วันอีด
วันตรุษ ในอิสลามมี 2 วันคือ วันอีดฟิฎร และวันอีดอัฎฮา จะตรงกับวันที่ 1 เดือนเชาวาล
และวันอีดอัฎฮาจะตรงกับวันที่ 10 ของเดือนซุลฮิจญะฮ
วันตรุษทั้ง 2 นี้ อัลลอฮได้ทรงกำหนดให้เป็นวันรื่นเริงของมุสลิม
ดังหะดิษที่รายงานโดยท่านนะซาอียจากท่านอนัส อิบนิมาลิก รฎิฯ กล่าวว่า
ท่านร่อซูล (ซ.ล.) ได้เดินทางมาถึงเมืองมะดีนะฮ ก็พบว่าชาวเมืองมีวันรื่นเริงอยู่ 2 วัน ท่านร่อซูล(ซ.ล.) จึงถามว่า
วันทั้ง 2 นี้เป็นวันอะไร พวกเขาตอบว่า พวกเราได้เคยรื่นเริงสนุกสนานกันใน 2 วันนี้
ในสยัมญาฮิลียะฮ. ท่านร่อซูลจึงกล่าวว่า "แท้จริงอัลลอฮฺ ได้ทรงเปลี่ยนวันทั้ง 2
ให้แก่พวกท่านด้วยวันที่ดีกว่า คือ วันอีดฟิฎร และวันอีดอัฎฮา" แม้ว่าวันอีดทั้ง 2
จะเป็นวันรื่นเริงก็ตาม แต่ท่านนบีก็ได้กำหนดแบบอย่างในการปฏิบัติอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺไว้ด้วย
คือ การกล่าวตักบรี การละหมาดอีด และการรื่นเริงนั้น จะต้องอยู่ในขอบข่ายของศาสนบัญญัติ
การปฏิบัติตนในวันอีด
- ห้ามถือศีลอดในวันอีดอมัร อิบนุ อัล – ศ็อฏฏอบ กล่าวในคุฎบะฮดีดว่า
"โอ้ พวกท่านทั้งหลายแท้จริงท่านรอซูล (ซ.ล.) ได้ห้ามพวกท่านไม่ให้ถือศีลอดในสองวัน
อีดวันแรกเป็นวันที่พวกท่านออกจากการถือศีลอด และอีกวันหนึ่งเป็นวันที่พวกท่านกินเนื้อกรุบาน
- กล่าวตักบีรฺ ตักบีรฺเป็นคํากล่าวหลักของวันอีดทั้งสอง ดังนั้นจึงต้องกล่าวตักบีรฺให้มากๆ ในคืนวันอีดทั้งสอง
ทั้งที่บ้าน ในมัสญิด และตามถนนหนทาง เพื่อเป็นการป่าวประกาศไปทั่วทุกซอกซอย
ซึ่งชัยชนะและความต้อนรับการมาเยือนของวันอีด
- จ่ายซะกาตฟิฏเราะฮฺ และเชือดสัตว์กุรบาน
- อาบน้ำชําระร่างกาย ซุนนะฮฺให้อาบน้ำชําระร่างกายช่วงเช้าตรู่ของวันอีด
และขจัดสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ออกจากร่างกาย (เช่น ขจัดขนลับ ตัดเล็บ ตกแต่งหนวด และทรงผมเป็นต้น)
- พรมน้ำาหอม ควรพรมน้ำหอมให้มีกลิ่นฟุ้งตามร่างกาย ดังที่อิบนุอุมัรฺได้ปฏิบัติไว้
ส่วนสตรีไม่ส่งเสริมให้พรมน้ำหอมที่มีกลิ่นฟุ้งช่วงที่เดินทางสู่สนามละหมาด
เพื่อป้องกันฟิตนะฮฺ หรือความเสื่อมเสียที่อาจเกิดขึ้นกับนาง
- แต่งกายด้วยอาภรณ์ที่สวยงามและดูดีที่สุด แต่งกายด้วยอาภรณ์ที่ดีที่สุด และใหม่ที่สุดเท่าที่จะหาได้
- รับประทานก่อนละหมาด
- เดินทางสู่สนามละหมาดเวลาออกสู่สนามละหมาด ท่านนบี (ซ.ล.) กล่าวในคุฏบะฮฺวันอีดิลอัฎฮาว่า
"แท้จริงสิ่งแรกที่พวกเราต้องปฏิบัติในวันนี้คือ ละหมาดอีด
- ละหมาดอีด การละหมาดวันอีดเป็นบทบัญญัติและเอกลักษณ์อย่างหนึ่งในศาสนาอิสลาม
ดังจะเห็นได้จากการปฏิบัติเป็นประจําของท่านนบี
และยังกําชับบรรดาเศาะฮาบะฮฺให้ออกสู่สนามละหมาดอย่างพร้อมเพรียงกัน
แม้กระทั่งทาสหญิง สตรีสาวสวย สตรีที่มีประจําเดือน และเด็กๆ
ก็ยังถูกสั่งกําชับให้พาพวกเขาออกสนามละหมาด เพื่อร่วมเป็นสักขีพยาน
และตักตวงความสุขและสนุกสนานอย่างพร้อมหน้ากัน
และต้องมีการละหมาดแบบญะมาอะฮฺเท่านั้น
แหล่งอ้างอิง อุษมาน อิคริส.(2549). อิสลามกับวันอีด. ซาอุดิอาระเบียฯ: สำนักงานความร่วมมือเพื่อเผยแพร่และสอนอิสลาม จาก www.islamhouse.com
มุนีร สมศักดิ์ มูหะหมัด. (2548) .วันและเดือนที่สำคัญในอิสลาม. กรุงเทพฯ:สมาคมนักเรียนเก่าศาสนวิทยา
ปรับปรุงล่าสุด : พฤหัสบดี, 21 พฤษภาคม 2552 20:19 น.