ผู้เขียน หัวข้อ: การหักเงินประกันสังคมจากลูกจ้าง  (อ่าน 108532 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

samrann

  • บุคคลทั่วไป
การหักเงินประกันสังคมจากลูกจ้าง
« เมื่อ: มีนาคม 24, 2008, 06:34:20 PM »
ผมอยากทราบว่า การหักเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมของลูกจ้าง หักจากรายได้สุทธิหรือหักจากเงินเดือนครับ ตัวอย่างเช่น ผมได้รับเงินเดือน 15,000 บาท รวม โอทีและเบี้ยเลี้ยงจะมีรายได้สุทธิรวมต่อเดือน โดยประมาณ 25,000 บาท  อยากทราบว่า หักจาก 15,000 บาท หรือ 25,000 บาท  ครับ ( เดิมมีความเข้าใจว่า หัก 5 เปอร์เซนต์จากรายได้สุทธิ แต่ไม่เกิน 700 บาทต่อเดือน แต่ปัจจุบันดูจากสลิปเงินเดีอนแล้วยังสับสนอยู่ จึงอยากใคร่ขอความกระจ่างแจ้ง ขั้นตอนและรายละเอียดการหักที่เป็นจริงในปัจจุบันด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ )

ออฟไลน์ anocha

  • Global Moderator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 193
Re: การหักเงินประกันสังคมจากลูกจ้าง
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 25, 2008, 10:50:16 AM »
              การหักเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมของลูกจ้าง จะหักจากรายได้ของเงินเดือนสุทธิที่ได้รับเท่านั้น ไม่รวมถึง เงินล่วงเวลา(OT) ส่วนเงินเบี้ยเลี้ยงที่ได้เป็นครั้งคราวไม่นับเป็นเงินรายได้ประจำไม่ต้องนำมาหัก แต่ถ้าเงินเบี้ยเลี้ยงที่ได้เป็นประจำทุกเดือนถือว่าเป็นเงินรายได้ประจำต้องนำมาหักเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมด้วย ได้นำข้อมูลที่ทาง ศูนย์สารนิเทศ สำนักงานประกันสังคม ตอบผู้อื่นมาให้คุณได้ศึกษา
จาก http://www.sso.go.th/webboard.php?cat_id=60&mod=view&qid=90

เรียน ผู้ประกันตน (พนักงาน)
                  สำนักงานประกันสังคม ขอเรียนว่า ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 5 ค่าจ้าง หมายความว่า เงินทุกประเภทที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นค่าตอบแทนการทำงานในวันและเวลาปกติไม่ว่าจะคำนวณตามระยะเวลาหรือคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ และให้ความหมายรวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้ในวันหยุดและวันลาซึ่งลูกจ้างทำได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะกำหนดคำนวณหรือจ่ายในลักษณะใดหรือโดยวิธีใดและไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร เพื่อให้ครอบคลุมความหมายของคำว่า ค่าจ้าง ขอให้ท่านทำความเข้าใจด้วยว่าเงินใดจะเป็นค่าจ้างหรือไม่นั้นจะต้องดูเจตนาและลักษณะการจ่ายประกอบ ดังนี้
1. เป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้าง
2. จ่ายเพื่อเป็นค่าตอบแทนการทำงานในวันเวลาปกติ
3. การจ่ายไม่คำนึงถึงประโยชน์ที่ลูกจ้างจะนำไปใช้และไม่มีเงื่อนไขในการจ่าย
4. ต้องไม่ใช่เงินรางวัลหรือสวัสดิการหรือเงินจูงใจ
                ทั้งนี้ การจะพิจารณาเกี่ยวกับลักษณะของรายได้ต่างๆ ว่าจะนำมาคำนวณเงินสมทบหรือไม่นั้นจะต้องมีเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาด้วย เนื่องจากหากรายได้มีเงื่อนไขเหมือนกันแต่มีเงื่อนไขหักจ่ายที่แตกต่างกัน โดยเงื่อนไขดังกล่าวหากเข้าองค์ประกอบนิยามคำว่า ค่าจ้าง ของสำนักงานประกันสังคมก็ต้องนำมาคำนวณเงินสมทบ และตามที่ท่านแจ้งมานั้น ไม่มีรายละเอียดเงื่อนไขการจ่ายเงินดังกล่าว สำนักงานประกันสังคมจึงขอให้แนวทางในการพิจารณา ดังนี้
              เงินเดือน ถือเป็นค่าจ้างตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 5 เนื่องจากเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานในวันและเวลาทำงานปกติของลูกจ้าง
ค่าจ้างรายวันและค่าจ้างเหมา หากเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานในวันและเวลาทำงานเป็นปกติของลูกจ้าง ก็ถือว่าเป็นค่าจ้างตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ต้องนำมาคำนวณเงินสมทบ
               เงินโบนัส ที่นายจ้างจ่ายให้พนักงานทุกปีนั้น มีวัตถุประสงค์ในการจ่ายเพื่อตอบแทนผลงานที่พนักงานทำให้บริษัท เป็นการจัดสวัสดิการเพื่อขวัญและกำลังใจของพนักงานจึงไม่ใช่ค่าจ้าง
ค่าล่วงเวลา (O.T) นั้น ไม่ถือเป็นค่าจ้างเนื่องจากค่า O.T. เป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้กับพนักงานนอกเวลาทำงานปกติของพนักงาน เบี้ยขยัน หากการจ่ายเบี้ยขยันมีเงื่อนไขว่า พนักงานที่ไม่ลา ขาด สาย ลาป่วยหรือได้รับการร้องจากลูกค้าหรือผู้ควบคุมงานจะไดรับเบี้ยขยัน การจ่ายเบี้ยขยันดังกล่าวถือว่าเป็นเงินที่นายจ้างให้เพื่อตอบแทนความขยันหรือเพื่อจูงใจในการทำงาน ไม่ใช่เป็นการตอบแทนการทำงานปกติ จึงไม่เป็นค่าจ้าง หากท่านต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมว่าเงินใดที่ต้องนำมาคำนวณเงินสมทบหรือไม่สามารถสอบถามได้ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือกองเงินสมทบ สำนักงานประกันสังคม หมายเลขโทรศัพท์ 0-2956-2269
หากนายจ้างนำเงินที่มิใช่เงินเดือนมาคำนวณเงินสมทบนำส่งสำนักงานประกันสังคม สามารถขอเงินดังกล่าวคืนได้ โดยนายจ้างต้องเป็นผู้ดำเนินการขอเงินส่วนที่เกินคืน จากนั้นนายจ้างเป็นคนนำเงินดังกล่าวไปคืนให้กับลูกจ้างต่อไป
                   ทั้งนี้ หากท่านมีข้อสงสัยสามารถโทรศัพท์สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 1 สำนักงานประกันสังคม หรือที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด ที่ท่านสะดวกในการติดต่อ

ศูนย์สารนิเทศ สำนักงานประกันสังคม
17 พฤษภาคม 2550