> พระราชประวัติ 
 > พระราชบิดาแห่งอักษรไทย
 > พระเกียรติคุณแผ่ไพศาล 
 > ธรรมะในศิลาจารึก 
    .... ความสัมพันธ์  
    .... ศาสนประวัติ 
    .... ศาสนพิธี  
    .... ศาสนวัตถุสถาน  
    .... ศาสนธรรม  
    .... ทรงศีล ศรัทธา  
    .... พรหมวิหาร ๔   
    .... กตัญญู กตเวทิตา 
    .... คือพรหมของบุตร   
    .... ทศพิธราชธรรม  
 > ปกิณกะ 
 > สัตยาธิษฐาน 

 > บรรณานุกรม 
 > คณะผู้จัดทำ 

 > หน้าแรก 

ศาสนธรรม : กตัญญู กตเวทิตา 

          (๑) "เมื่อชั่วพ่อกู กูบำเรอแก่พ่อกู กูบำเรอแก่แม่กู กูได้ตัวเนื้อตัวปลา กูเอามาแก่พ่อกู กูได้หมากส้มหมากหวาน อันใดกินอร่อยดี กูเอามาแก่พ่อกู กูไปตีหนังวังช้างได้ กูเอามาแก่พ่อกู กูไปท่บ้านท่เมือง ได้ช้างได้งวง ได้ปั่วได้นาง ได้เงินได้ทอง กูเอามาเวนแก่พ่อกู   พ่อกูตาย ยังพี่กู กูพร่ำบำเรอแก่พี่กู ดังบำเรอแก่พ่อกู ........."

          เนื้อความดังกล่าวนี้ แสดงให้เห็นถึงความกตัญญู กตเวทิตา ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ที่ทรงปรนนิบัติพระราชบิดา พระราชมารดา ตลอดจนพระเชษฐาเป็นอย่างดี   

          ในพระพุทธศาสนานั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงยกย่องสรรเสริญผู้ที่มีความกตัญญู กตเวทิตา นี้ว่าเป็นคนที่ดี  ตัวอย่าง

  • แม้ว่าบุตรนั้นจะเป็นพระสงฆ์ เมื่อไปบิณฑบาตมาแล้ว ก็ให้พ่อแม่กินก่อนได้ พระองค์ทรงอนุญาต ถือว่าไม่เป็นการทำลายศรัทธาให้เสียไป  
  • หากพ่อแม่นั้นมีเสื้อผ้าเก่าขาด ไม่สามารถใช้ได้อย่างปกติในกาลสมัย บุตรผู้เป็นพระสงฆ์หากได้สบงจีวรมาใหม่ นำมาย้อมเสียให้เป็นสีของชาวบ้านที่ใช้นุ่งกัน ก็สามารถเอาให้พ่อแม่นุ่งได้  พระองค์ทรงอนุญาตเช่นกัน 

          มีพุทธสุภาษิตที่ทรงกล่าวยกย่องสรรเสริญ ผู้มีความกตัญญูนี้ว่า 

          นิมิตตัง สาธุรูปานัง กตัญญูกตเวทิตา   มีข้อเดียวเท่านั้นที่กล่าวว่า บุคคลใดมีความกตัญญูรู้อุปการคุณที่ท่านทำ  แล้วตอบสนองคุณท่าน  ท่านกล่าวว่าบุคคลนั้นเป็นคนดี 

          คำว่ารู้อุปการคุณที่ท่านทำแล้ว ไม่ได้หมายความว่าแต่พ่อแม่อย่างเดียวเท่านั้น ญาติพี่น้อง หรือใครก็ตามที่เป็นผู้มีคุณ เคยสงเคราะห์เรา เราก็ยอมรับนับถือในความดีของท่าน แล้วตอบสนองคุณท่านด้วยความดี 

*********


ธนกร ช่อไม้ทอง : เรียบเรียง 
(๑) คำจารึกด้านที่ ๑