|
| | หน้าสารสนเทศ | แผนที่ อาณาเขต | สัญลักษณ์ประจำจังหวัด | การเดินทาง | สภาพทางสังคม | สภาพทางเศรษฐกิจ | ...หน้าแรก... | |
|
ประวัติความเป็นมา สมัยกรุงศรีอยุธยา.... ในสมัยพระรามาธิบดีที่ 2 พ.ศ.2054 "ตรัง" เป็นเมืองท่าของเมืองนครศรีธรรมราช ทางด้านทะเลนอก (อันดามัน) ฝั่งตะวันตกของภาคใต้ โดยจากตำนานพราหมณ์ เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเขียน เมื่อ พ.ศ.2276 ตรงกับสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ได้กล่าวถึงเมืองตรังว่า เป็นเมืองที่พราหมณ์นำเอาเทวรูปพระนารายณ์ รูปพระลักษมี รูปพระอิศวร รูปหงส์ และชิงช้าทองแดงจาก กษัตริย์เมืองรามนคร ในประเทศอินเดีย มาถวายพระรามาธิบดีที่ 1 ต่อมาเรือถูกพายุแตกพัดเข้าปากน้ำตรัง สมัยกรุงธนบุรีในปี พ.ศ.2319 พระเจ้ากรุงธนบุรี
ทรงโปรดฯ
ให้แยกหัวเมืองปักษ์ใต้ออกจากเมืองนครศรีธรรมราช ดังนั้น ปี พ.ศ.2320
เป็นต้นมา
หัวเมืองนครศรีธรรมราชจึงเหลือแค่
เมืองตรัง และเมืองท่าทอง
เท่านั้น
ในสมัยนี้เมืองตรังแยกเป็นส่วนตามลักษณะที่ตั้งได้หลายส่วน เริ่มต้นที่
จากกันตังสู่ทับเที่ยง ตั้งแต่ พ.ศ. 2458 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน เมืองทับเที่ยงกลายเป็นศูนย์กลางเมืองตรัง ครั้งระหว่างสงคราม โลกครั้งที่ 1 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสเมืองกันตัง ซึ่งขณะนั้นเกิดโรคระบาด และทรงเกรงว่า ศัตรูอาจจะจู่โจมทางทะเลได้ อีกทั้งกันตังเป็นเมืองปิด เนื่องจากติดทะเลไม่สามารถขยายเมือง ออกไปไหนได้ จึงได้มีพระราชดำริให้ย้ายเมืองไปอยู่ที่ ทับเที่ยง หรือ อำเภอเมืองตรังในปัจจุบัน ที่มาของคำว่า "ทับเที่ยง" ตำนานเล่าว่า สมัยเจ้าพระยานคร (น้อย) ยกทัพมาจากเมืองนครศรีธรรมราชเพื่อไปรบกับทัพไทรบุรีนั้น ได้หยุดพักตั้งค่าย ณ บริเวณนี้ในเวลา ช่วงเที่ยง จึงได้ชื่อ "ทับเที่ยง" แต่นั้นมาที่มาของคำว่า "ตรัง"
|
| | หน้าสารสนเทศ | แผนที่ อาณาเขต | สัญลักษณ์ประจำจังหวัด | การเดินทาง | สภาพทางสังคม | สภาพทางเศรษฐกิจ | ...หน้าแรก... | | ![]() |
|
Copyright © 2001 All rights reserved. Contacts : webmaster |