Home

สนเทศน่ารู้ : วันสมเด็จกรมพระปรมานุชิตชิโนรส 11 ธันวาคม

ลิตตะเลงพ่าย พระนิพนธ์

สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรม พระปรมานุชิตชิโนรส

 
“…ซ่อนกลิ่นกลิ่นแก้วซ่อน นาสา เรียมฤๅ

ตาดว่าตาดพัสตรา หนุ่มเหน้า

สลาสิงเล่ห์ ซรองสลา นุชเทียบ ถวายฤๅ

สวาดิดังเรียมสวาดิเจ้า จากแล้วหลงครวญ ฯ …”

          วันที่ ๑๑ ธันวาคม ของทุกปี เป็นที่ทราบกันดีในหมู่นักปราชญ์ราชบัณฑิต นักศึกษา และนักเรียนว่าเป็น "วันกรมปรมานุชิตชิโนรส" หรือวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส "มหาสังฆปรินายก ปธานาธิบดีแห่งสงฆ์" ผู้ทรงเป็นปราชญ์ทั้งคดีโลกและคดีธรรม ได้ทรงพระนิพนธ์ ปฐมสมโพธิกถา ลิลิตตะเลงพ่าย สมุทโฆษคำฉันท์ เวสสันดรชาดก และวรรณกรรมที่เลื่องลืออีกหลายเล่ม ที่นับถือกันว่าเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาของไทยในด้านพระพุทธศาสนาและวรรคดี

ประวัติ

           สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ ๒๘ ในพระบาทสมเด็จพระ   พุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาจุ้ย ณ วันเสาร์ เดือนอ้าย ขั้น ๕ ค่ำ ปีจอ จุลศักราช ๑๑๕๒  ตรงกับวันที่ ๑๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๓๓๓ มีพระนามเดิมว่า "พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าวาสุกรี" เมื่อประสูตินั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มีพระชนมายุ ๕๓ พรรษา ครองราชสมบัติมาแล้ว ๘ ปี

           ครั้นพระองค์เจ้าวาสุกรีทรงเจริญพระชันษาได้ ๑๒ ก็ทรงละฆราวาสวิสัยออกผนวชเป็นสามเณรเมื่อปีจอ พุทธศักราช ๒๓๔๕ โดยผนวชเป็นหางนาค ณ วัดพระศรีสรเพ็ชญ์ (วัดพระศรีรัตนศาสดาราม) ครั้นผนวชแล้วจึงเสด็จไปประทับอยู่ ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ในระหว่างที่ผนวชเป็นสามเณรอยู่นั้น ได้ทรงศึกษาในสำนักสมเด็จพระพนรัตน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ทรงศึกษาอักษรทั้งไทย ขอม ภาษามคธ (บาลี) โบราณคดี ตลอดจนวิธีทำเลขยันต์ต่างๆ ตามคตินิยมในสมัยนั้น ครั้นทรงผนวชเป็นพระภิกษุได้ ๓ พรรษา ลุปีพุทธศักราช ๒๓๕๗ สมเด็จพระพนรัตนถึงแก่มรณภาพในระหว่างพรรษา ยังไม่ทันจะได้โปรดให้พระเถระรูปใดเป็นอธิบดีสงฆ์วัดพระเชตุพนฯครั้นออกพรรษาแล้ว ในช่วงเวลาพระกฐิน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เสด็จไปพระราชทานพระกฐินถึงวัดพระเชตุพนฯ จึงทรงพระกรุณาโปรดตั้งให้สมเด็จฯ กรมพระปรมานุชิตชิโนรสเป็นพระราชาคณะด้วย

           สมเด็จฯกรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงรับกรมครั้งแรกในรัชกาลที่ ๒ เป็นกรมหมื่นนุชิตชิโนรส ศรีสุคตขัติยวงศ์ เมื่อราวปีชวด พุทธศักราช ๒๓๕๙ และในขณะที่ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นกรมหมื่นอยู่นี้ ได้ทรงทำหน้าที่เป็นพระอาจารย์ของเจ้านายหลายพระองค์ อาทิ พระบาทสมเด็จพระกรมหมื่นอยู่นี้ ได้ทรงทำหน้าที่เป็นพระอาจารย์ของเจ้านายหลายพระองค์ โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงผนวชเป็นพระภิกษุอยู่นั้น ทรงเคารพเลื่อมใสในสมเด็จฯ กรมพระปรมานุชิตชิโนรสเป็นอย่างยิ่งแม้ว่าจะมีพระชนมายุแก่กว่าพระองคเพียง ๑๔ พรรษาก็ตาม แต่ก็ทรงตั้งอยู่ในฐานะเป็นพระปิตุลา สมเด็จฯ กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงตั้งพระองค์อยู่ในฐานะเป็นครุฐานียบุคคลในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างสูง เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงลาสิกขา เสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๓๙๔ แล้ว ก็ได้ทรงสถาปนา สมเด็จฯ กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ขึ้นเป็น "กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส"

           เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติในปีพุทธศักราช ๒๒๓๙๔ นั้น สมเด็จฯ กรมพระปรมานุชิตโนรสมีพระชนมายุได้ ๖๑ พรรษา ทรงพระประชวรหนักครั้งหนึ่ง ครั้นต่อมาอีก ๒ ปี พระองค์ก็ได้ประชวรพระโรคชรา และสิ้นพระชนม์เมื่อวันศุกร์ เดือนอ้าย ขึ้น ๙ ค่ำ ปีฉลู เบญจศก จุลศักราช ๑๒๑๕ เวลาบ่าย ๓ โมง ตรงกับวันที่ ๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๓๙๖ สิริรวมพระชนมายุได้ ๖๓ พรรษากับ ๔ วัน และในฐานะที่ทรงเป็นประมุขที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงศรัทธามาก จึงโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระศพจากวัดพระเชตุพนไปประดิษฐาน ณ พระเมรุที่ท้องสนามหลวง แล้วพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันเสาร์ที่ ๘ เมษายน ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๕ พุทธศักราช ๒๓๙๗ เมื่อพระราชทานเพลิงพระศพแล้ว พระบาทสมเด็จพะจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้เชิญพระอัฐิไปประดิษฐานไว้ที่พระตำหนักวัดพระเชตุพน และโปรดให้มีตำแหน่งฐานานุกรมรักษาพระอัฐิต่อมา 

           ถึงเวลาเข้าพรรษา พระองค์ก็เสด็จพระราชดำเนินไปถวายพุ่มบูชาพระอัฐิทุกปี เมื่อถึงวันเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานพระกฐินที่วัดพระเชตุพน ก็โปรดฯ ให้เชิญพระอัฐิไปประดิษฐานที่ในพระอุโบสถ ทรงสักการะบูชาแล้วทอดผ้าไตรปี โปรดฯ ให้พระฐานานุกรมพระอัฐิสดับปกรณ์เป็นประเพณีเช่นนี้ตลอดมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ จนกระทั่งถึงรัชกาลปัจจุบันนี้

           สมเด็จฯ กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงตั้งพระองค์อยู่ในฐานะเป็นครุฐานียบุคคลในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างสูง เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงลาสิกขา เสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๓๙๔ แล้ว ก็ได้ทรงสถาปนา สมเด็จฯ กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ขึ้นเป็น "กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส"

กรณียกิจ

           ในรัชกาลที่ ๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จารึกแผ่นศิลาประดับไว้ในวัดพระเชตุพนฯ โดยจารึกตำราวิชาการต่างๆ ในการจารึกแผ่นศิลาประดิษฐานไว้ในบริเวณวัดพระเชตุพนฯ ครั้งนี้ สมเด็จฯ กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ได้ทรงพระนิพนธ์เรื่องต่างๆ เป็นโคลง ฉันท์ กาพย์ ไว้หลายเรื่อง ทั้งยังได้ทรงพระนิพนธ์โคลงดั้นบาทกุญชรและ โครงดั้นวิวิธมาลี สรรเสริญพระเกียรติยศพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงปฏิสังขรณ์ วัดพระเชตุพนฯ จารึกไว้ในวัดพระเชตุพนอีกเรื่องหนึ่งด้วย 

           สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสนั้น ทรงได้รับคำสดุดีว่าเป็น จินตกวีไทยอย่างยอดพระองค์หนี่ง งานพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระปรมานุชิตชิโนรสมีทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง ที่เป็นร้อยแก้ว เช่น พระปฐมสมโพธิ พระธรรมเทศนาพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เป็นต้น ส่วนใหญ่เป็นแล้วเป็นร้อยกรองที่ทรงเชี่ยวชาญและทรงถนัดมากคือฉันท์ เช่น กฤษณาสอนน้องคำฉันท์ สรรพสิทธิ์คำฉันท์ สมุทรโฆษคำฉันท์ ฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างพัง โดยเฉพาะที่เป็นแม่บท ทรงแต่งตำราฉันท์มาตราพฤติและวรรณพฤติในจำนวนพระนิพนธ์ทั้งหมด เรื่องที่ได้รับการยกย่องทางร้อยกรองว่าดีเยี่ยมที่สุด ได้แก่ ลิลิตตะเลงพ่าย ซึ่งเป็นวรรณคดีที่ดีเลิศทางกระบวนกลอนลิลิตอีกเรื่องหนึ่งด้วย ส่วนพระนิพนธ์ร้อยแก้ว ที่ยอดเยี่ยมที่สุดน่าจะได้แก่ เรื่อง พระปฐมสมโพธิกถา ซึ่งผู้อ่านจะได้อรรถรสทั้งภาษาและวรรณคดี นอกเหนือไปจากเนื้อหาที่เป็นพระพุทธประวัติอีกด้วย

          พระราชนิพนธ์บทหนึ่งของพระองค์ที่แสดงถึงลักษณะการประพันธ์คำประพันธ์ที่ทรงใช้ในการนิพนธ์ เรียกว่า ลิลิต เป็นลิลิตสุภาพ ประกอบด้วยร่ายสุภาพและโคลงสุภาพ โคลงที่ใช้มีทั้ง โคลง ๒ โคลง ๓ และโคลง ๔ ตอนท้ายเป็นโคลงกระทู้ซึ่งเป็นลักษณะคำประพันธ์ที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสทรงนิยมใช้ในการนิพนธ์ปิดท้ายวรรณคดีที่ทรงนิพนธ์เกือบทุกเรื่อง สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงนิพนธ์วรรณคดีเรื่องนี้ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวในโอกาสที่ปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพน เมื่อพุทธศักราช ๒๓๗๕ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาของประชาชน โดยรวบรวมสรรพวิชาการสาขาต่างๆ จารึกบนแผ่นศิลาในวัดพระเชตุพน ดังที่ทรงระบุไว้ในโคลงท้ายเรื่อง ดังนี้

บรรจงเสาวเลขแล้ว หลายคุง ขวบฤา
ปางปิ่นธเรศอำรุง โลกเลี้ยง
ทำนุกเชตุพนผดุง เผดิมตึก เต็มเอย
อาวาสอาจเพ่งเพี้ยง แผ่นฟ้ามาเสมอ

คัดลอก, อ้างอิง 
คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ, สำนักงาน.
๒๐๐ ปี สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส.
กรุงเทพฯ, บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้ง กรุ๊พ จำกัด, ๒๕๓๓

http://www2.srp.ac.th 
http://www.thaigoodview.com/

ข้อมูลโดย : กลุ่มนักศึกษาฝึกงาน งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด

                    สนเทศน่ารู้  ขึ้นด้านบน 
 


ปรับปรุงล่าสุด : 21 ธันวาคม 2549 17:27:45 น.