Profile_bird

Posts Tagged ‘เรื่องเล่า’

เรื่องเล่าของเห็ดทรัฟเฟิล (Truffle)

เห็ดทรัฟเฟิล (Truffle) เป็นเห็ดชนิดหนึ่งในกลุ่มเห็ดรา (Mycorrhizal Fungi) มีรสจัด และมีกลิ่นเฉพาะตัว ซึ่งในเมนูอาหารตะวันตก (โดยเฉพาะอาหารฝรั่งเศส) ทรัฟเฟิลถือเป็นสุดยอดของอาหารประเภทเครื่องปรุง ได้รับฉายาเป็น Diamond of the Kitchen และเป็นที่นิยมในหมู่ชาวฝรั่งเศสเป็นอย่างมากใน ค.ศ. 1780 หลังจากที่พ่อครัวฝรั่งเศส เลิกใช้เครื่องเทศจากตะวันออก ด้วยเหตุที่มีรสและกลิ่นฉุนจัดเกินไป อย่างไรก็ดี การบริโภคทรัฟเฟิลมีเฉพาะในหมู่ชนชั้นสูง ด้วยเหตุที่มีราคาแพงมาก

วิธีการบริโภค คือ กินสด ด้วยการหั่นบางๆ แทรกไว้ในสเต็ก ใส่ไว้ใต้ปีก หมักกับตับห่าน (Foie Gras) แทรกไว้ในเครื่องยัดไส้ โรยเศษๆ บนผักสลัด โรยบนพาสตา ใส่ไว้ในเนยแข็ง ฯลฯ

ชนิดที่นิยมบริโภคมี 2 ชนิด คือ ชนิดขาว Tuber Magnatum และชนิดดำ Tuber Melanosporum ชนิดขาวมักบริโภคสด มีรสจัดกว่า และเป็นที่นิยมมากกว่า ซึ่งทรัฟเฟิลที่นิยมนำมารับประทานมักขึ้นรอบต้นโอก (Oak) มีหัวอยู่ใต้ดินลึกประมาณ 5 – 40 ซ.ม. โดยขึ้นเป็นวงกลมรอบต้นไม้ ห่างจากลำต้นประมาณ 120 – 150 ซ.ม.

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับทรัฟเฟิล คือ เป็นของป่าหายาก และอยู่ใต้ดิน ผลิตเองไม่ได้ ต้องอาศัยโชคจึงได้มา แต่ความจริง คือ มีการเพาะเลี้ยงได้สำเร็จตั้งแต่ปี ค.ศ. 1808 โดยมีการทดลองเก็บลูกนัตที่ตกใต้ต้นโอ๊ก (Acorn) ที่เคยพบทรัฟเฟิลไปปลูก หลายปีถัดมาจึงเกิดทรัฟเฟิลขึ้นรอบต้นโอ๊กใหม่เหล่านี้

สิ่งต้องระวังในการเลือกซื้อ คือ ทรัฟเฟิลจีน 3 ชนิด ดังนี้

  1. Tuber Sinensis หน้าตาเหมือนทรัฟเฟิลดำ และมีการผลิตเป็นจำนวนมากในจีน มีราคาถูกกว่ามาก แต่รสชาติและกลิ่นสู้ของยุโรปไม่ได้ แต่มีการส่งออกไปขายในประเทศฝั่งตะวันตก โดย แอบแทรกกลิ่นสกัดของทรัฟเฟิลดำลงไปด้วย และขายกันในราคาแพง
  2. Tuber Himalayansis หน้าตาเหมือนทรัฟเฟิลดำอย่างยิ่งจนแยกไม่ออก มีกลิ่นและรสชาติดีกว่า Tuber Sinensis แต่มีผลผลิตออกมาน้อยมาก
  3. Tuber Ramiayyadis หน้าตาเหมือนทรัฟเฟิลขาวราคาแพงของอิตาลี  แต่มีกลิ่นและรสชาติแตกต่างกัน

ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงทรัฟเฟิลกันมาก โดย ทรัฟเฟิลดำ (Tuber Melanosporum) มาจากยุโรปเกือบทั้งหมด ส่วนทรัฟเฟิลขาว (Tuber Magnatum) ที่ว่าเยี่ยมยอดนั้น มาจากบริเวณพีดมอนต์ (Piedmont) ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของอิตาลี โดยเฉพาะจากเมืองอัลบา (Alba)

เรื่องเล่าของเห็ดทรัฟเฟิล (Truffle)

ที่มา : หนังสือ Trend edutainment essay โดย วรากรณ์ สามโกเศศ
ที่มาภาพ : http://www.flickr.com/photos/by-sgillies/4196825461/
รวบรวมข้อมูลโดย : งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด

Tags : , , , , , ,

ที่มาของเทพนิยายกริมม์

เทพนิยายกริมม์ เกิดขึ้นจากความสนใจอย่างลึกซึ้งในด้านภาษา ไวยกรณ์ และประวัติศาสตร์ของสองพี่น้อง เจคอบ กริมม์ (Jacob Grimm) และวิลเฮล์ม กริมม์ (Wilhelm Grimm) ชาวเยอรมัน โดย นิทานของพวกเขารวบรวมขึ้นจากคำบอกเล่าที่ได้ฟังมา และได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1812 ด้วยชื่อ Children’s and Household Tales (นิทานสำหรับเด็กและนิทานประจำบ้าน) ซึ่งในภาษาอังกฤษมักเรียกกันว่า Grimm’s Fairy Tales (เทพนิยายกริมม์)

ในช่วงแรกได้รับเสียงวิจารณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก ด้วยเรื่องราวที่มิได้สวยงามอ่อนหวาน ดังที่ได้อ่านกันในปัจจุบัน แต่ต่อมาภายหลังมีการขัดเกลา เนื้อเรื่องให้น่าอ่านมากขึ้น และเมื่อได้รับการแปลเป็นภาษาอื่น ยังมีการตัดทอนเนื้อหาที่ล่อแหลม หรือรุนแรง บางส่วนออกไปด้วย

นิทานจากสองพี่น้องตระกูลกริมม์นั้น มีจินตนาการหลากหลาย ทั้งเวทมนตร์วิเศษ ภูตเอลฟ์ตัวเล็ก ยักษ์ตัวใหญ่ สัตว์ที่กลายเป็นคน และคนที่แปลงร่างเป็นสัตว์ได้ รวมถึงนิยมขึ้นต้นด้วยวลีว่า “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว” เรื่องที่รู้จักกันดี เช่น สไนว์ไวท์, ซินเดอเรลลา, ราพันเซล, เจ้าหญิงนิทรา และหนูน้อยหมวกแดง เป็นต้น

ตลอดชีวิตพวกเขาทำงานอยู่ใกล้ชิดกัน แม้การลงนามในสัญญาต่างๆ ก็ยังใช้ชื่อร่วมว่า “พี่น้องตระกูลกริมม์” โดยนอกจากผลงานนิทานที่ได้รับความนิยมแล้ว ยังเป็นผู้ศึกษาภาษาเก่าแก่ ศาสตราจารย์ บรรณารักษ์ และผู้มีอิทธิพลในการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในเยอรมนีอีกด้วย แม้ปัจจุบันสองพี่น้องตระกูลกริมม์จะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่ผลงานยังคงมีชีวิตอยู่ตราบจนทุกวันนี้

ที่มาของเทพนิยายกริมม์
ที่มา : หนังสือไขปริศนากล้าถามกล้าตอบ 469 คำถามวิทยาศาสตร์คาใจ โดย ชาร์ล เจ. กาโซ แปลโดย อุทัย วงศ์ไวศยวรรณ, http://th.wikipedia.org/wiki/พี่น้องตระกูลกริมม์, หนังสือบุคคลสำคัญของโลก เล่ม 2 โดย เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก
ที่มาภาพ : http://www.sxc.hu/photo/1159069
รวบรวมข้อมูลโดย : งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด

Tags : , , , , ,

ดอกไม้มงคลในเทศกาลปีใหม่ของชาวจีน

ก่อนเทศกาลปีใหม่บ้านเรือนของชาวจีนจะประดับประดาดอกไม้ และแผ่นป้ายอักษรมงคลบนกระดาษสีแดง ดอกไม้ที่เบ่งบาน หมายถึง การเกิดใหม่ การเริ่มต้นชีวิต นอกจากนั้นดอกไม้ยังเป็นสัญลักษณ์ของความร่ำรวย และการเติบโตในด้านอาชีพการงาน เพราะฉะนั้นชาวจีนจึงมักนำต้นไม้ และดอกไม้ที่มีดอกผลมาประดับบ้าน เพื่อต้อนรับความโชคดี

ต้นไม้ที่มักนำมาประดับ อาทิเช่น ต้นพลัม หมายถึงความมานะ บากบั่น ไผ่มีความหมายถึงความยืดหยุ่นหรือความกลมเกลียว นอกจากนั้นก็มีต้นหลิว ดอกอาเซเลียที่มีหลากสี ดอกบัว และดอกจุ๋ยเซียง นอกจากนี้ ยังเป็นประเพณีปฏิบัติ ที่ชาวจีนจะใช้ส้มสำหรับนำไปเยี่ยมผู้หลักผู้ใหญ่ เนื่องจากมีความหมายถึงความสมบูรณ์พูนสุข เช่นเดียวกับในงานแต่งงาน มักนิยมใช้ส้มหรือตกแต่งด้วยกิ่งส้ม เพราะมีความหมายคือ ขอให้มีลูกหลานสืบสกุลดอกไม้มงคลในเทศกาลปีใหม่ของชาวจีน

ที่มา: หนังสือ “เรื่องเล่ารื่นเริงของความสุข…จากทุกมุมโลก” รวบรวมโดยเทียนสิน
รวบรวมข้อมูลโดย: งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด

Tags : , , , ,