Home

สนเทศน่ารู้ : ศิลปะกระดาษ...


มหัศจรรย์ศิลปะกระดาษ

        Culture Paper ในยุคแห่งความเจริญด้วยเทคโนโลยี เช่น ปัจจุบัน กระดาษยังคงเป็นสิ่งจำเป็นในการถ่ายทอดวิทยาการ การสื่อสาร และกิจกรรมสร้างสรรค์ในงานศิลปะ งานวัฒนธรรมที่เรียกว่า Culture Paper เช่นใช้เป็นกระดาษเขียนภาพ เขียนโคลงกลอน บัตรอวยพร นามบัตร พัด ตุ๊กตา โคมไฟ ร่ม ประดิษฐ์ดอกไม้ กระดาษห่อของขวัญ ศิลปะกระดาษตัดแบบจีน รวมถึงการพับกระดาษออริกามิ 

 

        โอริงามิ หรือ ออริกามิ (ORIGAMI) เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลตรงตัวว่า การพับกระดาษ ได้มีการแปลจากภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก ต่อมาจึงแปลเป็นภาษาอื่นๆ อีก แต่ยังคงให้เกียรติเรียกทับศัพท์ว่า ออริกามิ ตามต้นฉบับที่สืบทอดมาจากวัฒนธรรมประเพณีอันเก่าแก่ของญี่ปุ่นในเรื่องการพับกระดาษ
        ในศตวรรษที่ 12 ชาวญี่ปุ่นนำกระดาษมาใช้อย่างหลากหลาย เช่น พับเป็นกระดาษห่อของขวัญช่วงเทศกาลทะสุมิ ใช้ห่อเก็บของใช้ในครัวเรือนเช่นสมุนไพร และใช้ห่อช่อดอกไม้เป็นของขวัญ ซึ่งดอกไม้แต่ละชนิดก็จะมีวิธีการห่อที่พิเศษแตกต่างกันออกไป 

        ทุกวันนี้ชาวญี่ปุ่นมักจะผูกติดของที่ระลึกเล็กๆ ซึ่งพับจากกระดาษ เรียกว่า โนชิ ไปกับห่อของขวัญด้วย นั่นแสดงให้เห็นว่าประเพณีการพับกระดาษนี้ ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน การพับกระดาษเป็นของเล่นได้แพร่จากญี่ปุ่นสู่ยุโรปเมื่อประมาณ ค.ศ.1880 (พ.ศ.2423) โดยนักแสดงมายากลบนเวที และนักการศึกษาชาวญี่ปุ่นก็มีส่วนเผยแพร่วิธีพับนกกระเรียนกางปีก
        ก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 การพับกระดาษในหมู่ประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ จำกัดแค่การละเล่นสำหรับเด็กเท่านั้น เมื่อถึงปี ค.ศ.1950 (พ.ศ.2493) การพับกระดาษมีพัฒนาการขึ้นด้วยความพยายามของบุคคล 3 คน คือเกอร์ซัน เลคแมน และลิเลียน ออฟเมนเฮมเมอร์ จากสหรัฐอเมริกา รวมถึงโรเบิร์ต ฮาร์บินจากสหราชอาณาจักรด้วย แต่ทั้งสามก็ไม่มีใครอ้างสิทธิเป็นเจ้าของของความคิดนี้เลย

        ลิเลียน ออฟเมนเฮมเมอร์ ได้เผยแพร่การพับกระดาษออริกามิ (การพับกระดาษแบบญี่ปุ่น) และตั้งศูนย์การพับกระดาษแบบญี่ปุ่นในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เธอเก็บผลงานการพับกระดาษไว้มากมาย และมีผลงานหนังสือทั้งภาษาสเปนและญี่ปุ่น
        ส่วนโรเบิร์ต ฮาร์บิน เป็นผู้ริเริ่มจัดแสดงการพับกระดาษแพร่ภาพทางโทรทัศน์ครั้งแรกในปี ค.ศ.1955(พ.ศ.2498) ครั้นถึง ค.ศ.1956(พ.ศ.2499) เขาได้พิมพ์หนังสือที่ยอดเยี่ยมเล่มหนึ่งชื่อว่า กระดาษมหัศจรรย์ (Paper Magic) ซึ่งได้สรุปเกี่ยวกับศิลปะแขนงนี้ จนกลายเป็นตำรามาตรฐานในฉบับภาษาอังกฤษ 
        งานของทั้ง 3 คนนี้ได้รับความสนใจในหมู่ผู้ที่สนใจงานพับกระดาษเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และยังก่อให้เกิดนักพับกระดาษผู้สร้างสรรค์งานใหม่ๆ มากขึ้น 
        ในอังกฤษอิทธิพลจากงานของโรเบิร์ต ฮาร์บินทำให้การพับกระดาษแพร่หลายเป็นที่นิยมจนได้มีการก่อตั้ง British Origami Society สมาคมพัฒนาไปอย่างช้าๆ แต่จำนวนสมาชิกเพิ่มมากขึ้น ในปี ค.ศ.1969 (พ.ศ.2512) สมาคมฯ พิมพ์หนังสือ British Origami ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นหนังสือชั้นนำของโลก

ศิลปะกระดาษตัดแบบจีน 

        มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ากระดาษแกะหรือกระดาษตัดลาย หรือ ลายประดับหน้าต่าง สร้างขึ้นโดยการแกะลายด้วยมีด กรรไกรกับกระดาษหนึ่งแผ่นเท่านั้นก็สามารถประดิษฐ์ผลงานศิลปะต่างๆ นาๆ ให้สวยสดงดงามได้ตามจินตนาการ ศิลปะกระดาษตัดจึงแทรกอยู่ในวิถีชีวิตจีนชาวบ้าน ถูกนำมาตกแต่งของขวัญบ้าง ตกแต่งกระจก หน้าต่างทุกบานบ้าง ในด้านความเชื่อก็มีการนำภาพเสือและมังกรมาติดธงเพื่อขจัดสิ่งเลวร้าย นอกจากนี้มีการนำกระดาษมาใช้เป็นศิลปะตกแต่ง เช่นโคมไฟในเทศกาลเอวี๋ยนเซียวจะครึกครื้นมาก ด้วยเหตุที่อาศัยรูปแบบต่างๆ ของกระดาษมาตก
แต่งโคมไฟ กระดาษตัดจึงเป็นที่นิยมแพร่หลาย
         เมื่อถึงสมัยราชวงศ์ชิง ความนิยมนี้ได้แพร่หลายเข้าสู่ราชสำนัก ด้วยการผนึกกระดาษตัดเป็นอักษรมงคล ในพระราชพิธีอภิเษกสมรส
เนื่องจากกสภาพสังคมจีนเป็นสังคมเกษตรกรรม เนื้อหาในกระดาษจึงเกี่ยวกับการเกษตร เช่น ภาพพืชผักผลไม้ ดอกไม้ สัตว์ แมลง งานศพ งานมงคล งิ้ว พงศาวดาร นิทานพื้นบ้าน เป็นต้น ส่วนกระดาษที่ใช้แบ่งเป็น 2 ชนิด ใหญ่ๆ คือ กระดาษตัดสีเดียว ส่วนมากมักใช้สีแดงเป็นหลัก อีกชนิดหนึ่งคือกระดาษตัดย้อมสี คือใช้สีหลากสีแต่งเติมขึ้นให้เกิดสีสันสวยงาม
นอกจากนั้นศิลปะกระดาษตัด ยังมีอิทธิพลต่องานหัตถกรรมพื้นบ้านของจีนแขนงอื่นๆ เช่นงานพิมพ์ผ้า งานผลิตกระเบื้องเคลือบที่มีชื่อเสียงของจีน งานเย็บปักถักร้อย ล้วนใช้ศิลปะกระดาษตัดเป็นแบบร่าง แบบพิมพ์ทั้งสิ้น 

        หลังสถาปนาประเทศจีนเป็นต้นมา ศิลปะกระดาษตัดได้รับความนิยมอย่างมาก ความประณีตของงาน รูปแบบและเรื่องราวที่แฝงในภาพกระดาษตัดนั้นได้รับการพัฒนา และกลายเป็นศิลปะสมัยใหม่ ที่สอดคล้องกับความต้องการของการแสวงหาความงามด้านจิตใจของคนในปัจจุบัน ดังนั้นผลงานด้านศิลปะกระดาษตัดจึงรุ่งเรืองเป็นประวัติการณ์ กระดาษตัดของจีนจึงมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วโลก

 
คุณค่าแห่งกระดาษ

        กระดาษเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบา ไม่กินเนื้อที่ ง่ายต่อการเก็บรักษา สามารถนำมาประดิษฐ์ของใช้ได้หลากหลาย ตอบสนองทั้งด้านศิลปะและอุตสาหกรรม จึงนับได้ว่ามีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์อยู่มาก อีกทั้งถือได้ว่า
อุตสาหกรรมกระดาษเป็นที่วัดขีดความเจริญก้าวทางเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ การผลิตกระดาษนับเป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่ต้องใช้ทั้งความสามารถ ประสบการณ์ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์กระดาษที่มีคุณภาพ สามารถถ่ายทอดงานที่ละเอียดอ่อนของศิลปินที่บรรจงสร้างสรรค์ขึ้นโดยไม่ผิดเพี้ยน

ย้อนกลับ อ่านเรื่อง...  | มหัศจรรย์ศิลปะกระดาษ |

 

บรรณานุกรม

"ทำกระดาษจากมูลช้าง," วารสารสายใจไฟฟ้า. 
          39 - 40 ; พฤศจิกายน 2544.
"ทำไมไม่เรียกห้องสมุดว่าห้องหนังสือ," ใน 108 ซองคำถาม เล่ม 6. 
          หน้า 142 - 143. กรุงเทพฯ : สารคดี, 2540.
นริศ วศินานนท์. "ศิลปะกระดาษตัดของจีน," ศิลปวัฒนธรรม. 
          23(4) : 86 - 90 ; กุมภาพันธ์ 2545.
พอน (นามแฝง). "กระดาษกับงานพิมพ์," 
ข่าวการไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง. 
          32(251) : 22 - 25, 63 - 66 ; มีนาคม - เมษายน 2531. 
พันเนตร (นามแฝง). "ศิลปะกระดาษตัด…ความงามจากคม มีดของศิลปะพื้นบ้านจีน," กินรี. 
          10 (4) : 70 - 75 ; เมษายน 2536.
เรวดี เรืองประพันธ์. "โลกสุดมหัศจรรย์ 5,000 ปี," ข่าวรามคำแหง. 
          23(42) : 8, 5 ; 21 กุมภาพันธ์ 2537.
วัญญา พร้อมศักดิ์โสภณ. "การทำกระดาษญี่ปุ่น," ศิลปากร.
          34(3) : 43 - 52 ; 2534.
"สิ่งมหัศจรรย์บนแผ่นกระดาษ," จากญี่ปุ่น. 
          45(4) : 8 - 12 ; 2540.
"เสน่ห์กระดาษสายังไม่สิ้น," สารคดี. 
          4(38) : 122 - 132 ; เมษายน 2531.
อัมพร รอดเรืองศรี. "คุยเฟื่องเรื่องกระดาษ," อุตสาหกรรมสาร. 
          25(1) : 28 - 41 ; มกราคม 2525.
อิทธิพล ตั้งโฉลก. "ความเป็นมาของกระดาษ," ใน สูจิบัตรการแสดงจิตรกรรมงานกระดาษ. 2527.
ฮาร์บิน, โรเบิร์ต. ศิลปะการพับกระดาษ. แปลจาก Teach yourself ORIGAMI โดย ม. พุ่มสุวรรณ (นามแฝง).
          กรุงเทพฯ : บริษัทเยลโล่การพิมพ์ (1988) จำกัด, 2538.


รวบรวมข้อมูลโดย : ฝ่ายวารสารและเอกสาร 

  สนเทศน่ารู้  ขึ้นด้านบน 



ปรับปรุงล่าสุด : 04 มีนาคม 2553 14:42:44 น.