ดูโทรทัศน์มาก อาจทำให้เสียชีวิตได้ง่าย
All Posts
ผลวิจัยโดย David Dunstan นักวิจัยชาวออสเตรเลีย จากสถาบัน Baker IDI Heart and Diabetes ในเมลเบิร์น (Melbourne) ที่สำรวจจากชายหญิง ที่มีสุขภาพดีอายุ 25 ปีขึ้นไป จำนวน 8,800 คน เป็นเวลา 6 ปี พบว่า 80% ของผู้ที่ดูโทรทัศน์มากกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน มีแนวโน้มเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด มากกว่าผู้ที่ดูโทรทัศน์น้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน และในการดูโทรทัศน์ที่เพิ่มขึ้นทุก 1 ชั่วโมง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดถึง 18% เนื่องจากการทำกิจกรรมที่นั่งเฉยๆ เช่น ดูโทรทัศน์นานๆ ทำให้พวกเราไม่ขยับตัวเป็นเวลานาน ทำให้กระบวนการเผาผลาญในร่างกายช้าลง และส่งผลให้เกิดการเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ คำแนะนำสำหรับกรณีนี้ คือ หลีกเลี่ยงการการนั่งเป็นเวลานาน เปลี่ยนอิริยาบท ขยับร่างกายในส่วนที่ไม่ค่อยได้ขยับบ้าง หรือในขณะชมโทรทัศน์ควรทำกิจกรรมอื่นที่ได้ขยับตัวบ้าง เช่น พับเสื้อผ้าที่ซักแล้ว หรือเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ด้วยการลุกเดินไปกดเองแทนการใช้รีโมท ที่มา : นิตยสาร Lisa weekly ฉบับวันที่ 3 ก.พ. 2010, Extended TV watching linked to higher risk of death, Media CentreWatching TV Linked to Higher Risk of Death ที่มาภาพ : http://www.sxc.hu/photo/999215 รวบรวมข้อมูลโดย : งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด
ความยาวของนิ้วนาง อาจทำนายความสำเร็จของฐานะทางการเงินได้
All Posts
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ทำการศึกษากับกลุ่มตัวอย่าง คือ ชาย 44 คนที่ทำงานเป็นเทรดเดอร์ผู้เชี่ยวชาญในเมืองลอนดอน และทำรายได้มากกว่า 4 ล้านยูโร (มากกว่า 200 ล้านบาท) ต่อปี พบว่าเป็นผู้ที่มีนิ้วนางยาวกว่านิ้วชี้ ปริมาณของฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนที่ได้รับขณะอยู่ในครรภ์นั้น มีผลกับลักษณะเฉพาะตัวบุคคลบางอย่าง เช่น ความมั่นใจ, ความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยง, ความรอบคอบเป็นพิเศษ, ปฏิกริยาโต้ตอบที่รวดเร็ว และ จึงเป็นเหตุผลสนับสนุนว่าผู้ที่มีนิ้วนางยาวกว่านิ้วชี้นั้น จะประสบความสำเร็จในการหาเงินได้มากกว่า แม้ว่า.. ผู้ที่มีนิ้วนางยาวกว่านิ้วชี้นั้นมีแนวโน้มหารายได้เข้ากระเป๋าได้เก่งกว่า แต่ก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในการทำงานด้วย เปรียบเหมือนการมีพรสวรรค์มากกว่าไม่ได้แปลว่าจะต้องประสบความสำเร็จเหนือกว่าผู้ที่ฝึกฝนมากกว่าเสมอไป ที่มา : นิตยสาร Lisa Vol.10 No.4, http://www.pnas.org/content/106/2/623, http://www.telegraph.co.uk รวบรวมข้อมูลโดย : งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศห้องสมุด