ง
ซิกโก๋งเก๋ง ที่มา : http://www.prapayneethai.com

อุปกรณ์ : ไม้โก๋งเก๋งทำจากไม้ไผ่ ท่อนปลายของไม้รวก หรือไม้ซาง ตัดให้สูง ประมาณ 2-2.5 เมตร ข้อตาไผ่ ข้อแรกของไม้ไผ่ให้เว้นไว้เป็นปม ส่วนข้ออื่นใช้มีดตัดกิ่งไผ่ที่เป็นปมอยู่ออกให้หมด แล้วเหลาให้เรียบ เพื่อความสะดวกในการจับ จากนั้นหาปล้องไม้ไผ่ที่ใหญ่กว่า 2 ท่อนแรก ตัดให้เหลือข้อปล้องไว้ด้านหนึ่งยาวประมาณ 15-30 เซนติเมตร จำนวน 2 ท่อน เจาะรู 2 ด้าน เสร็จแล้วนำไปสวมเข้ากับไม้ 2 ท่อนแรก โดยให้ไม้ที่สวมนั้นไปค้างติดอยู่กับข้อตาไผ่ที่เหลือไว้ แล้วใช้ผ้าพันตรงไม้ 2 ท่อน ประกบกันให้แน่น
วิธีเล่น : ใช้มือถือไม้โก๋งเก๋งตั้งขึ้นให้ตรง แล้วค่อยก้าวเท้าใดเท้าหนึ่ง ขึ้นเหยียบบนไม้โก๋งเก๋ง ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เท้าซ้ายขึ้นก่อน แล้วก้าวเท้าขวาตามตั้งตัวให้สมดุลแล้วค่อยๆ ก้าวเท้าใดเท้าหนึ่งออกไป ถ้าล้มก็ขึ้นใหม่เดินใหม่จนคล่อง
โอกาสที่เล่น : เกิดขึ้นในชนบท เพราะ ในสมัยก่อนถนนหนทางไม่สะดวกเป็นโคลนเป็นฝุ่น เมื่อเดินด้วยเท้าธรรมดา จะทำให้เกิดโรคเท้าขึ้น ชาวล้านนาเรียกว่า หอกินตีน ชาวชนบทล้านนาถึงคิดหาวิธีการที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เท้าเปื้อนโคลนฝุ่นและเชื้อโรค จึงคิดทำโก๋งเก๋งออกมาเพื่อใช้เดิน ต่อมานำมาเล่นกันเพื่อความสนุกสนาน แต่ในปัจจุบันการซิกโก๋งเก๋งเหลือน้อย นิยมเล่นในการแสดงหรือสาธิต และเป็นกีฬาของชาวเขาที่ใช้ทำการแข่งขันเสียมากกว่า
คุณค่า/แนวคิด/สาระ : ช่วยส่งเสริมคุณค่าทางด้านร่างกาย ความเข็งแรงระบบประสาทกับระบบกล้ามเนื้อทำงานได้เป็นอย่างดี เกิดความเชื่อมั่นในตนเอง ผู้เล่นรู้สึกสนุกสนานช่วยผ่อนคลาย

กีฬาพื้นเมืองไทย

กีฬาพื้นเมืองของภาคเหนือ >> กีฬาพื้นเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >> กีฬาพื้นเมืองภาคกลาง >> กีฬาพื้นเมืองภาคใต้ >>



บรรณานุกรม

รองศาสตราจารย์ชัชชัย โกมารทัต. (2549ก). กีฬาพื้นเมืองไทยภาคเหนือ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์.
รองศาสตราจารย์ชัชชัย โกมารทัต. (2549ข). กีฬาพื้นเมืองไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์.
รองศาสตราจารย์ชัชชัย โกมารทัต. (2549ค). กีฬาพื้นเมืองไทยภาคใต้. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์.
สุภักดิ์ อนุกูล.(2545). การละเล่นพื้นบ้านภาคกลาง. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ชมรมเด็ก.
Njoy. การละเล่นพื้นบ้าน. ค้นเมื่อ 21 กันยายน 2552, จาก http://www.openbase.in.th/taxonomy/term/5865
ประเพณีไทย. การละเล่นพื้นบ้าน. ค้นเมื่อ 21 กันยายน 2552, จาก http://www.prapayneethai.com/th/amusement/
ปั่นหนังว้อง. ค้นเมื่อ วันที่ 21 กันยายน 2552 , จาก http://www.prapayneethai.com/th/ amusement/north/view.asp?id=0350
ซิกโก๋งเก๋ง. ค้นเมื่อ วันที่ 21 กันยายน 2552 , จาก http://www.prapayneethai.com/th/amusement/north/view.asp?id=0364

ภาพประกอบ

ซิกโก๋งเก๋ง. ค้นเมื่อ วันที่ 21 กันยายน 2552 , จาก http://www.prapayneethai.com/th/amusement/north/view.asp?id=0364


รวบรวมข้อมูลโดย : เตือนจิต ทองแก้ว นักศึกษาช่วยงาน งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด

  สนเทศน่ารู้  ขึ้นด้านบน 



ปรับปรุงล่าสุด : 19 เมษายน 2553 11:47:11 น.