| หน้าสารสนเทศ | ศาสนา | การศึกษา | ประเพณี | พัฒนาชุมชน | สาธารณสุข | อาชญากรรม | บุคคลสำคัญ | ...หน้าแรก... |  
 
 

 

บุคคลสำคัญของจังหวัด

พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง)

        พระยารัษฎานุประดิษฐ์ (คอซิมบี้) เกิดที่จังหวัดระนอง เมื่อวันพุธ เดือน 5 ปีมะเส็ง พ.ศ. 2400  เป็นบุตรชายคนสุดท้องของ พระยารัตนเศรษฐี (คอซูเจียง) จีนฮกเกี้ยน ที่ได้รับบรรดาศักดิ์เลื่อนฐานะจากพ่อค้าเป็นขุนนาง พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ มีมารดาเป็นชาวนา ชื่อกิ้ม มีพี่ชายต่างมารดา 5 คนดังนี้

                1. คอซิมเจ่ง (หลวงศรีโลหภูมิพิทักษ์ ผู้ช่วยราชการเมืองระนอง)
                2. คอซิมก๊อง (พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี สมุหเทศาภิบาลมณฑลชุมพร)
                3. คอซิมจั๋ว (หลวงศักดิ์ศรีสมบัติ ผู้ช่วยราชการเมืองระนอง)
                4. คอซิมขิม (พระยาอัษฎงคตทิศรักษา ผู้ช่วยราชการเมืองกระบุรี)
                5. คอซิมเต๊ก (พระยาจรูญราชโภคากรณ์ ผู้ช่วยราชการเมืองหลังสวน)

        พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ เริ่มรับราชการในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อ พ.ศ. 2425 โดยพี่ชายคือ พระยารัตนเศรษฐี (คอซิมก๊อง)  เจ้าเมืองระนองขณะนั้นเป็นผู้นำตัว ไปถวายเป็นมหาดเล็ก และได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นที่ หลวงบริรักษ์โลหะวิไสย ผู้ช่วยเมืองระนอง แล้วเลื่อนเป็นที่ พระวัษฎงคตทิศรักษา เจ้าเมืองกระบุรี 

        เมื่อพ.ศ. 2428 ได้แสดง ความสามารถ สร้างบ้านบำรุงเมืองให้เป็นที่ปรากฎ จึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เป็นที่ พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี เจ้าเมืองตรังในปี พ.ศ. 2433 และในปี พ.ศ. 2455  โปรดเกล้าให้เป็น สมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต 

        พระยารัษฎานุประดิษฐ์ มีบทบาทที่สำคัญหลายประการดังนี้

                1. ด้านการปกครอง กุศโลบายหลักในการปกครองของท่านคือ หลักพ่อปกครองลูก ทำนองเดียวกับที่ใช้ในยุคสุโขทัย นอกจากจะยึดหลักพ่อปกครองลูกแล้ว ยังยึดหลักในการแบ่งงาน และความรับผิดชอบแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ดังจะเห็นได้จาก การริเริ่มจัดตั้งที่ว่าการกำนันขึ้นเป็นแห่งแรก ที่มณฑลภูเก็ต และได้จัดระเบียบการประชุมผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอให้เป็นที่แน่นอน

                2. ด้านการส่งเสริมอาชีพราษฎร อาจจะเป็นเพราะพระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ เกิดในตระกูลพ่อค้า ท่านจึงมีโลกทรรศน์ ต่างจากขุนนางอื่น ๆ คือ มีอุปนิสัยบำรุงการค้า เมื่อเป็นเจ้าเมืองตรังได้ย้ายจากตำบลควนธานีไปอยู่ตำบลกันตังด้วยเหตุผลที่ว่า มีทำเลการค้าที่ดีกว่า เรือกลไฟ เรือสินค้าใหญ่ สามารถเข้าถึงได้สะดวก เหล่านี้เป็นต้น

                3. ด้านการคมนาคม พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ ให้ความสำคัญเป็นที่สุด โดยเฉพาะการสร้างถนน

                4. ด้านการรักษาความสงบและปราบปรามโจรผู้ร้าย พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ ได้สร้างความคิดใหม่ขึ้นในหมู่ราษฎร กล่าวคือ ราษฎรทุกคนต้องถือเป็นหน้าที่โดยเพื่อนบ้าน และเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามโจรผู้ร้ายจะทอดธุระให้แก่เจ้าพนักงาน บ้านเมืองฝ่ายเดียวไม่ได้

                5. ด้านการศึกษา แม้พระยารัษฎานุประดิษฐ์จะเขียนหนังสือไม่ได้ แต่ท่านก็ประจักษ์ในคุณประโยชน์ของการศึกษา ได้พยายามสนับสนุนในทุกทาง เริ่มแรกให้ใช้วัดเป็นโรงเรียน จัดหาครูไปสอน บางครั้งก็นิมนต์พระสงฆ์ไปสอน นอกจากนี้ ยังได้คัดเลือกบุตรหลานข้าราชการ ผู้ดีมีสกุลในจังหวัดต่าง ๆ ไปเรียนภาษาอังกฤษที่ปีนัง เป็นต้น

                6. ด้านการสาธารณสุข นอกจากพระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ จะรณรงค์เรื่องความสะอาด บังคับให้ราษฎรดูแลบ้านเรือน ให้สะอาดเรียบร้อย 

                ผลงานของพระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ นับได้ว่าเป็นเลิศกว่านักปกครองคนอื่น ๆ ในยุคเดียวกัน ท่านได้รับการยกย่อง แม้ในหมู่ชาวต่างประเทศและตลอดแหลมมลายูยุคนั้นว่า เป็นผู้มีความสามารถสูง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นทั้งนักปกครอง และนักพัฒนาในเวลาเดียวกัน 

                เพื่อเป็นการแสดงกตัญญูต่อพระยารัษฎานุประดิษฐ์ ราษฎรและข้าราชการ จังหวัดตรังจึงได้สละทรัพย์สมทบ สร้างอนุสาวรีย์ พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดีขึ้นที่ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ในวันที่ 10 เมษายน ของทุก ๆ ปีซึ่งเรียกกันว่า "วันพระยารัษฎานุประดิษฐ์" จะมีการวางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์

นายทวี  บุณยเกตุ

        นายทวี บุณยเกตุ นายกรัฐมนตรีคนที่ 5 ของไทย เป็นนายกรัฐมนตรีขัดตาทัพ เพราะอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 17 วัน คือตั้งแต่ วันที่ 31 สิงหาคม 2488 - 16 กันยายน 2488  เหตุที่นายกทวี บุณยะเกตุ เข้ามาเป็นนายกฯ เพราะในขณะนั้นนายควง อภัยวงค์ เป็นเสมือนบุคคล ที่สืบทอดมาจาก รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม และนายควงเองเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลจอมพล ป.มาถึง 4 ครั้ง นายควงถูกมองว่าเป็นผู้ร่วมมือกับญี่ปุ่นตลอดมา ครั้นเมื่อญี่ปุ่นยอมแพ้สงคราม เหตุการณ์นี้จึงดูไม่เหมาะที่นายควงจะเป็นนายกฯ ฝ่ายนายปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน แม้สามารถเป็นนายกฯได้ แต่ไม่ประสงค์ให้มีการผูกขาดอำนาจทางการเมือง และนายทวี บุณยเกตุ คือบุคคลที่นายปรีดี วางใจ ซึ่งเป็นนายกฯช่วงสั้น ๆ รอการกลับมาของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช

        นายทวี บุณยเกตุ เป็นคนตรังขนานแท้ เกิดที่อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2477 บิดาเป็น ผู้ว่าราชการเมืองตรังต่อจากพระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ (คอซิมบี้ ณ ระนอง) คือพระยารณชัยชาญยุทธ (ถนอม บุณยเกตุ) มารดา คือ คุณหญิงทับทิม (สกุลเดิมศรีเพ็ญ)

นายชวน  หลีกภัย

        นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีคนที่ 20 ของไทยเกิดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2481 ที่ตำบลท้ายพรุ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง บิดาชื่อนิยม มีอาชีพเป็นครู มารดาเป็นชาวสวนและค้าขาย ชื่อแม่ถ้วน นายชวน หลีกภัย เป็นบุตรคนที่ 3 ในจำนวน 8 คน 

        วัยเด็กนายชวน หลีกภัย เรียนที่โรงเรียนวัดควนวิเศษ และต่อโรงเรียนมัธยมวัดควนวิเศษ ก่อนย้ายไปโรงเรียนตรังวิทยา ได้รับรางวัลเรียนดี เรียงความดีเด่น และเก่งวาดเขียน  นายชวน หลีกภัย เข้ากรุงเทพฯ เรียนเตรียมศิลปากร ก่อนที่จะไปสมัคร เรียนคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คู่กันไป พร้อมกับรับจ้างเขียนป้ายโฆษณาไปด้วย ท่านจบเตรียมศิลปากรปีที่ 3 เมื่อ พ.ศ. 2502 และ 3 ปีต่อมา จึงจบเนติบัณฑิตไทยรุ่นที่ 17 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

        พ.ศ. 2512 ลงเล่นการเมืองสมัครเป็น ส.ส. ซึ่งได้รับคะแนนถล่มทลายเป็นที่ 1 และการลงเลือกตั้งทุกครั้งนายชวน หลีกภัย จะได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 

        นายชวน หลีกภัย ก้าวสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีครั้งแรกใน

  • ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรม (พ.ศ.2518) 

  • รัฐมนตรีประจำนำนักนายกรัฐมนตรี (พ.ศ.2519) 

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พ.ศ.2522) 

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (พ.ศ. 2524) 

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2526) 

  • รองนายกรัฐมนตรี (พ.ศ. 2533) 

  • และนายกรัฐมนตรี วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2535 

  • และเป็นนายกฯ คนที่ 2 ของจังหวัดตรัง


 
 
| หน้าสารสนเทศ | ศาสนา | การศึกษา | ประเพณี | พัฒนาชุมชน | สาธารณสุข | อาชญากรรม | บุคคลสำคัญ | ...หน้าแรก... |

Copyright © 2001  All rights reserved. Contacts : webmaster