โยคะ … น่าปฏิบัติ

โยคะ ... น่าปฏิบัติ

ด้วยสภาพสังคมที่เร่งรีบอย่างเช่นในปัจจุบัน ย่อมก่อให้เกิดความเครียด ทำอย่างไรเราจึงมีสภาวะที่เป็นสุข อารมณ์สดชื่น จิตใจแจ่มใส ด้วยเทคนิคง่าย ๆ ของโยคะช่วยได้ เพียงใช้เวลาเล็กน้อยในยามเช้า ออกกำลังกายเบา ๆ ด้วยท่าโยคะไม่กี่ท่าพักสักนิด กำหนดลมหายใจสักหน่อยเพียงเท่านี้ก็จะได้ประโยชน์มากมาย ไม่เพียงแต่ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น จิตใจก็สดชื่นแจ่มใส และเป็นการฝึกสมาธิไปด้วย

โยคะเป็นศาสตร์ที่มีมาแต่โบราณกาล ก่อนประวัติศาสตร์ และมาแพร่หลายในประเทศอินเดีย คำว่าโยคะมีรากศัพท์มาจากคำภาษาสันสกฤตว่า “ ยุช “ ซึ่งแปลว่า เชื่อมโยง ผูกพัน ติด และประสาน เพ่งความสนใจต่อ ใช้และประยุกต์ รวมเข้าด้วยกัน โยคะมีความหมายว่า การเชื่อมประสานชีวิตจิตใจของมนุษย์กับพระผู้เป็นเจ้า หรืออีกความหมายหนึ่ง คือ การรวมทั้งร่างกายและจิตใจให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

การฝึกโยคะประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ

อาสนะ คือ การบริหารร่างกาย ประกอบด้วยท่าทางการบริหารนับร้อยนับพันอาสนะ แต่ละอาสนะได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อบริหารส่วนต่าง ๆของร่างกาย มีชื่อเรียกต่างกันออกไปตามชื่อสัตว์ ต้นไม้ ฟาษีมุนี ตลอดจนวีระบุรุษในมหากาพย์รวมทั้งอาวตารต่าง ๆ ของพระผู้เป็นเจ้า อาสนะต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยทำให้เนื้อเยื่อเหยียดยาว และมีความยืดหยุ่ย จะมีผลทำให้กล้ามเนื้อต่าง ๆ มีประสิทธิภาพในการทำงาน ข้อต่อต่าง ๆ มีการเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วเป็นธรรมชาติ ยิ่งร่างกายของเราอ่อนตัวได้มากเท่าไร นั่นหมายความว่าเรายังคงความเป็นหนุ่มเป็นสาวได้มากเท่านั้น

ปราณายาม คือการบริหารหรือควบคุมลมหายใจ มีจุดมุ่งหมายเพื่อความสงบเย็นของระบบประสาท อารมณ์และความรู้สึกต่าง ๆ องค์ประกอบของปราณายาม คือปุระกะ (การหายใจเข้า) และกุมภกะ (การกลั้นหายใจ) ปราณายามทำให้เราหายใจได้ยาวลึก และละเอียดกว่าปกติ ลมหายใจที่ยาวและเย็นทำให้จิตใจละเอียดประณีตส่งผลให้อารมณ์สงบเย็น ซึ่งเป็นพื้นฐานของการปฏิบัติทางจิตต่อไป

หลัก 4 ประการในการฝึกโยคะ คือ

  1. มั่นคง นิ่งอยู่ในท่า (Stability)
  2. ความรู้สึกสบายตัว ไม่เกร็ง (Comfort)
  3. ใช้แรงแต่น้อย (Minimum effort)
  4. มีสติ กำหนดรู้ตัวอยู่ทุกขณะ (Awareness)

เวลาที่เหมาะสมในการศึกษาโยคะ คือเวลาเช้าจะทำให้ผู้ปฏิบัติสดชื่น มีสมาธิซึ่งเป็นผลดีต่อการปฏิบัติงานประจำวัน ถ้าเป็นเวลาใกล้ค่ำจุช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดและขจัดความเมื่อยล้าของร่างกายและจิตใจ หรืออาจจะเป็นเวลาอื่นที่สำคัญ คือต้องเป็นเวลาที่ท้องว่างอย่างน้อย 4 ชั่งโมง หลังรับประทานอาหาร ส่วนสถานที่ในการทำอาสนะนั้นควรเป็นที่ที่สงบ อากาศถ่ายเทได้สะดวก ผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองอาจจะมีปัญหาเรื่องสถานที่ แต่การปฏิบัติโยคะนั้นเป็นกิจกรรมที่ใช้พื้นที่น้อย แม้แต่ห้องเล็ก ๆ ก็สามารถทำอาสนะได้

ข้อดีของการบริหารแบบโยคะ คือ เป็นการบริหารที่ใช้อุปกรณ์และสถานที่น้อยที่สุด เพียงแต่มีเสื้อผ้าที่เหมาะสม ผ้าผืนหนาสำหรับรองรับร่างกายบนพื้นที่กว่างพอ ที่จะให้ร่างกายเรานอนเหยียดยาวได้ก็เพียงพอ นอกจากนี้ยังเหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย เนื่องจากโยคะเป็นการบริหารที่ไม่หักโหม ไม่ว่าอยู่ในวัยใดก็สามารถปฏิบัติได้ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อระบบร่างกายทุกระบบ ระยะเวลาที่ปฏิบัติสามารถยืดหยุ่ยได้ตามความต้องการเพื่อให้สอดคล้องกับเวลาที่เรามี

การฝึกโยคะเป็นประจำสม่ำเสมอ จะช่วยสร้างสมดุลย์ระหว่างร่างกายและจิตใจช่วยให้ความคิดที่ฟุ้งซ่านสงบลง ก่อให้เกิดความรู้สึกดี ๆ และสัมผัสได้ทันทีที่ปฏิบัติจะเห็นได้ว่าโยคะเป็นการบริหารร่างกายที่ให้คุณประโยชน์สูง และในขณะเดียวกันก็สิ้นเปลืองน้อยที่สุด จึงควรค่าแก่การศึกษาและปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจสามารถศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมได้ที่ หมวด RA อาคาร 1 ชั้น 5 สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง

บรรณานุกรม
คู่มืออบรมโยคะขั้นพื้นฐาน. 2544. กรุงเทพฯ: สำนักกีฬา มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
มานพ ประภาษานนท์. 2545. โยคะ สำหรับผู้เริ่มต้น. พิมพ์ครั้งที่ 3.
แมรี่ สจ๊วตท์. 2543. โยคะสำหรับหนุ่มสาว (น้อย). เรียบเรียงโดย พีระ บุญจริง.

บทความโดย : ผ่องพักตร์ วิทยารุ่งเรืองศรี
ข่าวรามคำแหง ปีที่ 33 ฉบับที่ 9 วันที่ 23-29 มิถุนายน 2546

ภาพจาก : https://pixabay.com