กฏเกณฑ์ในการถือศีลอดและหลักปฏิบัติ
3. สิ่งที่ทำให้เสียศีลอด
- กิน ดื่ม สูบ เสพ หรือนัดถ์ โดยเจตนา
- การร่วมประเวณี ในระยะเวลาที่ถือศีลอด
- มีประจำเดือน
- คลอดบุตร
- เจตนาทำให้อสุจิเคลื่อนด้วยวิธีใดๆ
4. ประเภทของศีลอด
- ศีลอดภาคบังคับ คือ ถือศีลอดในเดือนรอมฎอน (เดือนที่ 9 ตามปฏิทินทางจันทรคติของอิสลาม)
เป็นเวลาประมาณ 29 หรือ 30 วัน โดยกำหนดวันแรกและวันสุดท้ายด้วยการปรากฏของดวงจันทร์เสี้ยวข้างขึ้น ( Newmoon)
เป็นหลักการถือศีลอดประเภทนี้เป็นบทบังคับแก่มุสลิมทุกคนที่บรรลุศาสนภาวะแล้ว
ทั้งนี้ นอกเหนือจากบุคคลที่ได้รับการยกเว้นผ่อนผันดังกล่าวข้างต้น
ซึ่งบุคคลประเภทนี้จะต้องถือศีลอดชดใช้ในภายหลัง เมื่อพ้นภาระจำเป็นนั้นแล้วเท่าจำนวนวันที่ขาดไป
โดยจะถือใช้ให้ครบจนกระทั่งผ่านรอบปี จะต้องเสียทั้งค่าปรับและถือใช้ด้วยเสียค่าปรับด้วย
การให้อาหารแก่คนยากจนหนึ่งวันต่อหนึ่งคน เช่น ถ้าขาด 10 วัน ต้องเลี้ยง 10 คน
ในกรณีที่ผู้ใดเจตนาฝ่าฝืนทำให้เสียศีลอดด้วยการร่วมประเวณีในเวลาที่กำลังถือศีลอด
จะต้องชดใช้ปรับโทษดังนี้ ปล่อยทาสเป็นเชลย 1 คน ถ้าไม่มีให้ถือศีลอด 2 เดือนติดต่อกัน
ถ้าขาดแม้เพียงวันเดียวต้องเริ่มต้นนับ 1 ใหม่ ถ้าทำไม่ได้ ให้บริจาคอาหารแก่คนยากจน 60 คน
อาหารที่จะให้ต้องมีคุณภาพไม่เลว หรือดีกว่าที่ตนใช้บริโภคประจำวัน
- การถือศีลอดชดเชย นอกเหนือจากการถือศีลอดใช้ตามที่ได้กล่าวแล้วนั้น
ยังมีการถือศีลอดชดเชยอีกประเภทหนึ่งต่อกิจหนึ่งกิจใดซึ่งผู้นั้นไม่สามารถกระทำได้ในเวลานั้น ๆ
เช่น ในกรณีที่ผู้หนึ่งไม่สามารถปฏิบัติตามวินัยต่าง ๆ ของเอียะห์รามให้ครบถ้วนเมื่อเวลาประกอบพิธีฮัจญ์ได้
ก็ให้ผู้นั้นถือศีลอดชดเชย 3 วัน ทั้งนี้ในเงื่อนไขที่ผู้นั้นไม่สามารถบริจาคทา หรือพลีกรรมสัตว์ ได้ตามกำหนด
- การถือศีลอดเพื่อลบล้างความผิด ตามที่ปรากฏในอัลกุรอาน มีดังนี้
"เมื่อมุสลิมได้ฆ่ามุสลิมอีกคนหนึ่งโดยเข้าใจผิด ให้ปล่อยทาสเป็นอิสระ 1 คน
แต่ถ้าไม่สามารถจะไถ่ความผิดโดยการปล่อยทาสได้ ก็ให้ถือศีลอดแทนเป็นเวลา 2 เดือนติด ๆ กัน
และผู้ใดฆ่าผู้ศรัทธาโดยพลั้งผิด ดังนั้น ผู้ฆ่าต้องให้มีการปล่อยทาสหรือทาสผู้ศรัทธาคนหนึ่งเป็นไท
และต้องจ่ายค่าทำขวัญแก่ครอบครัวของเขา (ผู้ตาย) เว้นแต่ที่พวกเขายกเป็นทานไม่เอาความแล้ว
ถ้าผู้ใดหาไม่พบ คือ ไม่มีทาสหรือไม่มีเงินซื้อ เช่น ในสมัยนี้หรือไม่มีเงินจ่ายค่าทำขวัญ
เขาต้องถือศีลอด 2 เดือนติดต่อกันตามวินัยในเดือนรอมฎอน"(อัลกุรอาน 2:92)
ถือศีลอดลบล้างการหย่าแบบซิฮาร เป็นเวลา 2 เดือน
การซิฮารนี้เป็นประเพณีเดิมของชาวอาหรับในสมัยก่อน
และเมื่อเริ่มต้นเผยแพร่ศาสนาอิสลาม โดยเรียกภรรยาของตนว่าเป็นเสมือนมารดาของตน
เป็นการหย่าไปในเชิงแล้วก็ไม่ร่วมสังฆวาสกับนางในขณะเดียวกันนางไม่มีสิทธิ์หลุดพ้นจากการเป็นภรรยาโดยแท้จริงไปได้
นางต้องเป็นภรรยาในนามถูกทรมานและจำบ้านอยู่เช่นนี้ อิสลามได้เลิกระบอบนี้โดยสิ้นเชิง
การถือศีลอดประเภทนี้จึงมีในสมัยโน้นเท่านั้น (ดูการหย่า)
ถือศีลอดลบล้างความผิดเป็นเวลา 3 วันติด ๆ กันเมื่อผู้หนึ่งผู้ใดสาบาน ที่จะไม่กระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด
ที่ถูกต้องและชอบธรรมในกรณีที่ผู้นั้นไม่สามารถ ปล่อยทาสให้เป็นอิสระหรือเลี้ยงคนยากจนถึง 10 คนได้
"อัลลอฮฺไม่ทรงยึดเอาตามคำไร้สาระ (ไม่เจตนา) ในการสาบานของสูเจ้าแต่อัลลอฮฺทรงยึดเอาจากสูเจ้า
ที่สูเจ้าได้ผูกพันธะสาบานไว้ (โดยเจตนา) ถึงการไถ่โทษของเขา คือ การให้อาหารคนขัดสนสิบคน
ตามปริมาณเฉลี่ยที่สูเจ้าให้อาหารแก่ครอบครัวของสูเจ้า หรือให้เครื่องนุ่งห่มแก่พวกเขา (สิบคน)
หรือการปล่อยทาสหนึ่งคน
ถ้าผู้ใดหาไม่พบไม่มีความสามารถที่จะปฏิบัติตามนั้นได้ เขาต้องถือศีลอดสามวัน นี้คือ การไถ่โทษคำสาบานของสูเจ้า
เมื่อสูเจ้าได้สาบาน" (อัลกุรอาน 5:89)
ถือศีลอดลบล้างความผิดตามคำพิพากษาของผู้เที่ยงธรรม 2 คน
เมื่อผู้นั้นล่าสัตว์ ขณะที่กำลังอยู่ในระหว่างการประกอบพิธีฮัจญ์ ในเงื่อนไขที่ว่าผู้นั้นไม่สามารถให้อาหารแก่คนยากคนจนได้
"บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ยจงอย่าฆ่าด้วยการล่าสัตว์ป่าขณะที่สูเจ้ายังครองเอียะห์ราม
และผู้ใดในหมู่สูเจ้าฆ่ามันโดยเจตนา การชดเชยของมันคือเยี่ยงที่เขาฆ่าจากปศุสัตว์ตามที่ผู้เที่ยงธรรมสองคนจากหมู่สู
เป็นสิ่งพลีให้นำยังอัลกะอบะฮ เพื่อเชือดและแจกจ่ายคนจน หรือการไถ่โทษ
เจ้าตัดสินนั้นเขาต้องให้อาหารแก่คนขัดสน หรือเยี่ยงนั้นด้วยการถือศีลอด" ( อัลกุรอาน 5:89)
- การถือศีลอดโดยอาสา ในหลักการทั้ง 4 ของอิสลาม คือ การดำรงนมาซ (การละหมาด) ซะกาต (การบริจาค)
การถือศีลอดไปประกอบพิธีฮัจญ์นั้น มีทั้งที่เป็นการบังคับ (ฟัรฎู) และทั้งที่อนุญาตให้กระทำโดยอาสา (นัฟล)
แต่ในการถือศีลอดโดยอาสานั้น มีข้อห้ามอยู่บ้างบางประการ ดังรายงานต่อไปนี้
"ท่านอิบนุอุมัร กล่าวว่า ท่านรสูลอูลลอฮฺทราบว่าฉันจะตกลงใจถือศีลอดในเวลากลางวันและตื่นในเวลากลางคืนตราบเท่าที่ฉันยังมีชีวิตอยู่
(เมื่อถูกสอบถามฉันรับว่าฉัน ได้กล่าวเช่นนั้นจริงท่านรสูลอูลลอฮฺกล่าวว่าท่านจะทนเช่นนี้ไม่ได้)
มีต่อหน้า:
1 ,
2 ,
3 ,
4 ,
5 ,
6 ,
ถัดไป >>
ปรับปรุงล่าสุด : พฤหัสบดี, 21 พฤษภาคม 2552 20:19 น.