หลักการง่ายๆ จากความรู้ที่ว่าไฟลุกได้ เพราะมีออกซิเจนดังนั้นถ้าไฟลุกติดน้ำมันในกระทะ ให้เอาฝาหม้อหรือฝาปิดกระทะครอบกระทะไว้ เมื่ออากาศเข้าไปไม่ได้ ไฟก็จะดับ อย่าพยายามเป่าให้เปลวไฟดับหรือเอาน้ำราด ถ้าเราเป่าก็จะทำให้ไฟลุกยิ่งขึ้น เพราะเท่ากับช่วยเติมออกซิเจนให้มัน ถ้าเอาน้ำราด น้ำมันซึ่งเบากว่าน้ำก็จะลอยตัวอยู่เหนือน้ำ ไฟก็จะไม่ดับ อาจลุกลามขยายใหญ่โตได้ ที่มา: หนังสือวิทยาศาสตร์ 5 นาที ชุดที่ 2 โดย อำนาจ เจริญศิลป์ รวบรวมข้อมูลโดย: งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด
Category: All Posts
All Posts
แน่ล่ะถ้าท่านสวมเสื้อกล้ามตาข่ายห่างๆ ตัวเดียว มันจะไม่ทำให้ท่านอบอุ่นได้เลย มันจะทำให้ท่านอบอุ่น ก็ต่อเมื่อท่านได้สวมเสื้อเชิ้ตทับเสื้อกล้ามนั้นอีกทีหนึ่ง การสวมเสื้อเชิ้ตทับนั้น จะขังอากาศที่อยู่ตามรูเสื้อกล้ามมากมาย รูอากาศเปล่านี้จะกันไม่ให้ความร้อนจากร่างกาย หนีไปที่อื่นได้ จึงทำให้ท่านรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด ขนสัตว์ และขนนกก็มีลักษณะเช่นเดียวกับที่ได้กล่าวมาข้างบนนี้ สัตว์และนกเหล่านั้นจะอบอุ่นด้วยรูตามขนมากมายในตัวของมัน ที่มา: หนังสือวิทยาศาสตร์ 5 นาที ชุดที่ 2 โดย อำนาจ เจริญศิลป์ รวบรวมข้อมูลโดย: งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด
ภายในเมล็ดข้าวโพดแห้งทุกเม็ด จะมีน้ำหรือความชื้นหลงเหลืออยู่เล็กน้อย เมื่อนำมาคั่ว ความร้อนจะทำให้น้ำหรือความชื้นภายในเมล็ดข้าวโพด กลายเป็นไอระเหย ไอระเหยที่เกิดขึ้นจะดันตัวเองออกมาภายนอก แต่เนื่องจากเยื่อหุ้มของเมล็ดข้าวโพดแห้ง มีลักษณะเหนียวแน่น เมื่อไอน้ำดันตัวเองออกมามันจึงมีลักษณะคล้ายกับการแตกระเบิด เสียงดังผัวะผะ ส่วนเมล็ดข้าวโพดสดจะไม่ระเบิด เพราะเยื่อหุ้มเมล็ดของมันมีโครงสร้างที่อ่อนนุ่มกว่าเมล็ดข้าวโพดแห้ง ที่มา: หนังสือวิทยาศาสตร์ 5 นาที ชุดที่ 2 โดย อำนาจ เจริญศิลป์ รวบรวมข้อมูลโดย: งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด
เมื่อฝนใกล้จะตก ความชื้นในอากาศจะเพิ่มมากขึ้น ความชื้น ในพื้นดินจะเพิ่มมากขึ้น ทำให้รังมดเกิดความชื้นแฉะ ในขณะเดียวกันนั้น ก่อนที่ฝนจะตกความกดอากาศก็จะลดต่ำลง แก๊สสกปรกที่ปกติจะถูกกดอยู่ในดิน ก็จะลอยออกมาตามรูดิน เพราะความกดอากาศข้างนอกต่ำลงจึงลอยออกมาได้ พวกมดทั้งหลายไม่สามารถทนต่อความชื้น และแก๊สสกปรกเหล่านั้น จึงจำเป็นต้องพากันโยกย้ายออกมา ที่มา: หนังสือวิทยาศาสตร์ 5 นาที ชุดที่ 2 โดย อำนาจ เจริญศิลป์ รวบรวมข้อมูลโดย: งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด
ถ้าไม่จำเป็นจริงๆก็ไม่ควรเปลี่ยนบ่อยๆ ปลาที่เลี้ยงไว้ในตู้นั้นเคยชินกับน้ำที่มีอยู่เดิม บางครั้งน้ำจะมีสีเขียว และมีสิ่งสกปรกปนอยู่บ้างก็ไม่ทำอันตรายให้กับปลา กลับตรงกันข้ามปลาจะชอบเสียอีก น้ำที่เปลี่ยนใหม่จะทำให้ปลารู้สึกอึดอัด หมดความสดชื่น ยิ่งถ้าไม่มีน้ำเก่าผสมอยู่เลย จะทำให้ปลาตายได้โดยง่าย หรือไม่ก็เกิดความเจ็บป่วย การเปลี่ยนน้ำ ควรเอาน้ำเก่าออกสักครึ่งหนึ่ง แล้วเอาน้ำใหม่ใส่ครึ่งหนึ่ง น้ำที่เปลี่ยนใหม่ไม่ควรใช้น้ำฝน เพราะน้ำฝนมีสารบางอย่างที่เป็นอันตรายต่อปลา ควรใช้น้ำประปา แต่ต้องเป็นน้ำประปาที่ใส่ไว้ในโอ่งสัก 5-6 วัน วิธีเปลี่ยนน้ำให้ทำเหมือนกาลักน้ำ ใช้ปลายสายยางด้านที่จุ่มในตู้ปลา ค่อยๆจุ่มลงใต้น้ำที่มีสิ่งโสโครก อีกปลายด้านหนึ่งให้อยู่ต่ำกว่าระดับตู้ปลา ใส่ถังรองรับเอาไว้ จากนั้นใช้ปากดูดเอาอากาศออกจากสายยาง น้ำในตู้ที่อยู่สูงกว่าจะถูกดูดลงมาในที่ต่ำกว่าไหลลงถัง เคลื่อนปลายหลอดที่อยู่ในตู้ปลา ดูดเอาสิ่งโสโครกออก จนหมด เหลือน้ำในตู้ปลาไว้ครึ่งหนึ่ง นำน้ำประปาที่เตรียมไว้ ค่อยๆเติมเข้าไปแทนที่ ที่มา: เทคนิค และวิธีการเลี้ยงปลาตู้ แบบมืออาชีพ โดย ยุทธวัช เกิดนวล ที่มาภาพ: http://community.webshots.com/album/50198906zoYXDS รวบรวมข้อมูลโดย: งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด
