หวัดร้อน หวัดเย็น แตกต่างกันอย่างไร
All Posts
แพทย์จีนแผนโบราณคิดว่า ในร่างกายมนุษย์ต้องมีสมดุลของ หยิน – หยาง ร้อน – เย็น ถ้าเสียสมดุลไปก็จะเกิดโรค กรณีของโรคหวัดแพทย์จีนจะมีทั้งหวัดร้อน และหวัดเย็น แยกตามอาการดังนี้ – ถ้ามีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล มีไข้ต่ำๆ เสมหะสีเหลืองข้น ปวดหัว ปัสสาวะมีสีเข้มกว่าปกติ หงุดหงิด ไม่สบาย ครั่วเนื้อครั่นตัว แสดงว่าเป็น “หวัดเย็น” – ถ้าเป็นหวัดแล้วมีอาการหนาวสะท้าน ซึม อ่อนเพลีย มือเท้าเย็น น้ำมูกใส เสมหะใส ปัสสาวะมาก แสดงว่าเป็น “หวัดร้อน” ลักษณะของอุจจาระก็บอกได้ เช่นกันว่า เรามีอาการร้อนหรือเย็นมากเกินไป – ถ้าอุจจาระเป็นก้อนแข็ง สีเข้ม กลิ่นเหม็นผิดปกติ แสดงว่ามีอาการร้อน – ถ้าอุจจาระเหลว ท้องร้วง แสดงว่ามีอาการเย็น เมื่อร่างกายป่วยจากการเสียสมดุล ร้อน-เย็น ตามหลักแพทย์แผนจีนจึง ปรับสมดุลคืนมาด้วยการรับประทานอาหารที่มีฤทธิ์ตรงกันข้าม ส่วนวิธีดูว่าอาหารใดมีฤทธิ์ใด ให้สังเกตจากรสชาติ – ถ้ากินผลไม้หรืออาหารชนิดใดมากๆแล้วรู้สึกคอแห้ง เจ็บคอ ก็แสดงว่ามี ฤทธิ์ร้อน – ถ้ากินผลไม้หรืออาหารชนิดใดแล้วชุ่มคอ กินมากๆท้องอืดแน่นหน้าอก ก็แสดงว่าเป็นอาหาร ฤทธิ์เย็น อาหารฤทธิ์เย็น – มะระ ฟักเขียว บวบ ไช้เท้า ผักกาดขาว หน่อไม้ ดอกไม้จีน รากบัว ผักบุ้ง มะเขือเทศ ขึ้นฉ่าย เห็ดหูหนู เห็ดฟาง ถั่วเขียว ทับทิม เก๊กฮวย ส้ม บัวบก ส้มโอ แตงโม สับปะรด อ้อย มะขาม มะละกอ สาลี่ แห้ว …
คนไม่สบาย ทำไม..ไม่ควรอาบน้ำ
All Posts
โดยทั่วไปคนไม่สบายที่มีไข้สูง มักจะส่งผลให้ความต้านทานของร่างกาย ลดต่ำลงกว่าปกติ เมื่อไปอาบน้ำจึงทำให้ร่างกายหนาวสั่น เพราะผลจากความเย็นของน้ำ ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิของร่างกาย การอาบน้ำจึงเท่ากับเป็นการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ของร่างกายอย่างฉับพลัน อาจก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ง่าย โดยเฉพาะไข้หวัดซึ่งมักพบบ่อย และหากความต้านทานของร่างกายลดต่ำลงมากๆ อาจก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนอย่างอื่นนอกเหนือจากไข้หวัดอีกได้ เช่น ปอดบวม เป็นต้น ดังนั้นคนที่มีไข้หรือไม่สบายจึงไม่ควรอาบน้ำด้วยเหตุฉะนี้ที่มา: หนังสืออะไร อย่างไร และทำไม โดยทีมงานวิชาการ สำนักพิมพ์บุ๊คแบงก์ รวบรวมข้อมูลโดย: งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด