Home

สนเทศน่ารู้ :: กาแฟ :: ประวัติของกาแฟ และการดื่มกาแฟ


กาแฟ

ถ้วยกาแฟ
ถ้วยกาแฟ
ที่มา : http://www.smart-today.com

ประวัติของกาแฟ

    กาแฟเป็นพืชพื้นเมืองของอาบีซีเนีย และอาราเบีย ซึ่งได้ค้นพบเมื่อศตวรรษที่ 5 ที่ประเทศอาราเบียสมัยนั้น ไม่มีผู้ใดให้ความสนใจนัก
    จนกระทั่งล่วงเลยมาถึงศตวรรษที่ 9 มีคนเลี้ยงแพะชาวอาราเบียคนหนึ่งชื่อ คาลดี (Kaldi) นำแพะออกไปเลี้ยง และแพะได้กินผลไม้
    และใบกาแฟเข้า แล้วเกิดความคึกคะนองผิดปกติไป จึงได้นำเรื่องไปเล่าให้พระมอสเล็มองค์หนึ่งฟัง พระมอสเล็มองค์นั้นจึงได้เก็บผลกาแฟ
    มากะเทาะเปลือกเอาเมล็ดกาแฟไปคั่วแล้วต้มในน้ำร้อนดื่ม เห็นว่ามีความกระปรี้กระเปร่า จึงได้เล่าให้ผู้อื่นฟังต่อไป ชาวอาราเบียจึงได้เริ่ม
    รู้จักต้นกาแฟมากขึ้น จึงทำให้กาแฟแพร่หลายเพิ่มขึ้น จากประเทศอาราเบียเข้าสู่ชนชาวอิตาเลีย ดัทช์ เยอรมัน ฝรั่งเศส และขบวนการ
    ผลิตกาแฟก็ได้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ในระยะต่อมา

    สำหรับประเทศไทย ตามบันทึกของพระสารศาสตร์พลขันธ์ (นายเจรินี ชาวอิตาลี) เมื่อปี พ.ศ. 2393 ส่วนพันธุ์โรบัสต้านั้นมีชาวไทยอิสลาม
    ชื่อนายตีหมุน เป็นผู้นำมาปลูกคนแรกที่อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เมื่อ พ.ศ. 2447 แล้วแพร่ขยายไปตามจังหวัดต่างๆ ของประเทศไทย

    ปัจจุบันกาแฟนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญยิ่งอย่างหนึ่งของโลก กาแฟถูกจัดอยู่ในจำพวกพืชเศรษฐกิจที่เป็นโภคภัณฑ์ (Commodity)
    ซึ่งมีอยู่ 5 ชนิด คือ กาแฟ ยาสูบ ยางพารา ชา และโกโก้ แต่ละปีมีการผลิตเมล็ดกาแฟออกสู่ตลาดมากกว่า 5 ล้านตัน ประเทศบราซิล
    ในทวีปอเมริกาใต้เป็นผู้ผลิตกาแฟได้มากที่สุด บางปีผลิตได้มากกว่าร้อยละ 70 ของผลผลิตทั้งหมด

    ในประเทศไทยมีหลักฐานบันทึกไว้ว่า มีการปลูกกาแฟมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์มีการปลูกกาแฟกันมากขึ้น
    โดยเฉพาะในช่วงรัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 4 มีการปลูกกาแฟในบริเวณกรุงเทพฯ เลยทีเดียว สำหรับร้านขายกาแฟร้านแรกในประเทศไทย
    เริ่มมีขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2460 ช่วงรัชกาลที่ 6 บริเวณสี่กั๊กพระยาศรี หลังจากนั้นก็มีผู้นิยมตั้งร้านกาแฟมากขึ้นเป็นลำดับ


    กาแฟผงสำเร็จรูปบรรจุถุง

การดื่มกาแฟ

    ผลของการวิจัยหลายชิ้นที่พบข้อดีข้อเสียของการดื่มกาแฟ เช่น กาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ เบาหวาน พาร์กินสัน 
    ในขณะเดียวกันก็พบว่าการดื่มกาแฟสองแก้วหรือมากกว่านั้น อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้สารก่อให้เกิดการอักเสบเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่
    การเป็นโรคหัวใจในเวลาต่อมา

    โดยนักวิจัยเป็นผู้วิเคราะห์ผล พบว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟวันละไม่ต่ำกว่า 200 ซีซี (มากกว่าหนึ่งถ้วยนิดหน่อยซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ถือว่าดื่มปานกลาง
    โดยหนึ่งถ้วยกาแฟมีคาเฟอีน 28 มิลลิกรัม ผู้ดื่มอาจดื่มกาแฟสำเร็จรูปบ้าง กาแฟคั่วบ้าง จะเป็นคาปูชิโนหรือเอสเปรสโซ่ หรือชนิดใดก็ตาม
    ซึ่งมีคาเฟอีนปริมาณต่างกัน ผู้วิจัยจะนำมาคำนวณความต่างตรงนี้ด้วย) พบมีร่องรอยการอักเสบมากกว่าผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟ

    สตรีที่มีปัญหาตั้งครรภ์ยากนั้น เป็นไปได้ว่า โอกาสในการตั้งครรภ์อาจลดลงหากพวกเธอดื่มดาแฟวันละหลายถ้วย หรือสม่ำเสมอทั้งวัน
    (แม้ว่าคาเฟอีนจะเป็นตัวทำลายความสมบูรณ์ได้ไม่มากเท่ากับแอลกอฮอลก็ตาม)

กาแฟ

หน้า 1 : ประวัติของกาแฟ และการดื่มกาแฟ
หน้า 2 : บทบาทของกาแฟในสังคมมนุษย์ และคุณสมบัติของกาแฟในฐานะสมุนไพร
หน้า 3 : ข้อดี - ข้อเสียของการดื่มกาแฟ

บรรณานุกรม
กองบรรณาธิการเฉพาะกิจฐานเกษตรกรรม. (2530). กาแฟ. กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์ฐานเกษตรกรรม. 
มูลนิธิหมอชาวบ้าน , สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน . (2551) . กาแฟ : ความขมที่ชาวโลกนิยม . ค้นเมื่อ 14 กันยายน2552 , จาก http://www.doctor.or.th/node/3291
maduze的บล็อก(2552) . ข้อดีข้อเสียของการดื่มกาแฟ . ค้นเมื่อ 8 กันยายน 2552 , จาก http://www.smart-today.com/board/home/space.php?uid=101&do=blog&id=105

รวบรวมและเรียบเรียงโดย : นางสาวเตือนจิต ทองแก้ว นักศึกษาช่วยงานฝ่ายสารสนเทศห้องสมุด งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ

สนเทศน่ารู้  ขึ้นด้านบน 



ปรับปรุงล่าสุด : 23 พฤศจิกายน 2554 11:11:36 น.