กีฬาพื้นเมืองของภาคใต้
ภาคใต้ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นแผ่นดินยื่นแหลม มีทะเลขนาบทั้งสองด้าน ลักษณะภูมิอากาศมีฝนตกชุกนาน 5-6 เดือนต่อปี จึงเหมาะแก่การทำไร่ ทำสวน ทำนา เนื่องจากภาคใต้มีอาณาเขตติดต่อกับชนชาติพม่า รามัญ มลายู แขกสิงหล แขกชวา จึงเป็นแหล่งติดต่อค้าขาย แลกเปลี่ยน
วัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง แนวคิด ความเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณี ค่านิยม งานเทศกาล งานรื่นเริง การเล่นเกมและกีฬาพื้นเมืองจึงมักผูกพันธ์กับภูเขา ต้นไม้ ทะเล ธรรมชาติ และชนชาติต่างๆ ที่หลากหลายของภาคใต้ เช่น
หมากขุม

หมากขุม ที่มา : http://www.prapayneethai.com
อุปกรณ์ :
1. รางหมากขุม
นิยมทำด้วยไม้นุ่น ไม้ทองหลาง ไม้ขนุน ทำเป็นรูปคล้ายเรือ ยาวประมาณ
90 เซนติเมตร สูงประมาณ 10 –
13 เซนติเมตร
ด้านบนขุดเป็นหลุมกลมคล้ายหลุมขนมครกเท่ากันเรียงเป็น
2 แถว และนิยมแถวละ 7 หลุม
โดยหลุมมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ
8 – 9 เซนติเมตร ลึกประมาณ
4 – 5 เซนติเมตร
ส่วนปลายรางทั้ง 2 ข้าง
เรียก "แม่เริน (แม่เรือน)
หัวแม่เริน
หรือหัวเมือง"
เป็นหลุมกลมหรือหลุมรูปสามเหลี่ยมก็ได้
แต่มีขนาดใหญ่พิเศษ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ
10 – 13 เซนติเมตร
2. . หมาก หรือลูกหมากขุม นิยมใช้เมล็ดสวาด หรือเมล็ดสวด ซึ่งมีลักษณะกลมรีเปลือกแข็งเป็นสีเทาอ่อน มีขนาดพองาม เบา ทน และดูสะอาดตา หรืออาจใช้เมล็ดพืชอย่างอื่นที่มีขนาดและลักษณะใกล้เคียงกันก็ได้ เช่น เมล็ดมะขามสุก บางทีใช้ดินเหนียวปั้นเป็นลูกธนูแล้วตากแห้ง แต่ไม่นิยม
เพราะ
ไม่ทนและเปื้อนมือง่าย
ปัจจุบันนิยมใช้ลูกแก้วแทน
วิธีการเล่น :
1. ผู้เล่น 2 คน
นั่งคนละฝั่งของรางหมากขุมหันหน้าเข้าหากัน นำหมากมาใส่หลุมในแดนของตนทุกหลุมละ
7 เม็ด (ไม่ใส่หลุมแม่เริน)
2. การเริ่มเล่นจะให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเดินก่อน หรือเดินพร้อมกันก็ได้
ฝ่ายใดเดินตายก่อนจึงหยุด
แล้วให้อีกฝ่ายเดินต่อจนตาย
จากนั้นผลัดให้ฝ่ายที่ตายก่อนเดินต่อไป
3.
การเดินหมากจะเริ่มจากหยิบหมากทั้งหมดในหลุมใดหลุมหนึ่งทางแดน
หรือเมืองของตน (หลุมทางด้านตนเอง) เดินหรือวางหมากลงหลุมทีละเม็ดจากขวาไปซ้าย เมื่อผ่านหลุมแม่เรินของตน
(อยู่ทางซ้ายมือ) เอาหมากขึ้นเริน (ลงหลุมแม่เรือน)
ทุกครั้ง แล้วเดินเลยไปในแดนของฝ่ายตรงกันข้าม เดินไปเรื่อยๆ เมื่อถึงหลุมสุดท้ายของแดนตรงข้าม ก็เดินต่อในหลุมแรกของแดนตน (ไม่เดินหรือใส่ในหลุมแม่เรินของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งอยู่ทางขวามือของตน) เดินไปเรื่อยๆ จนกว่าหมากจะหมด โดยมีกติกา ดังนี้
- ถ้าหมากเม็ดสุดท้ายตกลงหลุมที่มีหมากอยู่เดิม ให้เอาหมากทั้งหมดในหลุมนั้นเดินต่อไปได้
- ถ้าหมากเม็ดสุดท้ายตกตรงหลุมที่ไม่มีหมากเหลืออยู่เลย ถือว่าการเดิน
"ตาย" ต้องหยุดทันที เปลี่ยนให้ฝ่ายตรงข้ามเดินต่อไป
- เมื่อผู้เดินหมากแต่ละฝ่ายเดินหมากจน
"ตาย" ต้องตรวจดูว่าตายภายในแดนของตัวเองหรือไม่ ถ้าตายในแดนของตนเองตรงหลุมที่มีหมากอยู่ของฝ่ายตรงข้าม ผู้ตายจะได้
"กิน" หรือ "กินแทน" หมากในหลุมนั้นทั้งหมดของฝ่ายตรงข้ามทันที โดยนำหมากทั้งหมดนั้นไปใส่ในแม่เรินของฝ่ายตน แล้วจึงเปลี่ยนให้ฝ่ายตรงข้ามเดินต่อไป
-
ถ้าหมากเม็ดสุดท้ายมาตกตรงแม่เรินของฝ่ายตนพอดี ผู้นั้นยัง
"ไม่ตาย"
มีสิทธิ์ได้เดินต่อ
โดยเลือกหยิบหมากในหลุมใดหลุมหนึ่งในแดนของตนเองเพื่อเดินต่อไป
(ห้ามหยิบหมากของแดนฝ่ายตรงกันข้าม)
4. เมื่อผลัดกันเดินหมากไปเรื่อยๆ จนหมากในแดนของทั้งสองฝ่ายหมด
ไม่มีหมากให้เดินการแข่งขันรอบนั้น
ถิอว่ายุติลง
แต่ละฝ่ายนำหมากจากแม่เรินของตนเรียงใส่หลุมในแดนของตนใหม่ ฝ่ายที่เสียหมากไปมากหมากจะไม่ครบทุกหลุม (หลุมละ
7 เม็ด) ถ้าขาดไปกี่หลุมถือว่าเป็นหม้ายไปเท่านั้นหลุม หลุมที่เป็นหม้ายจะต้องเริ่มจากหลุมแรกทางขวามือ (เริ่มหลุมที่
7 จากหลุมซ้ายมือ) หลุมที่เป็นหม้ายจะยกเลิกไม่ใช้เล่นในรอบใหม่ ถ้าฝ่ายใดมีหลุมที่เป็นหม้ายจำนวนมากจะเสียเปรียบคู่ต่อสู้ เพราะโอกาสที่จะกินหมากหรือกินแทนของฝ่ายตรงข้ามจะลดลง เมื่อเล่นไปเรื่อยๆ
จนฝ่ายหนึ่งมีหลุมเป็นหม้ายเกือบหมด หรือจนหมดทุกหลุม ถือว่าเป็นการแพ้โดยสิ้นเชิง
โอกาสที่เล่น : หมากขุมเป็นกีฬาพื้นเมือง ประเภทกีฬาในร่ม นิยมเล่นเมื่อมีเวลาว่าง
คุณค่า/แนวคิด/สาระ : หมากขุมเป็นการเล่นที่ฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์
หมาชิงมุม

หมาชิงมุม ที่มา : http://www.prapayneethai.com
อุปกรณ์ :
1. จำนวนผู้เล่น 5 คน หรือมากกว่าก็ได้
2. หลักจำนวน 4 ต้น
3. สถานที่นิยมเล่นในที่ร่ม ที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง
วิธีการเล่น :
หมาชิงมุม
หรือหมาชิงเสา
เป็นการเล่นของเด็ก
มีวิธีเล่นคล้ายลิงชิงหลัก
คือ มีผู้เล่น 5 คน และมีหลักปักไว้
4 ต้น หรืออาจเขียนเครื่องหมายบนพื้น
4 ทิศ ให้อยู่ห่างกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส แต่เพื่อความสะดวกอาจใช้เสาศาลาพักร้อนหรือเสาของอาคารที่ไม่มีสิ่งกีดขวางก็ได้
ก่อนเริ่มเล่นจะต้องมีการเสี่ยงทายหาผู้เล่นเป็น
"หมา" เริ่มเล่นโดยการให้คนที่เป็น
"หมา"
ยืนอยู่ตรงกลางของพื้นที่สี่เหลี่ยม
แล้วคนอื่นๆ ก็เปลี่ยนที่กันยืน โดยการวิ่งจากมุมเดิมไปอยู่มุมอื่น (มุมไหนก็ได้) เป็นการแลกเปลี่ยนมุมกัน
ผู้ที่เล่นเป็นหมาต้องแย่งมุมใดมุมหนึ่งซึ่งยังไม่มีใครครอบครองให้ได้
ถ้าสำเร็จ
ผู้ที่ไม่มีหลักครอบครองเปลี่ยนมาเล่นเป็นหมาแทน
และเมื่อผู้เล่นสามารถเปลี่ยนมุมได้คนละ
5 หรือ 7 ครั้ง แล้วแต่จะตกลงกัน
แล้วหมาไม่สามารถชิงมุมได้ ผู้เล่นทั้ง
4 คน
จะช่วยกันหามหมาไปทิ้ง (ส่ง) ณ
ที่ซึ่งห่างจากสถานที่เล่นพอสมควร
และขณะที่หามอยู่นั้น
ทุกคนต้องช่วยกันร้องเสียงหมาที่มีอาการเจ็บปวดไปด้วย เมื่อได้ที่แล้วทุกคน (ทั้ง
5 คน) ก็จะต้องวิ่งกลับไปชิงมุมที่ทำเอาไว้ หากใครชิงไม่ได้ก็ต้องเล่นเป็นหมาต่อไป เล่นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนเลิก
โอกาสที่เล่น : หมาชิงมุมเป็นการเล่นของเด็ก โดยเล่นในเวลาที่ว่างๆ
มีอุปกรณ์หรือ
มีจำนวนมากพอสมควรพร้อมที่จะเล่นได้
คุณค่า/แนวคิด/สาระ
1.
ทำให้เกิดความสนุกสนานมีความรัก
และความสามัคคีในกลุ่มเพื่อน
2. เป็นการออกกำลังกายที่ด
ีฝึกความว่องไวอีกอย่างหนึ่ง
ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์
อีฉุด

อีฉุด ที่มา : http://www.prapayneethai.com
อุปกรณ์ : -
วิธีการเล่น : ผู้เล่นตกลงกันว่าใครจะเป็นผู้เล่นก่อนหลัง โดยผู้เล่นมีลูกเกยคนละลูก หลังจากนั้นก็ขีดตารางเป็นช่องสี่เหลี่ยมจำนวน
6 ช่อง หรือเรียกว่า 6 เมือง โดยแบ่งเป็นซีกซ้าย
3 เมือง ซีกขวา 3 เมือง
การเริ่มเล่น ผู้เล่นคนที่
1 เริ่มเล่นโดยการทอยลูกเกยลงไปในเขตเมืองที่
1 แล้วกระโดดยืนเท้าเดียวในเมืองที่
1
แล้วใช้ปลายเท้าฉุดลูกเกยให้ผ่านไปในเขตเมืองที่
2, 3, 4, 5, 6 ตามลำดับ
จากนั้นฉุดลูกเกยออกจากเขตเมืองที่
6 ต่อไปผู้เล่นคนเดิมต้องทอยลูกเกยลงในเมืองที่
2 แล้วกระโดดยืนเท้าเดียวในเมืองที่
1 กระโดดต่อไปในเมืองที่
2 หลังจากนั้นก็เล่นเหมือนเดิมไปเรื่อยๆ ทุกเมือง จนถึงเมืองที่
6 เมื่อทอยลูกเกยและฉุดได้ครบทั้ง
6 เมืองแล้ว
ให้ผู้เล่นกระโดดด้วยเท้าข้างเดียวจังหวะเดียวลงบนเมืองที่
1 ถึงเมืองที่ 6 ตามลำดับ
ห้ามกระโดดหลายครั้งมิฉะนั้นถือว่า
ตาย ต้องให้คนอื่นๆ เล่นต่อ
ถ้าเล่นครบท่านี้แล้วไม่ตาย ให้เล่นในท่าต่อไป คือ เอาลูกเกยวางบนหลังเท้าแล้วสาวเท้าลงในเมืองทั้ง
6 เมือง ตามลำดับ แต่เท้าหนึ่งลงในเมืองหนึ่งได้เพียงครั้งเดียว เช่น เท้าซ้ายเหยียบลงในเมืองที่
1 เท้าขวาเหยียบลงในเมืองที่
2 เท้าซ้ายเหยียบลงในเมืองที่
3 สลับกันไปเช่นนี้
จนกว่าจะครบทุกเมือง
โดยลูกเกยต้องไม่ตกจากหลังเท้า
และเท้านั้นต้องไม่เหยียบเส้น
ท่าต่อไปนั้นให้ผู้เล่นปิดตา เดินที่ละก้าวโดยไม่ต้องวางลูกเกยบนหลังเท้าขณะเดินขณะที่ก้าวเท้าลงในแต่ละเมือง ผู้เล่นนั้นต้องถามว่า
"อู่ บอ" หมายความว่า เหยียบเส้นหรือไม่ ถ้าไม่เหยียบผู้เล่นคนอื่นๆ จะตอบว่า
"บอ" ถ้าเหยียบเส้นตอบว่า
"อู่"
เมื่อผู้เล่นที่ปิดตาเหยียบเส้นถือว่าตาย
ต้องเปลี่ยนให้คนอื่นเล่นต่อไป ถ้าเล่นยังไม่ตายผู้เล่นนั้นมีสิทธิ์ในการจองเมือง โดยผู้เล่นนั้นต้องเดินเฉียงไปแบบสลับฟันปลาไปตามช่องต่างๆ ให้ลงเท้าได้เพียงเท้าเดียว เช่น ลงเท้าซ้ายในเมืองที่
1 ลงเท้าขวาในเมืองที่ 3 และลงเท้าซ้ายในเมืองที่
5 แล้วกระโดดสองเท้าลงในหัวกระโหลก กระโดดเท้าพร้อมกับหันหลัง
และผู้เล่นโยนลูกเกยข้ามศีรษะของตนเอง
ถ้าลูกเกยไปตกอยู่ในเมืองใดเมืองหนึ่ง เมืองนั้นจะเป็นของผู้เล่นทันที
และผู้เล่นมีสิทธิ์ยืนสองเท้าในเมืองนั้นได้
เมื่อได้เมืองแล้วให้เล่นอย่างนั้นต่อไป
จนกว่าจะตายจึงเปลี่ยนให้ผู้อื่นเล่นต่อ
โอกาสที่เล่น :
สามารถเล่นได้ในทุกโอกาส
และการเล่นอีฉุดนั้นเป็นการเล่นของเด็กที่นิยม กันมากในท้องถิ่นจังหวัดกระบี่
คุณค่า/ แนวคิด /สาระ : ก่อให้เกิดความสามัคคี
ความรัก
ความผูกพันกันในหมู่คณะ
และเป็นการฝึกความสัมพันธ์ของร่างกายในส่วนต่างๆ ทั้ง มือ เท้า และสมอง ได้เป็นอย่างดี
บรรณานุกรม
รองศาสตราจารย์ชัชชัย โกมารทัต. (2549ก). กีฬาพื้นเมืองไทยภาคเหนือ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์.
รองศาสตราจารย์ชัชชัย โกมารทัต. (2549ข). กีฬาพื้นเมืองไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์.
รองศาสตราจารย์ชัชชัย โกมารทัต. (2549ค). กีฬาพื้นเมืองไทยภาคใต้. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์.
สุภักดิ์ อนุกูล.(2545). การละเล่นพื้นบ้านภาคกลาง. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ชมรมเด็ก.
Njoy. การละเล่นพื้นบ้าน. ค้นเมื่อ 21 กันยายน 2552, จาก http://www.openbase.in.th/taxonomy/term/5865
ประเพณีไทย. การละเล่นพื้นบ้าน. ค้นเมื่อ 21 กันยายน 2552, จาก http://www.prapayneethai.com/th/amusement/
หมากขุม. ค้นเมื่อ วันที่ 21 กันยายน 2552, จาก http://www.prapayneethai.com/th/amusement/south/view.asp?id=0766
หมาชิงมุม. ค้นเมื่อ วันที่ 21 กันยายน 2552, จาก http://www.prapayneethai.com/th/amusement/south/view.asp?id=0784
อีฉุด. ค้นเมื่อ วันที่ 21 กันยายน 2552, จาก http://www.prapayneethai.com/th/amusement/south/view.asp?id=0758
ภาพประกอบ
หมากขุม. ค้นเมื่อ วันที่ 21 กันยายน 2552 , จาก http://www.prapayneethai.com/th/amusement/south/view.asp?id=0766
หมาชิงมุม. ค้นเมื่อ วันที่ 21 กันยายน 2552 , จาก http://www.prapayneethai.com/th/amusement/south/view.asp?id=0784
อีฉุด. ค้นเมื่อ วันที่ 21 กันยายน 2552 , จาก http://www.prapayneethai.com/th/amusement/south/view.asp?id=0758
รวบรวมข้อมูลโดย : เตือนจิต ทองแก้ว นักศึกษาช่วยงาน งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด
สนเทศน่ารู้
ขึ้นด้านบน
|