ดังนั้นจงถือศีลอด และจงแก้การถือศีลอด
และจงตื่นและจงนอนและจงถือศีลอด (อาสา) เดือนหนึ่งเพียง 3 วัน เพราะกุศลกรรมนี้ได้รับการตอบแทน 10 เท่า
และนี่ก็เสมือนการถือศีลอดทุก ๆ วัน ฉันกล่าวว่าฉันทนได้มากกว่านี้ ท่านกล่าวถ้าเช่นนั้นจงถือศีลอดวันหนึ่ง
และจงอย่าถือศีลอดในอีกวันหนึ่ง (วันเว้นวัน) นี่เป็นการถือศีลอดของนบีดาวูด (อ.ล.)
และนี่เป็นการถือศีลอดโดยอาสาที่ดียิ่ง ฉันกล่าวว่าฉันสามารถทนได้มากกว่านั้น ท่านกล่าวว่าไม่มีอะไรจะดีกว่านี้อีกแล้ว (อัลบุคอรี 30:56)
จากรายงานนี้ แสดงว่าท่านศาสดาสนับสนุนให้ถือศีลอดโดยอาสา เพียงเดือนละ 3 วันเท่านั้น
มิให้ถือศีลอดทุก ๆ วันตลอดไป และมีรายงานอื่นว่าท่านแนะนำให้ถือศีลอดดังนี้
- ถือศีลอด 6 วัน ในเดือนเซาวาลต่อจากการถือศีลอดภาคบังคับในเดือนรอมฎอน
- วันขึ้น 9-10 ค่ำเดือนมุหัรรอม
- ถือได้หลายๆ วันในเดือนซะอบาน
- วันจันทร์ วันพฤหัสบดี ทุกสัปดาห์
- วันขึ้น 13-14-15 ค่ำของทุกเดือน
- วันเว้นวัน
วันห้ามถือศีลอด
- วันอีดทั้ง 2 คือ วันอีดิ้ลฟิตรและอีดิ้ลอัฎฮา
- วันตัซรีก คือวันที่ 11-12-13 เดือนฮัจย์
- การเจาะจงถือเฉพาะวันศุกร์เท่านั้น
- ถือตลอดปี
- วันครบรอบการถือศีลอดภาคบังคับ (อีดิ้ลฟิตร) เมื่อวันแห่งการถือศีลอดได้สิ้นสุดแล้ว
รุ่งขึ้นคือวันที่ 1 เดือนเซาวาล เป็นวัน "อีด" ห้ามถือศีลอดในวันนี้
เพราะเป็นวันแห่งการรื่นเริง ให้ทุกคนทั้งหญิงและเด็ก ๆ อาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้
แล้วไปชุมนุมกัน ณ ที่ที่กำหนดไว้โดยพร้อมเพรียงกัน มุสลิมที่อยู่ในฐานะเหลือกินเหลือใช้ให้บริจาคทานฟิฏเราะฮ์ด้วยอาหารพื้นเมืองที่ผู้บริจาคอาศัยอยู่
เช่น ข้าวสาร เป็นจำนวน 1 ศออ์ แก่คนยากจน
มีต่อหน้า:
1 ,
2 ,
3 ,
4 ,
5 ,
6 ,
ถัดไป >>
ปรับปรุงล่าสุด : พฤหัสบดี, 21 พฤษภาคม 2552 20:19 น.