สุนัขพันธุ์ไทย (หลังอาน)

สุนัขไทยหลังอานที่มา:http://sammokdoghouse.blogspot.com/2011/09/blog-post_28.html

ความเป็นมา

ถิ่นกำเนิดของสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานมีการวิเคราะห์และศึกษากันอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยมีการสันนิษฐานว่า สุนัขพันธุ์ไทยหลังอานมาจากกลุ่มพวกหมาป่าและสุนัขพื้นเมืองในเขตร้อนบริเวณเอเชียตะวันออก ซึ่งมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับสุนัขพื้นเมืองใน

ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง กัมพูชา พม่า มาเลเซียในสมัยก่อนชาวบ้านทางแถบปริมณฑลหรือต่างตามต่างจังหวัดในประเทศไทยต่างเรียกสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานว่า หมาพราน  เนื่องจากพวกมันสามารถช่วยปกป้องเตือนภัย ดูแลครอบครัว และทรัพย์สิน อีกทั้งยังออกป่าล่าสัตว์ได้ไม่แพ้สุนัขพันธุ์ล่าเนื้อของเมืองนอกอีกด้วย

ทำไมถึงเรียกว่าหลังอาน

          สาเหตุที่เรียกว่าหลังอานก็เพราะว่าขนบนหลังขึ้นย้อนกลับ โดยมากเริ่มต้นที่ริมกระดูดสันหลังใต้ไหล่ทั้งสองลงไปเล็กน้อย จนถึงบริเวณกลางหลังหรือสะโพก มีรูปร่างแตกต่างกัน ซึ่งมองภาพรวมแล้วมีลักษณะคล้ายอานม้าหรืออานรถ (คำว่าอานในพจนานุกรมฯ มีความหมายว่าที่รองนั่งบนหลังสัตว์หรือหลังยานพาหนะ) เราจึงเรียกขนที่ย้อนบนหลังนี้ว่าหลังอาน

          ชื่อที่ใช้เรียกอานก็จะเรียกตามรูปร่างหรือลักษณะ บางท้องถิ่นหรือบางกลุ่มอานชนิดเดียวกันอาจจะเรียกชื่อไม่เหมือนกัน แต่อาจแบ่งได้เป็นกลุ่ม ๆ ดังนี้

อานลูกศร ที่มา:http://a1.trd.cm/thaisecondhand/201302/21x/10376573_0.jpg
อานลูกศร
ที่มา:http://a1.trd.cm/thaisecondhand/201302/21x
/10376573_0.jpg

1. อานลูกศร คืออานที่มีรูปร่างคล้ายลูกธนูหรือลูกศรมีขวัญ 2 ขวัญบริเวณหัวอานตรงหัวไหล่ ด้านปลายอานจะมีลักษณะเรียวแหลมจรดกลางหลังหรือสะโพก แต่ถ้าอานชนิดเดียวกันแต่ไม่มีหัวอานจะเรียกว่าอานเข็มหรืออานเทพพนมแล้วแต่ลักษณะของขน

อานแผ่น ที่มา : http://www.thairidgeback.org/Y3%20charming%20TRD.htm
อานแผ่น
ที่มา : http://www.thairidgeback.org/Y3%20charming
%20TRD.htm

2. อานแผ่น เป็นอานข้อนข้างใหญ่อยู่บนแผ่นหลัง อาจมีขวัญหรือไม่มีขวัญก็ได้ จะมีรูปร่างที่แตกต่างกันออกไป ก็จะเรียกชื่อตามลักษณะของสิ่งนั้น เช่น อานพิณ อานไวโอลิน อานใบโพธิ์ อานโบว์ลิ่ง อานม้า  อานกีต้าร์ ฯลฯ

อานตกข้าง ที่มา : http://www.thairidgeback.org/Y3%20charming%20TRD.htm
อานตกข้าง
ที่มา : http://www.thairidgeback.org/Y3%20charming
%20TRD.htm

3. อานตกข้าง เป็นอานที่มีรูปร่างคล้ายอานแผ่นแต่ขนาดใหญ่มากกว่า ตรงขอบอานจะตกมาจนถึงข้างลำตัว อานชนิดนี้ในยุคหนึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าในมาตรฐานสายพันธุ์ที่รับรองโดยสมาพันธ์สุนัขโลก (FCI) กำหนดไว้ว่าอานจะต้องอยู่บนขอบลำตัวเท่านั้น

เสน่ห์และลักษณะทั่วไป

สุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน ที่มา:http://www.petguide.com/breeds/dog/thai-ridgeback/
สุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน
ที่มา:http://www.petguide.com/breeds/dog/thai-ridgeback/

         เสน่ห์ของสุนัขไทยหลังอานคือความโดดเด่นของขนที่ขึ้นย้อนแนวทอดจากท้ายขึ้นไปตามแนวเส้นหลัง มีรูปทรงต่างๆ     มีสุนัขเพียง 2 สายพันธุ์ในโลกนี้เท่านั้นที่มีลักษณะขนย้อน ( Ridge) ก็คือ Thai Ridgeback Dog (สุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน) และ Rhodesian Ridgeback (สุนัขพันธุ์โรดิเชี่ยน)  ซึ่งสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานเป็นน้องหมาขนาดกลาง  รูปร่างสมส่วน ดูแข็งแรง ปราดเปรียว ท่วงท่าสง่างาม  หูตั้งเป็นรูปสามเหลี่ยม ดวงตากลมฉายแววฉลาดเฉลียว กระบอกปากยาวพอดีไม่ทู่สั้น จมูกดำ หางเรียบคล้ายรูปดาบ ขนสั้นเกรียน แน่นหนา เงางาม มีสีขนที่ได้รับการยอมรับอยู่ 4 สี คือ สีน้ำตาลแดง  สีดำปลอด สีสวาด และสีกลีบบัว บริเวณกลางหลังมีขนย้อนกลับเป็นทางยาวโดยมีรูปแบบต่างๆ กันไป ซึ่งถือเป็นลักษณะเด่นประจำสายพันธุ์

 

 

อุปนิสัยและการเลี้ยงดู

ไทยหลังอาน ที่มา:http://www.dogilike.com/content/tip/1932/
ไทยหลังอาน
ที่มา:http://www.dogilike.com/content/tip/1932/

          สุนัขพันธุ์ไทยหลังอานขึ้นชื่อเรื่องความซื่อสัตย์ จงรักดี นอกจากนี้ยังมีความเฉลียวฉลาด มั่นใจในตัวเองสูง มีความเป็นผู้นำ รักอิสระ กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และมั่นคง  พวกเขามีสัญชาตญาณของการระมัดระวัง คอยเตือนภัยสิ่งแปลกปลอมได้อย่างดีเยี่ยม จึงเหมาะไว้ดูเฝ้าแลครอบครัว บ้าน และทรัพย์สิน  แต่ถ้าน้องหมาหลังอานเคยมีอดีตที่ไม่ดี เคยถูกทำร้ายมาก่อนก็จะจำฝั่งใจ ถ้ารู้สึกถูกคุกคามหรือไม่ปลอดภัยก็จะป้องกันตัวเองด้วยการกัดสถานเดียว ดังนั้นใครที่คิดจะเลี้ยงไทยหลังอานควรสืบประวัติอย่างดี และไม่ควรใช้กำลังหรือทำร้ายร่างกายให้เขามีความทรงจำแย่ ๆ ติดตัวไป                                    การให้อาหารสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานควรให้อาหารเม็ดตามปกติ หรือถ้าเป็นอาหารที่ปรุงเองควรควบคุมดูแลเรื่องรสชาติไม่ให้จัดเกินไปและต้องถูกหลักโภชนาการ แต่ถ้าจะเหมาะสมและปลอดภัยที่สุดต่อสุขภาพน้องหมาควรให้อาหารเม็ดอย่างเดียวครับ ส่วนอีกเรื่องที่ต้องไม่ลืมก็คือ ต้องมีน้ำสะอาดให้เขาดื่มด้วยนะครับ ส่วนเรื่องการทำความสะอาด ควรอาบน้ำ  2 สัปดาห์ต่อครั้ง ไม่ควรอาบบ่อยจนเกินไปเพราะจะทำให้ขนและผิวหนังขาดน้ำมัน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุโรคผิวหนังในเวลาต่อมา

การออกกำลังกาย

สุนัขพันธุ์ไทย ที่มา:http://mythaidog.com/wp-content/uploads/2010/03/TRD_F_P10105251.JPG
สุนัขพันธุ์ไทย
ที่มา:http://mythaidog.com/wp-content/uploads/2010/03/TRD_F_P10105251.JPG

          การออกกำลังอย่างสม่ำเสมอจำเป็นต่อสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานมาก ๆ เพราะพวกเขามีพลังงานสูงจำเป็นต้องเผาผลาญพลังงานเพื่อไม่ให้เขาเกิดอาการเบื่อหน่าย จนทำให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่น่าพึงประสงค์ เช่น เห่า วิ่งไล่สัตว์ตัวเล็กตัวน้อยรอบบ้าน กัด หรือทำลายข้าวของเสียหายอีกด้วย

          โดยธรรมชาติแล้วพวกเขารักการออกกำลังกาย และรักการทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว ยิ่งถ้ามีสนามหญ้าให้วิ่งเล่น พวกเขาจะยิ่งรู้สึกดี เป็นอิสระ แต่ก็ควรมีรั้วรอบขอบชิดเพื่อความปลอดภัยไม่ให้เขาวิ่งออกไปนอกอาณาบริเวณ เพราะพวกเขาอาจวิ่งไล่ ทำร้ายร่างกายคนแปลกหน้า หรือประสบอุบัติเหตุถูกรถชนได้  ส่วนใครที่ไม่มีสนามหญ้า พาไปสวนสาธารณะแทน ก็ควรมีสายจูงเพื่อความปลอดภัยเช่นกัน

 

 

 

 

สุขภาพและข้อควรระวัง

พันธุ์ไทย์หลังอาน ที่มา:http://upsidedowndogs.com/wp-content/uploads/2011/01/Smiler-Milly-375x500.jpg
พันธุ์ไทย์หลังอาน
ที่มา:http://upsidedowndogs.com/wp-content/uploads/2011/01/Smiler-Milly-375×500.jpg

          สุนัขพันธุ์ไทยหลังอานควรให้ความระมัดระวังในเรื่องโรคผิวหนัง เพราะไทยหลังอานมีขนสั้นเกรียน ผิวหนังเปราะบางเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้จากการสัมผัสวัตถุ หรือสารเคมีต่าง ๆ เช่น พื้นปูนซีเมนต์ แชมพูต่าง ๆ แล้วยิ่งถ้าอยู่ในสภาพอากาศร้อนชื้นอย่างเมืองไทย สิ่งที่ต้องระวังเป็นอย่างมากก็คือแมลงต่างๆ ไม่ว่าจะยุง  เห็บ หรือ หมัด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคพยาธิเม็ดเลือด  จึงควรนำไปฉีดวัคซีนป้องกันไว้

          นอกจากนี้สุนัขพันธุ์ไทยหลังอานยังมีแนวโน้มเป็นโรค อื่นๆ ได้อีก เช่น โรคติดเชื้อในหู โรคอ้วน โรคกระดูกสะโพกเคลื่อน และโรคท้องอืด หรือกระเพาะขยาย เนื่องจากมีอากาศสะสมอยู่มากกว่าปกติ ซึ่งโรคนี้ได้คร่าชีวิตน้องหมามากเป็นอันดับ 2 รองจากโรคมะเร็งเลยทีเดียว ดังนั้นเพื่อนๆ ควรพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ หากพบอาการผิดปกติก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ   ผู้เลี้ยงสุนัขควรดูและสุขภาพสุนัขของตนเองเสมอทุกๆวัน โดยตรวจดูอวัยวะต่าง ๆ เช่น

 

          ตา ตาของสุนัขที่มีสุขภาพดีจะมีแววตาแจ่มใส ไม่ขุ่นมัวหรือมีสีแดงหรือมีขี้ตา ถ้าเป็นโรคตาอักเสบธรรมดาเพราะผงเข้าตาก็ควรล้างตาด้วยกรดบอริกอ่อน ๆ เช็ดรอบตาด้วยน้ำอุ่น ๆ แล้วหยอดยารักษาตา

          หู หูควรสะอาดไม่มีขี้หูมากเกินไป ไม่มีเห็บหรือหมัด ไม่เป็นแผล ถ้าหูสกปรกก็ควรใข้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดจนสะอาดแล้วเช็ดด้วยน้ำมันพาราฟินอย่างใส ถ้าเป็นแผลหรือตุ่มก็ควรรีบรักษาก่อนที่จะเป็นมากจนหูไม่สวยและสุนัขก็จะไม่สวยไปด้วย

 

การเพาะหรือผสมพันธุ์

การเพาะพันธุ์ ที่มา:http://thairidgebackdog.net/foto/G/litterG4weeksoutsidemom.jpg
การเพาะพันธุ์
ที่มา:http://thairidgebackdog.net/foto/G/
litterG4weeksoutsidemom.jpg

          ปกติสุนัขพันธุ์ไทยจะถึงระยะผสมพันธุ์ได้ก็ต่อเมื่อมีอายุ 9 เดือน ถึง1 ปี จะมีฤดูผสมพันธุ์ตามภาษาชาวบ้านว่า ติดสัตว์ในราวเดือน12คือใกล้ช่วงฤดูหนาว( พฤศจิกายน – มกราคม ) และเดือนเมษายน – มิถุนายน เป็น2 ครั้งต่อปี แต่ละครั้งจะติดสัตว์นานราว 2 – 3 สัปดาห์

          แต่สุนัขพันธุ์บางแก้วจะเริ่มผสมพันธุ์เฉพาะช่วงใกล้ฤดูหนาว แม่สุนัขจะตั้งท้องนานราวๆ 9-10 สัปดาห์ ก็จะคลอดลูก หลังจากนั้น ถ้ามีการบำรุงเลี้ยงดูดี ก็อาจจะติดสัตว์ผสมพันธุ์ได้อีก โดยทิ้งระยะห่างจากครั้งแรก 6-7เดือน

          สุนัขตัวผู้ ตามปกติสุนัขตัวผู้จะแสดงอาการกระตือรือร้นในเรื่องเพศ เมื่ออายุประมาณ 6 – 8 เดือน  แต่ไม่ควรให้ผสมพันธุ์ในระยะนี้เพราะอายุยังน้อยเกินไปจะทำให้หยุดชะงักการเจริญเติบโตและร่างกายจะทรุดโทรม และลูกสุนัขที่เกิดขึ้นมักจะไม่แข็งแรง

          สุนัขตัวเมีย สุนัขตัวเมียที่จะทำการผสมพันธุ์ควรมีสุขภาพดี ไม่อ้วน และทำการถ่ายพยาธิและรักษาจนหายแล้ว ตามปกติสุนัขตัวเมียจะเป็นสัดปีละ 2 ครั้ง ระยะการเป้นสัดอาจสั้นหรือยาวบางตัวอาจนาถึง 21 วัน แต่ตามปกติแล้วเฉลี่ย 18 วัน

 

           สุดท้ายนี้  น้องหมาไทยหลังอาน “สุนัขประจำชาติไทย” น่าเลี้ยงไม่แพ้น้องหมาชาติใดในโลกเลย เพราะทั้งรูปร่างที่สวยงาม มีความเฉลียวฉลาด ปกป้องดูแลเราได้ แถมรักอิสระ เป็นเอกเทศไม่ขึ้นกับใคร สมกับเป็นน้องหมาประจำชาติไทยจริง ๆ   ถ้าท่านผู้อ่านคนไหนกำลังมองหาน้องหมาสักตัวที่มีความจงรักภักดี พร้อมจะปกป้อง และอยู่เป็นเพื่อนเราไปจนวันตาย น้องหมาไทยหลังอานตอบโจทย์ได้ดีทีเดียวเลย

**********************************************

บรรณานุกรม

ประสบ บูรณมานัส. (2527). สุนัขและการรักษา. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.

ครูโย่ง. (2550). เสน่ห์ของหมาไทยหลังอาน. ค้นเมื่อ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556
จาก http://www.thairidgeback.org/Y3%20charming%20TRD.htm.

พริกขี้หนู. (2555). ไทยหลังอาน สุดยอดสุนัขสายพันธุ์ไทยหายากติดอันดับโลก. ค้นเมื่อ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556
จาก http://www.dogilike.com/content/tip/1932/

สุนัขพันธุ์ไทย. ค้นเมื่อ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556, จาก http://dogdogdog.site90.com/index.html.

ภาพประกอบ

ครูโย่ง. (2550). เสน่ห์ของหมาไทยหลังอาน. ค้นเมื่อ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556  จาก http://www.thairidgeback.org/Y3%20charming%20TRD.htm.

พริกขี้หนู. (2555). ไทยหลังอาน สุดยอดสุนัขสายพันธุ์ไทยหายากติดอันดับโลก. ค้นเมื่อ วันที่ 22 พฤศจิกายน 2556     จาก http://www.dogilike.com/content/tip/1932/.

สุนัขไทยหลังอาน “แม่ปาย”. ค้นเมื่อ วันที่ 22 พฤศจิกายน 2556, จาก http://sammokdoghouse.blogspot.com/2011/09/blog-post_28.html.

อานลูกศร. ค้นเมื่อ วันที่ 22 พฤศจิกายน 2556, จาก http://a1.trd.cm/thaisecondhand/201302/21x/10376573_0.jpg.

Thai Ridgeback Dog. ค้นเมื่อ วันที่ 22 พฤศจิกายน 2556, จาก http://mythaidog.com/wp-content/uploads/2010/03/TRD_F_P10105251.JPG

Thai Ridgeback – PetGuide. ค้นเมื่อ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556  จาก http://www.petguide.com/breeds/dog/thai-ridgeback/.

Thai Ridgeback Dog. ค้นเมื่อ วันที่ 22 พฤศจิกายน 2556, จาก http://thairidgebackdog.net/foto/G/litterG4weeksoutsidemom.jpg

Upsidedowndog. ค้นเมื่อ วันที่ 22 พฤศจิกายน 2556, จาก http://upsidedowndogs.com/wp-content/uploads/2011/01/Smiler-Milly-375×500.jpg

เรียบเรียงโดย กัมปนาท หอวิเชียร นักศึกษาฝึกงาน  มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เอกสารสนเทศศาสตร์ ภาคเรียนที่ 2/2556