1. กลุ่มไม้ที่ชอบแสงจัด
ได้แก่
ไม้ดอกล้มลุก
พืชสวนครัว ควรจัดวางไว้ในที่ได้รับแสงตลอดวันหรืออย่างน้อยครึ่งวัน
ภาชนะมีรูระบายน้ำดี รดน้ำวันละ
1 ครั้ง หรือรอบเย็นอีกครั้ง ถ้าดอกหรือใบมีอาการสลดเหี่ยวเฉาอาจใส่ปุ๋ยเพิ่มเติม
ควรเป็นปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยเคมีเล็กน้อย ปุ๋ยเคมีถ้ามากไปดินจะเค็ม
ต้นไม่อาจเฉาตาย ควรตัดแต่งใบเหี่ยวเฉาแก่เหลือง รวมทั้งดอกโรยทิ้งบ่อยๆ
ไม้น้ำ ไม้น้ำก็ชอบแสงจัด
ไม่งั้นจะไม่ผลิดอก ใบก็อาจเน่า ควรเติมน้ำให้เพียงพอเสมอ กำจัดหอยหรือแมลงเสมอ
ช้อนตะไคร่น้ำหรือสิ่งสกปรกออก ดูแลน้ำให้ใสเสมอ
ถ้าไม่มีปั้มน้ำพุ
น้ำตก ควรโรยผิวดินปลูก(ดินเหนียว)
ด้วยทรายหยาบ ตกแต่งด้วยกรวดหรือวางหินประดับ
แต่ถ้าน้ำค่อนข้างนิ่ง เพราะไม่น้ำพุ น้ำตก อาจเกิดตะไคร้ตามผิวดิน
กรวด หรือภาชนะภายใน ต้องหมั่นเก็บออกมาขัดหรือถ่ายน้ำเพื่อขัดภาชนะให้สะอาด
2. กลุ่มไม้อวบน้ำ
พวกแคตตัส ซัคคิวเลนท์ และไม้ที่มีต้นใบอวบหนา
ไม่ชอบน้ำขัง จึงต้องปลูกในภาชนะที่มีรูระบาย ดินโปร่งซุย ชอบแสงแดด
แต่ไม่ควรจัด หรือวางในที่ได้รับแสงไม่ตลอดทั้งวันควรหลีกเลี่ยงแสงจัดยามเที่ยง
บางชนิดจะไหม้ อาจวางไว้ริมหน้าต่างในบ้านได้ แต่ต้องหมั่นหมุนให้รับแสงทั่วๆกัน
ไม่งั้นต้นจะเอน ยืด และเอียงไปทางเดียวกัน รดน้ำหรือฉีดน้ำ ทุกๆ
2-3 วันต่อครั้ง หรืออาจเป็น 5
วันก็ได้
แล้วแต่ความเข้มอ่อนของแสงที่ได้รับ
สังเกตุจากผิวหน้าดินปลูก และการเติบโตที่ผิดปกติของต้นไม้
3. กลุ่มไม้ที่ชอบแสงร่ำไร
ไม้กลุ่มนี้ชอบความชุ่มชื้นและแสงไม่จัดนัก
อาจตั้งไว้ในบ้านที่มีแสงส่องถึงจากหน้าต่าง
และหมั่นหมุนกระถางหรือถาดให้รับแสงทั่วๆ
กัน
ไม่งั้นต้นจะเอียงและยืด ภาชนะจะมีรูระบายหรือไม่
รดน้ำวันละครั้งก็เพียงพอ
ควรวางไว้ในมุมที่ได้รับแสงอ่อนๆ
โดยเฉพาะช่วงเช้า
ให้ปุ๋ยพวกปลดปล่อยช้า หรือปุ๋ยน้ำฉีดทางใบ
การดูแลสวนถาด
ไม่ว่าต้นไม้ชนิดใด ก็คือ การให้น้ำ แสง และอาหารปุ๋ยเพียงพอไม่มากน้อยเกินไป
ตัดแต่งดอกใบที่แก่โรยหรือแมลงกัดกิน ทิ้งเสีย พยายามใช้วิธีธรรมชาติหลีกเลี่ยงสารเคมี