Metadata-runewsclipping
Thumbnail
Title
คปค. ตั้งตุลาการรัฐธรรมนูญฟื้นความเชื่อมั่น-คลายวิกฤติ
Description
คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ได้ประชุมเพื่อพิจารณาร่างธรรมนูญฉบับชั่วคราว โดยมี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้า คปค. เป็นประธาน พร้อมด้วยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานวุฒิสภา ในฐานะประธานร่างธรรมนูญฉบับชั่วคราว นักวิชาการที่มีคณบดี หรือผู้แทนจากคณะรัฐศาสตร์และคณะนิติศาสตร์จาก 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) และมหาวิทยาลัยรามคำแหง
นายทวี สุรฤทธิกุล คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เปิดเผยการหารือ ว่า นายมีชัย ซึ่งเป็นผู้ยกร่างธรรมนูญนี้กับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้สรุปสาระสำคัญของธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งมีทั้งหมด 39 มาตรา ให้หัวหน้า คปค. และนักวิชาการทราบ ได้เปิดโอกาสให้มีการซักถาม โดยประเด็นที่มีการสอบถามกันมาก คือ มาตรา 3 เกี่ยวกับเรื่องสิทธิเสรีภาพของมนุษยชนว่าจะรวมถึงการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชน
นอกจากนั้น สิ่งที่น่าสังเกตอีกประการหนึ่ง คือ ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 3 ที่ได้ทำการยึดอำนาจการปกครองประเทศเรียบร้อยแล้วนั้น และเพื่อความสงบเรียบร้อยในการปกครองประเทศ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงให้
1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 สิ้นสุดลง
2. วุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรี และศาลรัฐธรรมนูญ สิ้นสุดลงพร้อมกับรัฐธรรมนูญ
3. องคมนตรี คงดำรงตำแหน่ง และปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
4. ศาลทั้งหลาย นอกจากศาลรัฐธรรมนูญ คงมีอำนาจในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามบทกฎหมาย และตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ประกาศ ณ วันที่ 19 กันยายน พุทธศักราช 2549
ต่อมา คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เริ่มทยอยประกาศให้องค์กรอิสระอื่น ๆ กลับมาทำหน้าที่ตามเดิมยกเว้น ศาลรัฐธรรมนูญ เท่านั้น
ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ถูกมองว่าเป็นตัวการสร้างปัญหา มีส่วนสำคัญทำให้การเมืองไทยเดินมาสู่วิกฤติการเมืองแม้จะไม่ใช่ตัวการ แต่หากศาลรัฐธรรมนูญไม่ทำตัวเป็นองค์กร "กึ่งศาล กึ่งการเมือง" ก็จะช่วยคลี่คลายวิกฤติชาติได้มาก และคงไม่เดินมาถึงจุดที่ทหารต้องลุกขึ้นมาทำรัฐประหาร
อย่างไรก็ตาม ต้องมีองค์กรทำหน้าที่แทนศาลรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ใช่การเลือกให้ศาลรัฐธรรมนูญชุดเดิมกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมา
ดังนั้น มาตรา 35 ของธรรมนูญชั่วคราว จึงว่าด้วยการตั้งคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ และอำนาจของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นรองประธาน และมีผู้พิพากษาหัวหน้าคณะที่ศาลฎีกาเลือก 5 คน และตุลาการศาลปกครองสูงสุดเลือก 2 คน โดยมีอำนาจพิจารณาคดีเหมือนศาลรัฐธรรมนูญเดิม
ความจำเป็นที่จะต้องตั้งคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่เช่นเดียวกับศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ คปค. สั่งยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญไปแล้ว เพราะมีกฎหมายลูกที่เขียนให้ต้องมีองค์การที่จะตีความปัญหาข้อกฎหมายและความขัดแย้งระหว่างองค์กร
ขณะที่สัดส่วนคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ 9 คน โดยมาจากศาลฎีกา 6 คน ประกอบด้วยประธานศาลฎีกา และคัดเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 5 คน จากศาลปกครอง 3 คน ประกอบด้วยประธานศาลปกครองสูงสุด และตุลาการศาลปกครองสูงสุด อีก 2 คน โดยจะเรียกองค์กรนี้เป็นความร่วมมือพิเศษ ตั้งเป็นแผนกหนึ่งขึ้นมา สำหรับผู้พิพากษาที่มาเป็นคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ จะไม่เสียตำแหน่งเดิมในศาลต้นสังกัด
ทั้งนี้ ภารกิจของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ มี 3 ประการดังนี้
1. ตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณาคดีที่ค้างอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญเดิม โดยให้โอนคดีทั้งหมดมาให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัยคดีต่อไป
2. มีกฎหมายบางฉบับเขียนว่าเมื่อมีความขัดแย้งระหว่างองค์กรให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด เมื่อไม่มีศาลรัฐธรรมนูญ จึงจำเป็นต้องมีองค์กรใหม่มาทำหน้าที่แทน ซึ่งก็คือคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ
3. กรณีที่หากมีกฎหมายใดขัดกับรัฐธรรมนูญ (ธรรมนูญชั่วคราว) ให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญทำหน้าที่วินิจฉัย
การตั้งคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ แม้จะมีชื่อเหมือนกับคณะตุลาการรัฐธรรมนูญที่เคยมีมาในอดีต แต่ครั้งนี้ต่างออกไปเพราะคนทำหน้าที่มาจากฝ่ายตุลาการ มีความเป็นกลางทางการเมือง มีความรอบรู้ในการพิจารณาอรรถคดี ดังนั้น ภารกิจขององค์กรที่ตั้งขึ้นมาใหม่นี้จึงต่างจากคณะตุลาการรัฐธรรมนูญในอดีต
เบื้องต้น คณะตุลาการรัฐธรรมนูญจะยังไม่มีกฎหมายรับรองกระบวนวิธีพิจารณาคดีซึ่งออกโดยรัฐสภา เพราะเป็นรายละเอียดที่จะไปพิจารณาภายหลัง อีกทั้งคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ มีวาระเพียงที่ธรรมนูญชั่วคราวใช้ปกครอง หากธรรมนูญชั่วคราวถูกยกเลิกไปโดยรัฐธรรมนูญ คณะตุลาการรัฐธรรมนูญก็จะสิ้นสภาพไปด้วย
ส่วนจะมีองค์กรนี้อยู่ต่อไปอย่างถาวรหรือไม่ อยู่ที่รัฐธรรมนูญใหม่จะกำหนด
"คปค. ตั้งตุลาการรัฐธรรมนูญฟื้นความเชื่อมั่น - คลายวิกฤติ"
กรุงเทพธุรกิจ (28 ก.ย. 49) 11.
Subject
กฎหมาย -- การตีความ
Publisher
กรุงเทพธุรกิจ
Date
September 28, 2006
Type
Text
Format
Source
IN-20060928
